ความคิดเห็นที่ 195
ข่าวเก่าเอามาเล่าใหม่ครับ ตั้งแต่ปี 47 นู่น สุดท้าย เวลาผ่านไปก็ไม่มีอะไรพัฒนา -------------------------------------------- โค้ชชัช แฉความจริงลูกหนังไทย ไร้พัฒนา ถึงเวลาต้องเปลี่ยนนายก ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์สยามรัฐ โค้ชชัช ชัชชัย พหลแพทย์ จัดเป็นบุรุษเหล็กคนหนึ่งของวงการลูกหนังไทย กุนซือจอมฟิตรายนี้เข้าสู่เวทีการคุมทีมชาติไทยตั้งแต่ปี พ.ส.2530 สมัย โค้ชเทวดา อ.ประวิทย์ ไชยสาม ยังนั่งกุนซือใหญ่ 17 ปีแห่งตำแหน่งโค้ชทีมชาติ น้าชัช นำทีมเก็บเกี่ยวความสำเร็จนับครั้งไม่ถ้วน ในทุกๆ ชุด ตั้งแต่ เยาวชน 16 ปี จนถึงชุดใหญ่ ด้วยเกียรติยศมากมาย แชมป์ซีเกมส์ 4 สมัย, แชมป์ไทเกอร์คัพ, แชมป์คิงส์คัพ ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ แน่นอนว่า เขาต้องรู้ตื้นลึกหนาบางกับวงการฟุตบอลมากมาย ถึงวันนี้ ดูเหมือนว่า เส้นทางของ โค้ชชัช กับ ทีมชาติไทย จะเป็นเส้นขนาน ไม่มีวันมาบรรจบกันได้ ภายหลังโดน สมาคมปลดกลางอากาศ เมื่อทำทีมพ่ายแพ้ต่อเกาหลีเหนือ ในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก โซนเอเชีย นั่นทำให้ โค้ชชัช ฟิวส์ขาด ออกมาเผยความในใจสิ่งที่เขาคิดสิ่งที่เขาประสบ ชนิดไม่เกรงหน้าอินทร์ หน้าพรหม อนาคตของผมกับทีมชาติ พอกันแค่นี้ จะไม่ขอเข้าไปยุ่งเกี่ยวอีก ขอรับใช้สโมสรโอสถสภา ตอบแทนคุณ นายธนา ไชยประสิทธิ์ อย่างเดียว เนื่องจาก นายกสมาคมฟุตบอล นายวิจิตร เกตุแก้ว ไม่มีความเป็นลูกผู้ชาย พอทีมล้มเหลวไม่เคยยืดอกออกมารับผิดชอบ กลับป้ายความผิดปลดคนโน้นคนนี้ ทั้งๆ ที่ ตัวเองนั่นแหละคือต้นเหตุ ไม่เห็นโทษตัวเอง ผมคุมทีมบอลไทยไปแข่งเอเชียนคัพ กับ บอลโลก แมตช์ล่าสุด เพราะ สมาคมมาขอร้อง เลยยินดีช่วย ทั้งๆ ที่สภาพทีมย่ำแย่ นักเตะเจ็บเพียบ แต่พอทีมแพ้ กลับโทษผม ถีบหัวส่งอย่างนี้ มันไม่แฟร์ โค้ชจอมฟิต กล่าว นายกวิจิตร ไม่เคยมาสนใจทีมชาติไทยเลย ปล่อยตามยถากรรม ทั้งที่สมาคมมีเงินมากมาย อย่างตอนกลับจากเกาหลีเหนือ เชื่อไหมเราก็กลับอย่างทุลักทุเล ใกล้แค่นี้ไม่ยอมหาตั๋วเครื่องบินกลับทันที แต่กลับเลือกตั๋วที่ถูกๆ ทำให้นักฟุตบอลต้องไปรอเปลี่ยนเครื่องที่ประเทศจีน ถึง 12 ชั่วโมง นักฟุตบอลทีมชาติไทย สวมเสื้อทีมชาติไทย นอนเกลือกกลิ้งตามพื้นเพื่อรอเปลี่ยนเครื่อง ดูไร้ซึ่งศักดิ์ศรี ทุเรศสิ้นดี แล้วพอกลับมาถึงประเทศ ก็ไม่เห็นเงาหัวใครสักคนโผล่ไปต้อนรับ ส่วนเรื่องการบริหาร การวางแผนพัฒนาทีม โค้ชชัชชัย ก็วิจารณ์อย่างเผ็ดร้อนว่า ไม่มีความแน่นอน เปรียบเหมือนไม้หลักปักขี้ควาย พร้อมจะล้มทุกเมื่อ แล้วแต่คนใกล้ตัว นายวิจิตร จะพูดอย่างไร เขาชอบคนเอาใจ พูดอะไรฟังหมด แผนพัฒนาฟุตบอลก็ไม่มีความแน่นอน ไม่มีการพัฒนาต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมาก เราต้องทำทีมเป็นขั้นตอน จาก 17 ปี, 19 ปี, 21 ปี ไปชุดใหญ่ ผมยกตัวอย่าง ทีม 17 ปี ที่ สะสม พบประเสริฐ เป็นโค้ช เราก็ต้องสนับสนุนต่อไป ให้ โค้ชสะสม สานต่อ ไม่ใช่พอชนะก็ระริกระรี้ นี่พอตกรอบกลับตัวใครตัวมัน ไม่พัฒนาต่อ เดี๋ยวคอยดูทีม 20 ปี ซิ ตอนนี้ก็ยกย่อง มีโอกาสสร้างฝัน แต่หากแพ้กลับมาละก็ ไม่มีใครใส่ใจหรอก ปล่อยกันตามยถากรรม อดีตกุนซือทีมชาติไทยยังยกตัวอย่าง ดรีมทีม ที่โด่งดังในอดีต ซึ่งปั้นนักบอลจาก ดินสู่ดาว จากที่ไม่มีใครรู้จัก เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง, ตะวัน ศรีปาน, ดุสิต เฉลิมแสน แต่การซ้อมต่อเนื่องของ ดรีมทีม ทำให้เขาเหล่านั้นก้าวไปสู่ถนนค้าแข้งต่างประเทศ มันอยู่ที่วิสัยทัศน์ ถ้าเป็นอย่างนี้ เป็นทีมบริหารชุดนี้ ก็ไม่มีวันเจริญ นึกจะเอาคนนั้นคนนี้มาควบคุมวงการบอลก็เอามาซะอย่างนั้น พอแย่ทีก็เปลี่ยนที นี่ออกกฎปัญญาอ่อน ห้ามนักบอลใช้โทรศัพท์มือถือ ฟังแล้วตลกสิ้นดี เมื่อวันก่อน พวกนักบอลบางคนก็โทรมาบ่นกับผม รวมทั้งมีบางคนที่หลุดชุดนี้ไปก็กังวลว่าจะติดทีมอีกหรือไม่ ผมก็ปลอบใจไปว่า ศึกไทเกอร์คัพ ยังมีหวังอยู่ ที่สมาคมมาปลดนักเตะอย่างนี้แหละ ทำให้เขาหมดกำลังใจ รุ่นเก๋าก็น้อยใจ ทำเพื่อชาติมามาก แล้วก็ไม่มีความหมาย นายกวิจิตร เกตุแก้ว อยู่สมาคมฟุตบอลมานานแล้ว วงการลูกหนังไทยไม่มีการพัฒนาอะไรขึ้นมาเลย เราไม่เคยไปไกลเกินระดับอาเซียน พอใจหรือกับแชมป์ซีเกมส์ 6 สมัย พอสูงขึ้นไปหมดท่าทุกที กับเอเชียนเกมส์ บางครั้งจับพลัดจับผลู จังหวะดี แบ่งสายดี เข้าถึงรอบรองชนะเลิศก็ดีใจยกใหญ่ จะไปบอลโลก โครงการใหญ่โต แต่สุดท้ายเข้าอีหรอบเดิม โค้ชชัชชัย กล่าวต่ออีกว่า มันถึงเวลาแล้วที่ต้องเปลี่ยน ต้องพิจารณาตัวเอง เลือกตั้งสมัยหน้าสมควรจะเปลี่ยนให้คนอื่นมาเป็นนายกบ้างได้แล้ว หาคนที่มีไฟ รู้จักด้านการตลาด มาบริหารเหมือน สิงคโปร์ ที่เริ่มก้าวไปในทางที่ดี หรือไม่ก็ให้ผู้เคยบริหารงานระดับประเทศรับตำแหน่งไป แต่ถ้ายังเป็นชุดเดิม ต่อให้โค้ชเก่งระดับไหน บอลไทยไม่มีวันเจริญ โค้ชจอมฟิตกล่าวทิ้งท้าย ความในใจ ทรรศนะของ ลูกผู้ชายที่ชื่อ ชัชชัย พหลแพทย์ อาจจะฟังดูแรง อาจจะดูเหมือนพูดด้วยอารมณ์ แต่ใครติดตามข่าวสารบอลไทยน่าจะรู้ว่า โค้ชชัช เป็นคน ทำ มากกว่า พูด และไม่ใช่คนที่พูดมาก หากไม่ถึงที่สุด เป็นคนที่นักฟุตบอลทีมชาติไทยทุกรุ่นให้ความนับถือ ทำพูดของ โค้ชชัช จึงเป็นสิ่งที่น่ารับฟัง และนำกลับไปคิด โดยเฉพาะท่านผู้มีสิทธิ์ชี้ขาดชะตาฟุตบอลไทยจริง-เท็จ แค่ไหนไม่รู้ ขอเพียงทำอย่างไรก็ได้ให้วงการลูกหนังไทยเจริญขึ้นอยู่ที่ท่านจะกล้าเปิดใจรับ และเสียสละเพียงใด
จากคุณ :
ผ่านมา (EITHER)
- [
15 ก.ค. 49 14:09:27
]
|
|
|