ความคิดเห็นที่ 26
(3)
ใช่ที่ว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ในวงการฟุตบอล แต่นี่ไม่ใช่เกมนัดเดียว ผมเชื่อว่า 5 นัดสุดท้าย หงส์แดง ต้องการ3 แต้มเท่านั้น ก็มากพอที่จะปลอดภัย หรือ 6 แต้ม ถ้าจะเอาชัวร์ๆ
แล้วอันดับ 3 ล่ะ อาร์เซน่อล มีเกมลอนดอนดาร์บี้แมตช์เยือนสเปอร์ส, รับมือ ฟูแล่ม ก่อนรับมือ เชลซี เป็นดาร์บี้แมตช์ 3 นัดรวด ก่อนไปเยือนพอร์ทสมัธ ที่กำลังลุ้นพื้นที่ ยูฟ่า คัพ
ถ้าเป็น "ปืนใหญ่" เมื่อหลายปีก่อนเชื่อได้เลยว่า 12 แต้มไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าดูสภาพอาร์เซน่อลตอนนี้ 9 แต้มก็เต็มกลืน
แล้วลิเวอร์พูลล่ะ?
5 นัดสุดท้ายมีเกมในแอนฟิลด์ 3 นัดกับ โบโร่, วีแกน, และชาร์ลตัน นอกบ้านกับ พอร์ทสมัธ, ฟูแล่ม อย่างแย่อาจจะ 6 แต้มแต่10-15 แต้ม ก็ไม่ใช่การประเมินที่ลำเอียงเกินไปอย่างแน่นอน
แล้วจะกังวลกับฟอร์มในลีกไปทำไม?
ใช่ที่ว่ามันยังมีความหมาย ผมเชื่อว่าหลายคนยังติดตามแต่เราๆ ท่านๆ ยอมรับกันไหมว่า ตอนนี้อยากดูเกมแชมเปี้ยนส์ลีกมากกว่า?
นั่นก็ห้ามนักเตะให้คิดไม่ได้เช่นกัน แต่ผมก็ยังเชื่อว่าเราดีพอที่จะผ่าน โบโร่ และวีแกน ด้วยอย่างน้อย 4 แต้ม และถ้าเข้าชิงอันดับ 4 ก็ไม่ต้องลุ้นหนัก เพราะกว่าจะมีเกมก็ต้องรอปลายเดือนพ.ค. เราอาจจะยุ่งกับ แชมเปี้ยนส์ลีกช่วง 1-2 สัปดาห์หน้า แต่ทุกอย่างยังทัน หรือสมมุติว่าเราตกรอบ ช่วงเวลาที่เหลือก็มากพอที่จะทำให้เราเร่งเพื่ออันดับ 3 ซึ่งผมเชื่อว่าแทบทุกคนยอมได้ที่ 4 เพื่อผ่านเข้าไปชิงแชมเปี้ยนส์ลีก มากกว่า ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้แปลว่าเราจะไม่ได้ที่ 3 ถ้าเข้ารอบชิงแชมเปี้ยนส์ลีก
ในพรีเมียร์ชิพเราได้เปรียบคู่แข่งอย่าง อาร์เซน่อลแน่ๆ ในเรื่องของโปรแกรม แต่ในเกมยุโรปไม่ได้แปลว่าเราได้เปรียบเชลซี
โชเช่ มูรินโญ่ เป็นคนที่โผงผาง แต่ก็ไม่ได้โง่คำพูดของเขาที่บอกว่า ลิเวอร์พูล ได้เปรียบที่ไม่ต้องลุ้นหลายถ้วย ส่วนหนึ่งเหมือนการประชด แต่นั่นก็เป็นเรื่องจริงเช่นเดียวกัน
เขียนถึงคู่ เชลซี - หงส์ ก่อนชาวบ้านชาวช่องก็ดีเหมือนกันจะได้ไม่ไปซ้ำกับใคร
ผมไม่ได้หมายความว่าเราต้องทิ้งพรีเมียร์ชิพ แต่อยากมองให้เป็นการวางแผนเพื่อเกมต่อไป อย่างนัดเสมอ แมนฯ ซิตี้ การให้ เคร้าช์ เป็นตัวสำรอง เพื่อไม่ให้นักเตะกรอบเกินไปในขณะที่กองหน้าอีก 2 รายอย่าง ฟาวเลอร์ และเบลลามี่มีอาการบาดเจ็บรบกวน ไม่จำเป็นเลยที่เราจะต้องเสี่ยง
การทดลองใช้ อาร์เบลัว เล่นซ้าย ก็ไม่ใช่ครั้งแรกอย่าลืมว่าเราเสีย ออเรลิโอ ไปแล้ว ทำให้ตัวเลือกตำแหน่งนี้เหลือน้อยลงไป
แผน 4-4-1-1 หรือใครจะมองเป็น 4-2-3-1 ก็ตามไม่ใช่ครั้งแรก อย่าลืมว่าเกมถล่ม อาร์เซน่อล เราก็นำมาใช้และมันได้ผล เพียงแต่เกมนั้น เคร้าช์ ลงเป็นหน้าเป้าตั้งแต่แรก หากจะลองเปลี่ยนมาเป็น เดิร์ค เค้าท์ สักนัดก็ไม่น่าเป็นเรื่องแย่แต่อย่างใด
เทียบกับเกมพบ แอสตัน วิลล่า เรายังมีโอกาสดีกว่าเกมนั้น และผลเสมอก็ยุติธรรมดีแล้ว ใช่ ถ้าเป็นเกมที่มีความหมายต่อการลุ้นแชมป์ คงทุ่มสุดตัว แต่นี่ไม่ใช่
เราจะแบไต๋ทุกอย่างให้เชลซีเห็นก่อนจะพบกันหรือ?
กลยุทธซุนจื่อยกการชนะด้วยอุบายเป็นอันดับ 1 ในเกมฟุตบอลไม่ใช่การทำสงครามก็จริง หากแต่ทำให้นักเตะอ่อนล้าและแสดงทุกอย่างที่มีออกมาทั้งหมด ก่อนเกมสำคัญแบบนี้อย่างไหนเป็นเรื่องดีกว่ากันน่าจะคิดได้ไม่ยาก แมนฯ ซิตี้ เป็นหนึ่งทีมที่เข้าบอลหนักๆ
จากคุณ :
สายฟ้าสีเพลิง
- [
20 เม.ย. 50 08:38:02
]
|
|
|