ความคิดเห็นที่ 1
ระหว่างเชียร์รู้สึกว่าบรรยากาศก็ไม่แตกต่างไปกว่าตอนแข่งอะกรีแบงก์คัพเท่าไหร่ (ถ้าเทียบกับไทย เราว่าไทยเชียร์สนุกกว่า เพราะมีซูเปอร์แมน มีแตรดังแป๊ด แป๊ด เป็นระยะ แล้วก็มีกองเชียร์ไทยที่ตีกลองร้องรำทำเพลงไปตลอด อีกทั้งยังมีฝรั่งไปร่วมเชียร์ด้วยหลายคน) แต่นัดนี้กองเชียร์ที่นั่งในละแวกเราส่วนใหญ่จะสบถและด่านักเตะประเทศตัวเอง มากกว่าด่านักเตะไทย มีช่วงหนึ่งที่สุเชาว์รับลูกไม่ได้ เขาก็หาว่าโง่ แต่ถ้าเทียบแล้วก็ยังไม่แรงเท่ากับที่เขาด่านักเตะประเทศของเขา เพราะใช้คำด่าลามกมาก โดยด่าว่า "ดิต แหมะ" ซึ่งแปลว่า "7 แม่" ไปตลอด
ตอนที่เวียดนามได้บอล เสียงกองเชียร์ก็จะดังเกรียวกราวมาก แต่พอโดนประตูเรารับลูกได้ หรือเจอนักเตะไทยแย่งบอลไทย กองเชียร์ก็จะคร่ำครวญด้วยความเสียดาย และสบถด่านักเตะตัวเองด้วยคำหยาบคาย ตอนช่วงที่ดัสกรยิงฟรีคิกได้กองเชียร์เงียบในทันที และมีเสียงสบถว่า "แม่Jเอ๊ย เสร็จมันแล้ว" หลังจากนั้นก็เงียบกันไปพักหนึ่งถึงกลับมาเชียร์ต่อด้วยความหัวเสีย (ไม่เหมือนนัดที่เราเชียร์ไทยตอนแข่งกับพม่า แม้เราจะเสียลูกก่อน แต่กองเชียร์ไทยก็ยังเชียร์ไปตลอด และรอลุ้นไปตลอดว่าเมื่อไหร่เราจะตีเสมอได้)
พอกลับมาเชียร์ต่อก็ด่านักเตะซะป่นปี้ เช่น "***วัน เบี๋ยน ไอ้ตัวซวย,"ไอ้_่าเอ้ย โดนแย่งลูกตลอดเลยแสดด", "เล่นอะไรของมันวะ วิ่งยังกะไปตลาดสด, " ***กง วิงห์ _่าเอ๊ย ยิงก็ไม่เข้า" นอกจากนั้นยังได้ยินกองเชียร์พูดถึงเกียรติศักดิ์ด้วย แต่ไม่ได้ด่าอะไรว่า "เฮ้ย เฮ้ย เกีย ติ ซัค," "อายุเท่าไหร่แล้ววะ," "สามห้าแล้วโว้ย," "สามสาม สามสี่ต่างหากโว้ย" พวกกองเชียร์ชั้นล่างก็ตะโกนเรียกเกียรติศักดิ์กันใหญ่เลยพอเห็นเกียรติศักดิ์ ิ์ได้บอล เราว่ามีสิทธิ์ทำให้เสียสมาธิในการเล่นได้เพราะเรียกนานมาก เรียกไม่หยุดปาก ราวกับว่าเกียรติศักดิ์อยู่ทีมเวียดนาม
ช่วงประมาณนาทีที่ 43 เวียดนามก็ได้มีเฮอีกครั้ง เพราะฝ่ายเวียดนามกำลังจะได้ยิงลูกโทษ แฟนบอลนับหมื่นคนมั่นใจว่าฟาน แทง บิ่งห์จะต้องยิงได้แน่นอน (สำหรับลูกนี้เรามองว่าไม่น่าจะได้ลูกโทษ แต่กรรมการชาวอินโดกลับให้เป็นลูกโทษ ดูแล้วไม่ยุติธรรมจริงๆ) แฟนบอลเวียดนามทุกคนพร้อมใจกันยืนขึ้นเพื่อดูการยิงของฟาน แทง บิ่งห์ แต่ผลปรากฏว่าฟาน แทง บิ่งห์ยิงไม่เข้า ตอนแรกเราเห็นทางกรรมการรีบขึ้นคำว่า "GOAL GOAL" บนป้ายแจ้งคะแนนเตรียมไว้รอเลย แต่ก็ไม่ได้ดังใจและสร้างความผิดหวังให้กับแฟนบอลหลายหมื่นคนที่ร้องครวญครางด้วยความเสียดายและเสียใจ และช่วงนั้นกิตติศักดิ์ก็ล้มลงด้วยความเจ็บเพราะพยายามกันลูกและลูกก็โดนทั้งหน้าและตาอย่างจัง เมื่อเห็นกิตติศักดิ์ล้ม แฟนบอลเวียดนามก็ร้องโห่และมีเสียงไล่ประตูของเราออกไป เขาดีใจกันว่าอาจจะต้องเปลี่ยนผู้รักษาประตูเพื่อให้เวียดนามได้เปรียบขึ้น แต่ซักพักกิตติศักดิ์ก็ลุกขึ้นมาได้ เรากับพี่คนไทยดีใจมากที่เห็นกิตติศักดิ์พยายามลุกขึ้นมาทั้งที่ตัวเองเจ็บ และมีความตั้งใจสูงที่จะเล่นต่อและทำเพื่อทีมชาติไทย น่าสรรเสริญจริงๆ
หมดเวลาครึ่งแรก แฟนบอลเวียดนามเริ่มเงียบอีกครั้ง แตกต่างจากตอนที่เริ่มแข่ง แฟนบอลหลายๆ คนที่นั่งใกล้ๆ เราไม่มีใครลุกไปเข้าห้องน้ำหรือพักผ่อนเลย หลายคนต่างนั่งรอครึ่งหลังและตั้งความหวังว่าเวียดนามจะยิงประตูเพื่อตีเสมอ ไทยได้ แฟนบอลหลายคนเตรียมขนมปังฝรั่งเศส (บาแกตต์) ข้าวเหนียวนึ่ง และน้ำเข้ามานั่งทานด้วยระหว่างพักในครึ่งแรก คิดว่าพวกเขาคงยังไม่ได้ทานข้าวเย็นกัน คงรีบมาดูบอลกันจนไม่ได้ทานข้าวกันก่อน
ครึ่งหลังเริ่มขึ้น เรากับพี่คนไทยคิดกันเอาไว้แล้วว่าฝ่ายเวียดนามต้องบุกหนักและไทยต้องตั้งรับเนื่องจากเวียดนามยังไม่ได้ลูก แต่เราสองคนก็ยังมั่นใจว่าเราน่าจะได้ลูกอีกจากการสวนกลับของฝ่ายเรา และก็เป็นอย่างที่เราคิดไว้จริงๆ เวียดนามบุกหนักมาก พร้อมกับเสียงกองเชียร์ก็เริ่มเชียร์ดังลั่นอีกครั้ง เราสองคนก็นั่งดูด้วยความกดดันเพราะเวียดนามเล่นแรงมาก เตะนักเตะเราไปหลายคนแต่กรรมการอินโดก็ไม่ยอมเป่านกหวีด แกล้งทำเป็นไม่เห็น และไม่ให้ใบเหลืองฝ่ายเวียดนามเลย ทั้งที่เรากับพี่คนไทยเห็นกับตาเลยว่านักเตะเราโดนเตะจริงๆ แถมโดนเหยียบซ้ำอีก ทางกองเชียร์เวียดนามยังรู้เลยว่าไทยโดนโกง เพราะมีคนพูดออกมาว่า "ขี้โกงนี่หว่า" แล้วตอนที่กิตติศักดิ์ปัดบอลและโดนนักเตะเวียดนามรุมจนต้องล้มและลงไปนอนเจ็บอีกรอบนั้น ก็โดนคนเวียดนามโห่อีกเพราะครั้งนี้คงเจ็บหนักมากก็เลยฟุบไปนาน คงมีเวียดนามบางส่วนเข้าใจผิดคิดว่ากิตติศักดิ์แกล้งเจ็บและต้องการถ่วงเวลา ไม่ให้ทางเวียดนามได้ยิง เพราะเราได้ยินคนเวียดนามพูดว่า "ฉลาดเล่นนี่หว่า" แต่พอกิตติศักดิ์ฟื้นขึ้นมาได้ ทุกคนก็ลุ้นให้นักเตะเวียดนามรีบทำประตู แต่ก็ได้ยินเสียงบางคนบอกว่ากิตติศักดิ์แข็งแรงดีนะ ล้มขนาดนั้นก็ยังฮึดลุกขึ้นมาได้ (นี่เป็นเสียงของแฟนบอลเวียดนามบางคนที่รู้ว่ากิตติศักดิ์เจ็บจริง)
แต่ซักพักหนึ่งเสียงเฮก็เริ่มเงียบลงอีกครั้งราวกับป่าช้า เมื่อพิพัฒน์ยิงประตูให้ไทยได้ในนาทีที่ 80 เหตุการณ์ระทึกใจก็เกิดขึ้น เมื่อกองเชียร์ฝั่งซ้ายมือของเราตะโกนพร้อมกันด้วยเสียงอันดังลั่นสนามด้วยความไม่พอใจและเริ่มมีแฟนบอลบางส่วนเดินออกนอกอัฒจรรย์เพราะไม่อยากดูต่อ หลายคนเขวี้ยงขวดน้ำ กระป๋องโค๊ก กระป๋องเบียร์ ลงไปสนามที่เป็นลู่วิ่งใกล้ๆ กับสนามบอลที่นักบอลกำลังเตะกันอยู่ ตรงฝั่งเราถึงขั้นมีคนเขวี้ยงรองเท้าผ้าใบลงไป เรากับพี่คนไทยก็นึกในใจว่าแล้วเขาจะกลับยังไงถ้าไม่มีรองเท้าใส่ เพราะถ้าจะไปเก็บก็คงลำบากเพราะอัฒจรรย์สูงมาก ไม่มีบันไดลงไปถึงลู่วิ่งโดยตรง ต้องอ้อมไปเข้าประตูอีกด้านหนึ่งถึงจะเข้าไปในสนามบอลได้ เมื่อเห็นแฟนบอลหลายคนกลับ ก็เริ่มมีแฟนบอลคนอื่นๆ ทะยอยกลับไปแต่ก็ยังออกไปไม่หมดสนาม ส่วนคนที่เหลืออยู่กลับมาตะโกนร้องเชียร์ไทย ไม่เชียร์เวียดนามต่อ แต่ด่าเวียดนามว่า "กลับบ้านนอกไปเลยมรึง" แล้วก็บอกไทยว่า "ยิงประตูอีกเลยไทยแลนด์ เอาอีกเลยไทยแลนด์" และจะมีเสีงเฮตลอดเวลาที่ไทยได้ลูกและมีโอกาสจะยิง
ในส่วนของนักฟุตบอลในสนาม เห็นได้เลยว่าไทยเล่นด้วยความสบายใจ ส่วนเวียดนามเล่นด้วยความกดดันเพราะโดนด่าเละ และมองเห็นบรรดาขวดพลาสติก กระป๋อง รองเท้า ลอยไปเต็มแถวสนาม อีกประมาณ 5 นาทีก่อนหมดเวลาการแข่งขัน แฟนบอลแทบทุกอัฒจรรย์ต่างพากันลุกขึ้นและกลับออกไปหมด ที่เหลืออยู่ก็คือเชียร์ไทย วัยรุ่นที่นั่งใกล้เราก็ลุกกลับไป ผู้ชายที่ด่านักบอลเวียดนามมาตั้งแต่ต้นก็ยังไม่กลับ ยังนั่งด่าต่อให้หนำใจ ซักพักก็มีหนุ่มวัยรุ่นคนหนึ่งตะโกนเสียงดังลั่นสนามด้วยความเหลืออด คิดว่านักเตะเวียดนามต้องได้ยินว่า "ถาย ลาน โว ดิก" ซึ่งแปลว่า "ไทยแลนด์แชมป์เปียน"
คนเริ่มทะยอยกันกลับไปจนกระทั่งหมดเวลาการแข่งขัน บนอัฒจรรย์นั้นเหลือเราคนไทยแค่สองคนที่ยืนอยู่บนอัฒจรรย์ มีคนเก็บขยะมาเก็บขยะต่อ เขาคงงงเหมือนกันว่าทำไมเราสองคนยังไม่กลับ เราพากันยืนดูนักเตะไทยที่กำลังนอนแผ่ไปบนหญ้าด้วยความสบายใจหลังจากความเงียบได้กลับมาอีกครั้ง จะตะโกนบอกว่าขอแสดงความยินดี ก็กลัวโดนยามเวียดนามด่า แฟนบอลเวียดนามทุกคนเดินออกไปด้วยความเงียบสงบ ไม่มีเสียงบ่นอะไรทั้งสิ้น หรืออาจจะไปบ่นต่อที่บ้าน บ่นกับเพื่อนฝูง เราก็มิอาจจะทราบได้
เราคนไทยสองคนพากันเดินลัดเลาะออกไปนอกสนามเพื่อไปรอนักฟุตบอลไทยและแสดงควา มยินดีสำหรับชัยชนะ พวกเราไปยืนรอหน้าประตูอัฒจรรย์ A ที่เป็นอัฒจรรย์ทางผ่านของคนสำคัญหลายๆ คน เราเห็นพี่ที่สถานทูตไทย เราจึงเข้าไปทักทาย มีพวกพี่ผู้ใหญ่ส่วนหนึ่งที่บอกว่าบินมาจากกรุงเทพฯเพื่อมาดูบอลนัดนี้โดยตรง เราเห็นนักฟุตบอลเวียดนามเดินกันออกมาด้วยสีหน้าบึ้งตึง เห็นโค้ชอัลเเฟรด ริดเดิ้ลทำหน้าบอกบุญไม่รับขณะกำลังเตรียมตัวขึ้นรถเก่ง เราสองคนรอนักฟุตบอลไทยนานมากแต่ไม่เห็นออกมาซักที คิดว่านักข่าวทั้งไทยและเวียดนามคงสัมภาษณ์อยู่นาน เรารอประมาณครึ่งชั่วโมงก็ยังไม่เห็นออกมา ก็เลยต้องกลับเพราะฝากรถมอไซค์ไว้ กลัวว่าคนเฝ้ารถจะรอนานก็เลยต้องกลับกันไปก่อน
ตอนพวกเรากลับออกมาได้ซักพักหนึ่ง ระหว่างที่จะเดินไปเอารถ ก็เห็นรถทีมชาติไทยวิ่งผ่านมา เห็นหน้าโค้ชหรั่งและเกียรติศักดิ์อย่างชัดเจน นักฟุตบอลไทยทั้งคันรถ ไม่มีใครรู้ว่า มีคนไทยสองคนที่ไปยืนรอแสดงความยินดีอยู่เป็นเวลานาน อย่างไรก็ตามแม้ว่าเราสองคนจะไม่ได้เจอนักฟุตบอลไทย เห็นเพียงตอนนั่งรถบัสผ่านเท่านั้น แต่ก็อยากบอกนักฟุตบอลไทยว่า "ขอแสดงความยินดีกับนักฟุตบอลไทยทุกคน สำหรับนัดนี้ พวกคุณทำได้ดีที่สุดแล้ว เราขอแสดงความยินดีกับอีกหนึ่งความสำเร็จที่พวกคุณได้รับ เพราะการเล่นในบ้านเวียดนามที่มีความกดดันสูง และบรรยากาศมาคุแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยถ้าพวกคุณไม่มีความแน่จริง แต่พวกคุณทำได้ ควบคุมอารมณ์ได้ เราว่ายอดเยี่ยมที่สุด ไม่มีสิ่งใดเสมอเหมือนอีกแล้ว"
------------------------------------- จบแล้วครับ ขอบคุณ คุณ นักเรียนไทยในเวียดนามอีกครั้งที่รายงานให้คนในประเทศได้ทราบถึงบรรยากาศถึงขอบสนาม จินตนาการตามได้เป็นฉากๆ เลย
ปิดท้ายผมอยากเชิญชวนให้พี่น้องห้องศุภฯ ทุกท่านไปร่วมเชียร์ทีมไทยถึงขอบสนามบ้าง ไปแสดงให้คนเวียดนามเห็นถึงความสามัคคี และสปีริตของคนไทย
ปิดท้ายกระทู้ด้วยวลีเด็ด "VJ GET OUT!!!"
จากคุณ :
Mr.Trust - Me.com
- [
25 ม.ค. 50 23:56:31
]
|
|
|