Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com  


 
สินค้ามือสอง/ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ติดต่อทีมงาน

โลกในมุมมองของ Value Investor        10   มีนาคม 55
ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

Link : http://board.thaivi.org/viewtopic.php?f=1&t=51494   leaf
Credit : คุณ little wing และ ดร.นิเวศน์ ครับ ^^"

ตลาดสินค้า  “มือสอง”  ในประเทศไทยนั้น  คงต้องพูดว่ายังไม่พัฒนามากนักยกเว้นสินค้าบางอย่าง เช่น  รถยนต์  เหตุผลที่สำคัญส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะเราไม่ใคร่มีบริษัทที่ตั้งใจหรือทุ่มเทในการที่จะเป็น “ตัวกลาง”  ในการซื้อขายสินค้ามือสองอย่างจริงจัง   อีกเหตุผลหนึ่งที่อาจจะสำคัญยิ่งกว่าก็คือ  คนไทยจำนวนไม่น้อยอาจจะมีความรู้สึกว่า   การใช้สินค้าที่  “ผ่านการใช้งานมาแล้ว” เป็นเรื่องที่ไม่น่าอภิรมย์  เป็นเรื่องที่ “เสียศักดิ์ศรี”  เป็นเรื่องที่จะทำให้ถูกมองว่า  “จน”  หรือบางทีก็อาจจะรู้สึกว่าสินค้านั้นอาจจะเคยเกิด  “สิ่งที่ไม่ดี” มาก่อน  ด้วยเหตุผลเหล่านี้  ทำให้ราคาของสินค้ามือสองต่ำกว่า “สินค้าใหม่”  มากแม้ว่าสินค้ามือสองบางชิ้นจะถูกใช้มาเพียงไม่กี่วัน  ไม่กี่เดือน  หรือไม่กี่ปี  สินค้ายังอยู่ในสภาพที่ดีเกือบ ๆ  เท่าสินค้าใหม่และอายุที่เหลือสำหรับการใช้งานยังยาวนานมาก   ว่าที่จริง  สินค้าบางชิ้นนั้น  ก็คือสินค้าใหม่นั่นเอง  เพียงแต่มันได้ผ่านการซื้อขายมาแล้ว  เจ้าของไม่ใช่บริษัทผู้ขายเท่านั้นเอง  ประเด็นอยู่ที่ว่า  ในแง่ของ  Value Investor  เราควรซื้อสินค้ามือสองในสินค้าแต่ละกลุ่มที่มีตลาดมือสองไหม?

  สินค้ามือสองกลุ่มแรกก็คือ  คอนโดมิเนียม  นี่คือสินค้าที่ผมคิดว่าน่าจะมีราคาถูกคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับคุณค่าของมัน   ครั้งหนึ่งเมื่อประมาณปีสองปีที่แล้ว  ผมเคยสอบถามราคาคอนโดเก่าที่มีการประกาศขายย่านถนนพญาไทห่างจากสถานีรถไฟฟ้าและสวนสาธารณะเพียง 200 เมตร  แม้ว่าตัวอาคารจะสร้างมาแล้วกว่าสิบปีแต่เจ้าของเพิ่งตบแต่งห้องใหม่ดังนั้นสภาพของห้องชุดจึงดูดีและตัวอาคารก็น่าจะใช้ต่อไปได้อีกหลายสิบปี  และถึงแม้ว่าอาคารจะไม่มีสระว่ายน้ำแต่ก็มีห้องออกกำลังกายที่ค่อนข้างจะ “ว่าง”  นอกจากนั้นที่จอดรถก็มีเหลือเฟือสำหรับเจ้าของทุกยูนิต   ดูไปแล้วนี่คือ “ทำเลทอง”  ที่คนจะอาศัยอยู่ในเมืองและมีความสะดวกสบายทุกอย่างยกเว้นไม่มีสระว่ายน้ำ  ถ้าจะให้ผมคิดอย่างคร่าว ๆ   ถ้ามันเป็นคอนโดใหม่และตบแต่งพร้อมในทำเลแบบเดียวกันพร้อมสระว่ายน้ำ  ราคาขายคงจะตกประมาณไม่ต่ำกว่าหนึ่งแสนบาทต่อตารางเมตรขึ้นไป   แต่ราคาที่เจ้าของเรียกก็คือ  ประมาณ 4-5 หมื่นบาทต่อตารางเมตร  

  ผมเองไม่ได้ซื้อห้องชุดนั้น  แต่ก็คิดว่าถ้าผมไม่ได้มีเงินมากนัก  การใช้เงินประมาณ 6 ล้านบาทเพื่อซื้อคอนโดที่ดูแล้วมีทำเล  “สุดยอด”  น่าจะคุ้มค่ากว่าการใช้เงินประมาณ ไม่ต่ำกว่า 12 ล้านบาทเพื่อที่จะมีสระน้ำหรือสิ่งอื่นเพิ่มขึ้นมาอีกเล็กน้อยในการซื้อคอนโด  “มือหนึ่ง”  หรือถ้าผมไม่ต้องการหรือไม่มีปัญญาจ่ายเงิน 12 ล้านบาทอยู่แล้ว  แต่ถ้าผมต้องการซื้อคอนโดมือหนึ่งในราคา 6 ล้านบาท  ผมอาจจะได้คอนโดที่ห่างออกไปจากทำเลนี้มาก  ผมอาจจะต้องเดินประมาณหนึ่งกิโลเมตรทุกวันเพื่อที่จะไปขึ้นรถไฟฟ้า  ผมอาจจะมีสระว่ายน้ำที่ผมแทบไม่ใคร่ได้ใช้แต่ต้องจ่ายค่าดูแลที่สูงตลอดไป   สำหรับผมแล้ว  ผมคงเลือกที่จะซื้อคอนโดมือสองตรงนี้มากกว่า   ผมคิดว่ามันคุ้มค่า   เหนือสิ่งอื่นใด  ในไม่ช้า  คอนโดมือหนึ่งนั้นก็จะกลายเป็น  “คอนโดเก่า”  อยู่ดี  และนี่ก็คือการคิดซื้อของแบบ Value Investor

  สินค้ากลุ่มที่สองที่ผมคิดว่าการหาของมือสองนั้นอาจจะได้ดีลที่ดีกว่าสินค้ามือหนึ่งมากก็คือ   บ้านเดี่ยวหรือทาวน์เฮ้าส์   เหตุผลก็เพราะการซื้อขายบ้านมือสองนั้น  มีความ  “ยุ่งยาก”  บางอย่าง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการกู้เงินเช่นเดียวกับการซื้อคอนโดเหมือนกัน  สิ่งที่แตกต่างกับคอนโดเล็กน้อยก็คือ  ในกรณีของบ้านที่  “ติดดิน”  นั้น   ส่วนใหญ่แล้วเจ้าของบ้านมักมีวัตถุประสงค์ในการที่จะใช้เป็น “บ้านหลังแรก”  มากกว่าคอนโดที่คนจำนวนมากมักซื้อไว้เพื่อเป็น “บ้านหลังที่สอง”  การตัดสินใจซื้อหรือขายบ้านจึงดูเหมือนว่าจะมีปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงมากกว่า  บางคนถึงขนาดที่นำเรื่องของผีหรือวิญญาณที่อาจจะ “สิง” อยู่ในบ้านเข้ามาประกอบการตัดสินใจก็มี  ด้วยเหตุดังกล่าว  คนที่คิดจะซื้อบ้านจำนวนมากมักจะไม่สนใจมองหาบ้านเก่า  ดังนั้น  คนที่ต้องการขาย “บ้านเก่า”  จึงขายได้ราคาต่ำมากเมื่อเทียบกับสภาพบ้านและทำเล   ผมเองเคยขายบ้านเก่าไปในราคาที่ต่ำกว่าบ้านใหม่ในระดับเดียวกันไม่ต่ำกว่าหนึ่งเท่าตัว   ผมรู้ว่าคนที่ซื้อนั้นน่าจะมีความสุขมาก  เพราะเขาคือคนที่เช่าบ้านหลังนั้นอยู่และเขาสามารถไปกู้เงินแบงค์มาซื้อโดยที่เขาจ่ายค่าผ่อนบ้านรายเดือนพอ ๆ  กับค่าเช่าที่เขาจ่ายให้ผม

  สินค้ากลุ่มต่อมาก็คือรถยนต์มือสอง  นี่คือสินค้ามือสองที่มีระบบการขายที่มีประสิทธิภาพสูง  ดังนั้น  ราคาจึงไม่น่าที่จะลดลงมากเมื่อเทียบกับสินค้ามือหนึ่ง   อย่างไรก็ตาม  ความรู้สึกว่าเป็นรถเก่านั้น  ทำลายความ  “ภาคภูมิใจ”  ของเจ้าของไปมาก  นอกจากนั้น  เขาอาจจะรู้สึกว่ารถเก่ามักจะมีสภาพไม่ดีและเขาอาจจะต้องเข้าอู่ซ่อมบ่อย  เปลืองน้ำมัน  และปัญหาอื่น ๆ  สารพัด  มันจึงอาจจะไม่คุ้มเมื่อเทียบกับรถใหม่   เหนือสิ่งอื่นใด  เขาก็มีความสามารถที่จะผ่อนรถใหม่ได้อยู่แล้ว   ในส่วนตัวผมเองนั้น  ในอดีตที่รถยนต์มีราคาสูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับรายได้ของคนชั้นกลาง  การซื้อรถยนต์เก่าก็มีเหตุผลที่น่าพิจารณามาก   อย่างไรก็ตาม  การเกิดขึ้นของรถอีโคคาร์ซึ่งประหยัดน้ำมันและมีราคาถูกรวมถึงผลประโยชน์อย่างอื่นเช่นภาษีก็ทำให้การซื้อรถเก่าอาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีอย่างชัดเจนอีกต่อไปก็ได้

  สุดท้ายที่ผมจะพูดถึงเรื่องของสินค้ามือสองก็คือ  หุ้น   ซึ่งบางคนอาจจะงงว่าหุ้นนั้นมีตลาดมือสองด้วยหรือ?   แต่ความเป็นจริงก็คือ   หุ้นที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ทั้งหมดนั้นต่างก็เป็น  “หุ้นมือสอง” ทั้งนั้น   ส่วน  “หุ้นมือแรก” ก็คือ  หุ้นที่ออกขายใหม่ที่ออกโดยบริษัทที่เรียกว่า  IPO  หรือหุ้นจองที่ขายให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก   คำถามก็คือ  เราควรจะซื้อหุ้นมือสองหรือหุ้นมือแรก?   คำตอบของผมก็คือ  เราควรซื้อหุ้นมือสองที่เจ้าของหุ้นนำมาซื้อขายกันในตลาดหุ้น  และอย่าไปซื้อหุ้น IPO  นอกจากในบางช่วงบางเวลาและเป็นการซื้อหุ้นเพื่อเป็นการเก็งกำไรเป็นหลัก

  เหตุผลก็คือ  หุ้น  IPO  นั้น   ถูกตั้งราคาโดยเจ้าของกิจการที่นำหุ้นเข้ามาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์  เจ้าของกิจการนั้นมีแรงจูงใจที่สำคัญก็คือ  อยากขายหุ้นในราคาที่แพงเพื่อที่ว่าเขาจะ  “ได้กำไร”  มาก ๆ   จริงอยู่  คนที่กำหนดราคาและค้ำประกันในการที่จะนำมาขายให้ประชาชนทั่วไปนั้นก็คือ  บริษัทหลักทรัพย์และที่ปรึกษาการเงิน  แต่ข้อมูล  ผลประกอบการ  และฐานะทางการเงินต่าง ๆ  ก็มาจากเจ้าของกิจการที่สามารถ  “ปรับบัญชี”  ให้บริษัทดูดีกว่าความเป็นจริงได้อย่างน้อยในช่วงเวลาหนึ่ง  ซึ่งจะทำให้มูลค่าหุ้นของบริษัทสูงขึ้น  อย่างน้อยในช่วงเวลาที่จะขายหุ้น  ดังนั้น  การซื้อ  “หุ้นใหม่”  เราจึงมักจะต้องจ่ายแพงคล้าย ๆ  กับคอนโดหรือบ้านใหม่   ในขณะที่ “หุ้นเก่า”  หรือหุ้นมือสองที่ซื้อขายอยู่ในตลาดหุ้นนั้นมักจะมีราคาที่ถูกกว่า  และนั่นก็เป็นเหตุผลสำคัญที่ผมมักไม่ซื้อหุ้นใหม่หรือหุ้น  IPO เพื่อการลงทุนเลย   นอกจากในบางช่วงเวลาที่ตลาดหุ้น  “ร้อนแรง”  และหุ้น IPO ถูกนำมาซื้อขายเก็งกำไร   ซึ่งในกรณีอย่างนั้น  ถ้าผมจองซื้อหุ้น  ผมก็จะรีบขายออกไปอย่างรวดเร็วเมื่อหุ้นเข้าตลาด   เพราะผมเห็นว่า  หุ้นใหม่นั้น  ราคาแพงเกินจริงเสมอ   ในขณะที่หุ้นมือสองหรือหุ้นเก่าที่ซื้อขายอยู่ในตลาดหลักทรัพย์นั้น  มีทั้งหุ้นที่แพงและถูก

จากคุณ : มิ่งกลิ้ง
เขียนเมื่อ : 12 มี.ค. 55 20:48:41




ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com