ความคิดเห็นที่ 2
UCL News-เกร็ดเล็กๆน้อยๆก่อนการเจอกันระหว่างเอซี มิลานกับลิเวอร์พูล
-เอซี มิลาน เป็นทีมที่คว้าแชมป์ยูโรเปียน คัพ/ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีกมากที่สุดของอิตาลี เมื่อคว้าแชมป์ไปแล้วทั้งสิ้น 6 ครั้ง (เข้าชิง 9 ครั้ง)
-ลิเวอร์พูล เป็นทีมที่คว้าแชมป์ยูโรเปียน คัพ/ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีกมากที่สุดของอังกฤษ เมื่อคว้าแชมป์ไปแล้วทั้งสิ้น 5 ครั้ง (เข้าชิง 6 ครั้ง)
-5 ครั้ง ที่ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีกพวกเค้าชนะทีมที่ใส่ชุดขาวทั้งหมด (1976/77 พบ โบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัด, 1977/78 พบ คลับ บรูกส์, 1980/81 พบ รีล มาดริด, 1983/84 พบ เอเอส โรม่า, 2004/05 พบ เอซี มิลาน)
-สนามโอลิมปิก สเตเดี้ยมในกรุงเอเธนส์หรือที่ชาวกรีซเรียกว่าสนาม OACA Spyro Louis Stadium เคยเป็นสนามที่มิลานคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีกมาครองได้เมื่อปี 1994 หลังจากเอาชนะบาร์เซโลน่า 4-0
-มิลานและลิเวอร์พูลเป็นแชมป์รายการนี้รวมกันถึง 11 ครั้ง โดยมิลานต้องการชนะเพื่อที่จะเป็นแชมป์สมัยที่ 7, ส่วนลิเวอร์พูลก็ต้องการชนะเพื่อที่จะเป็นแชมป์สมัยที่ 6 โดยทีมที่ครองแชมป์รายการนี้มากที่สุดคือรีล มาดริดโดยได้แชมป์ไป 9 ครั้ง
-มิลานคว้าแชมป์รายการนี้ไปครองได้ในปี 1963, 1969, 1989, 1990, 1994 และ 2003 โดยได้รองแชมป์ในปี 1958, 1993, 1995 และ 2005 โดยเข้าชิงชนะเลิศน้อยกว่ารีล มาดริดทีมเดียว (12)
-ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์รายการนี้ไปครองได้ในปี 1977, 1978, 1981, 1984 และ 2005 โดยได้รองแชมป์ในปี 1985
-ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ได้ทุกครั้งหากได้ใส่ชุดเก่งของพวกเค้า (สีแดง), ในขณะที่มิลานได้แชมป์เพราะใส่ชุดทีมเยือน (สีขาว) ถึง 5 ครั้งคือในปี 1963, 1989, 1990, 1994 และ 2003 โดยมีเพียงครั้งท่พวกเค้าใส่ชุดขาวแล้วไม่ได้แชมป์ นั้นคือในปี 2005!!!
-เปเป้ เรย์น่ามีพ่อที่ชื่อ มิเคล ซึ่งเคยลงเล่นในนัดชิงฟุตบอลยูโรเปียน คัพให้กับทีมแอตเลติโก มาดริดในปี 1974 ซึ่งพบกับบาเยิร์น มิวนิค
-ทั้งอันเชลอตติและเบนิเตซต่างเคยพาทีมที่คุมเป็นแชมป์รายการนี้มาแล้ว โดยอันเชลอตติพามิลานเป็นแชมป์ในปี 2003, ส่วนเบนิเตซพาลิเวอร์พูลเป็นแชมป์ในปี 2005, โดยอันเชลอตติเป็นคนที่ 5 ที่ได้แชมป์รายการนี้ในฐานะนักฟุตบอลและผู้จัดการทีม
-คลาเรนซ์ เซดอร์ฟเคยได้แชมป์รายการนี้กับ 3 สโมสรมาแล้วคือ ในปี 1995 กับอาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม, ปี 1998 กับรีล มาดริด และปี 2003 กับมิลาน
-ทั้งสองทีมเคยเจอกันครั้งเดียวเมื่อปี 2005 ในรอบชิงชนะเลิศที่อิสตันบูล โดยมิลานได้ประตูจากมัลดินี (1) และเครสโป (39, 44) ส่วนลิเวอร์พูลได้ประตูจากเจอร์ราร์ด (54), ชมิเซอร์ (56) และอลอนโซ (60) ก่อนที่ลิเวอร์พูลจะเอาชนะได้ในการดวลลูกที่จุดโทษซึ่งดูเด็คเป็นฮีโรของเกมนั้น
-นักเตะที่ลงเล่นในปี 2005 ของมิลาน: ดีด้า, คาฟู, สตัม, เนสต้า, มัลดินี, กัตตูโซ (รุย คอสต้า, 112), ปิร์โล, กาก้า, เซดอร์ฟ (แซร์จินโญ่, 86), เชฟเชนโก, เครสโป (โทมัสสัน, 85)
-นักเตะที่ลงเล่นในปี 2005 ของลิเวอร์พูล: ดูเด็ค, ฟินเนน (ฮามันน์, 46), คาร์ราเกอร์, ฮูเปีย, ตราโอเร, หลุยส์ การ์เซีย, อลอนโซ, เจอร์ราร์ด, ริเซ่, คีลล์ (ชมิเซอร์, 23), บารอส (ซิสเซ่, 85)
-มิลานเอาชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมาได้ในรอบรองชนะเลิศด้วยสกอร์รวม 5-3 หลังจากนัดแรกแพ้ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด 2-3 ก่อนกลับมาเอาชนะได้ที่ซาน ชิโร 3-0
-ลิเวอร์พูลเอาชนะเชลซีมาได้ในรอบรองชนะเลิศด้วยการยิงลูกที่จุดโทษ 4-1 หลังจาก 120 นาทีลิเวอร์พูลชนะ 1-0 แต่เกมแรกที่เล่นที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ เชลซีก็ชนะมา 1-0 ทำให้เมื่อหมด 120 นาทีเสมอกันที่ 1-1
-ที่กรีซ, มิลานเคยเอาชนะทีมจากอังกฤษได้ในรอบชิงชนะเลิศ โดยชนะลีดส์ ยูไนเต็ดในรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลรายการคัพ วินเนอร์ส คัพ ในฤดูกาล 1972/73
-สนาม OACA Spyro Louis Stadium เคยจัดนัดชิงชนะเลิศรายการยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีกเมื่ออวันที่ 18 พฤษภาคม 1994 โดยมิลานสามารถเอาชนะบาร์เซโลน่าในยุคดรีมทีมได้ 4-0 โดยได้ประตูจากดานิเล่ มาสซาโร (2), เดยัน ซาวิเซวิซ และมาร์กแซล เดอไซญี, และในรอบแบ่งกลุ่มพวกเค้าก็เอาชนะทีมเออีเคในการมาเยือนได้อีกในสกอร์ 1-0
-ลิเวอร์พูลเคยบุกมาชนะทีมจากกรีซได้โดยเอาชนะพานาธิไนกอสได้ 1-0 (รวม 2 นัดลิเวอร์พูลชนะ 5-0) ในรอบรองชนะเลิศยูโรเปียน คัพในฤดูกาล 1984/85, เสมอ 2-2 กับโอลิมเปียกอสในรายการยูฟ่า คัพเมื่อปี 2000/01
-ลิเวอร์พูลแพ้ทีมจากกรีซในการออกไปเยือนครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2004/05 โดยแพ้ 0-1 ต่อโอลิมเปียกอสในรายการยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีกรอบแบ่งกลุ่ม
-มิลานเคยพบกับทีมจากอังกฤษในฟุตบอลสโมสรยุโรปทั้งสิ้น 24 เกม โดยชนะ 9 เสมอ 7 และแพ้ 8
-ลิเวอร์พูลเคยพบกับทีมจากอิตาลีในฟุตบอลสโมสรยุโรปทั้งสิ้น 16 เกม โดยชนะ 7 เสมอ 2 แพ้ 7
ที่มา: http://www.uefa.com
จากคุณ :
สายฟ้าสีเพลิง
- [
23 พ.ค. 50 07:33:08
]
|
|
|