ความคิดเห็นที่ 2
ข้อมูลจากบอร์ดเวปบาสไทย
ไทยถูกเสือเหลืองเชือดคาถิ่นบาสฯซีบ้าคัพ
http://www.basthai.com/index.php?option=com_content&task=view&id=165&Itemid=
บาสไทยอ่วมเจอ "เสือเหลือง"มาเลเซีย เฉือดคาถิ่นแบบเหลือเชื่อ ทั้งที่นำสกอร์ในครึ่งแรกถึง 11 แต้ม แต่มาเจอดีถูกส่อง 3 แต้มติดจนเกมรับป่วนไปเอง จนพ่ายไปในที่สุด 67-72
"สุเทพ เบ็ญจโภคี" ประมุขยัดห่วง โวยผู้ชี้ขาดชาวมาเลเซีย จัดผู้ตัดสินชาวอิเหนาลงตัดสินทั้งที่มีอินโดฯ มีผลกับทีมไทยเพราะยังไม่เจอกัน แต่ก็ยอมรับลูกทีมทำพลาดกันเองในช่วงท้าย ด้าน "ปิยพงศ์ พิรุณ" กัปตันทีม ชี้ทีมยังมีหวังกับเป้าหมายอันดับ 2 ของรายการ หากเอาชนะอินโดนีเซียได้เกิน 6 แต้ม ส่วนความพร้อมทีมดีกว่า เพราะได้พัก 1 วัน ส่วนอินโดฯ ต้องเจองานหนักกับฟิลิปปินส์ในวันที่ 26 พ.ค.ศกนี้ ขณะที่ "เต็งแชมป์" ฟิลิปปินส์ ลงสนามนัดแรกถล่ม "ลอดช่อง"สิงคโปร์ เละคาสนาม 122-55 ในศึกยัดห่วง "ซีบ้าคัพ" ที่จ.ราชบุรี
การแข่งขันบาสเกตบอล ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ครั้งที่ 11"คราวน์ปรินซ์คัพ" ชิงชนะเลิศ อาเซียน "ซีบ้าคัพ" ที่โรงยิมส์เนเซี่ยม 4,000 ที่นั่ง จ.ราชบุรี เมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา ใช้ระบบการแข่งขันแบบพบกันหมดทีมใดชนะมากที่สุดจะเป็นผู้คว้าแชมป์ไปครอง ส่วนการแข่งขันรอบแรกวันที่ 2 ทีมยัดห่วงหนุ่มไทย ลงสนามนัดที่ 2 หลังเอาชนะสิงคโปร์ในนัดเปิดสนาม 75-50 พบกับ "เสือเหลือง" มาเลเซีย ซึ่งลงสนามเป็นนัดที่ 2 เช่นเดียวกัน แต่แพ้ให้กับ อินโดนีเซีย 66-72
ไทยส่ง เซนเตอร์คู่ จักรพันธ์ ศิลปพิพัฒน์, นนทภพ วิวัฒน์พงษ์เพชร, ปีกคู่ ปิยพงศ์ พิรุณ กัปตันทีม, รัชเดช เครือทิวา และพอยท์การ์ด มานะ จันทุมา เป็น 5 คนแรก
เริ่มเกมผู้เล่นของไทยยังเรียกฟอร์มเก่งได้มีดีนัก ผิดกับมาเลเซียที่สามารถเรียกสกอร์เพิ่มและออกนำไทยก่อนในควอเตอร์แรกที่ 14-13
ควอเตอร์ที่ 2 เกมบุกของไทยเริ่มเป็นผลเมื่อ นนทภพ วิวัฒน์พงษ์เพชร และ โสภณ พินิจพัชรเลิศ เรียกสกอร์แซงได้ อีกทั้ง อรรถพร เลิศมาลัยภรณ์ ที่ถูกส่งลงมาทำเกมบุกก็ทำได้ดี ส่งผลให้สกอร์ไทยแซงไปนำที่ 35-26
ควอเตอร์ที่ 3 กำลังใจของทีมไทยเริ่มกลับมาเมื่อ "เจ้าโอม" รัชเดช เครือทิวา เจ้าของตำแหน่งมือปืน 3 แต้มจากถ้วยพระราชทาน ก เมื่อปี พ.ศ.2549 จับจังหวะของตัวเองได้ระเบิดฟอร์มชูต 3 แต้ม 2 ครั้งติด ช่วยทีมทิ้งสกอร์ห่างเป็น 47-30 เข้าสู่ช่วง 3 นาทีสุดท้าย มาเลเซียแก้ไขสถานการณ์ ด้วยการเน้นการส่องไกลเพื่อเรียกสกอร์คืนซึ่งก็ไล่มาเหลือ 10 แต้มที่ 41-51 สุดท้ายก็ทำได้แค่เสียวหมดเวลาไทยยังนำต่อที่ 55-44
ควอเตอร์สุดท้าย เริ่มเกมได้เพียง 2 นาที ตัน เคียน ฮุง ผู้เล่นมาเลเซียกลายเป็นนักกีฬาคนแรกของทัวร์นาเม้นท์ที่เสียเลือดในแมชท์นี้ เมื่อปะทะกับผู้เล่นไทยจนปากแตก และไม่ยอมให้แพทย์ไทยเข้ารักษาพยายามบาล รวมไปถึง โค เวย เต็ก เซนเตอร์เจ้าของความสูง190 ซม.ที่พยายามขึ้นรีบาร์วบอลแต่ลงผิดจังหวะลงมาข้อเท้าพลิกต้องออกจากเกม ส่วนผู้เล่นที่เหลือต่างช่วยกันไล่เก็บสกอร์จนมาเหลือเพียง 1 แต้ม ที่ 54-55 ขณะที่เวลาเหลืออีก 6.12 นาที ทำให้โค้ช เจ้า ชวน หมิน ต้องเบรกเกมด้วยการขอเวลานอก
เข้าสู่การแข่งขัน มาเลเซียพลิกสถานการณ์กลับมาแซงไทยได้สำเร็จกับการโต้กลับเร็วที่ 56-55 และการชูต 3 แต้มที่เรียกแบบทันท่วงที่ทำให้นำออกไปที่ 59-55 ส่งผลให้ไทยเริ่มปั่นป่วนเพิ่มมากขึ้นเมื่อถูกจับฟาร์วมากขึ้นโดยเฉพาะตัวหลักอย่าง ชัยวัฒน์ แกดำ ที่ทำเกมรับได้อย่างดีเยี่ยมมาโดยตลอด และโชคเริ่มเข้าข้างไทยมากขึ้นเมื่อ ชี ลี เหว่ย เซนเตอร์ที่สูงที่สุดของมาเลเซีย 197 ซม. ฟาร์วเอาท์ครบ 5 ครั้ง เมื่อไปทำฟาร์ว ปิยพงศ์ พิรุณ กัปตันทีมขณะขึ้นชูต 3 แต้ม และกัปตันทีมไทยไม่พลาดกด 3 แต้มได้สำเร็จไล่มาเป็น 58-61 แต่ไม่สามารถหยุดความร้อนแรงของมาเลเซียได้ทำให้มาเลเซียยังคงนำต่อไปที่ 68-62 และเหลือเวลาอีก 2.20 นาที ไทยเองไม่หมดความพยายามอาศัยความแม่นยำในการชูตโทษไล่มาเหลือ 65-68 เหลือเวลาอีก 1 นาทีเศษ ไทยไล่มาเหลือ 1 แต้มจากการขึ้นเช็ดแป้นของชัยวัฒน์ แกดำ 67-68 แต่มาเลเซียนำไทยได้อีกที่ 70-67 เหลือเวลาอีกเพียง 17.7 วินาที ทำให้ไทยต้องตีฟาร์วเพื่อลุ้นให้มาเลเซียชูตโทษไม่ลงและได้บุกเพื่อเสมอ ปรากฎว่า ซู อึ้ง เฮง ของมาเลเซียไม่พลาดชูตโทษลงไป 1 ครั้ง และเพื่อเพื่อนร่วมทีมยังสามารถรีบาร์วบอลได้อีก และทำได้อย่างนี้จนหมดเวลา มาเลเซียจึงเป็นฝ่ายพลิกชนะทีมไทยไปแบบหืดขึ้นคอ 72-67
สถิติ มาเลเซีย : ท็อปสกอร์ ฟาสซิก หล่อ ฮู วอน 16 แต้ม, ท็อป 3 แต้ม ไช เซ เฮียง 9 แต้ม, รีบาร์ว ชี ลี เว่ย 5 ครั้ง, ป้อนยิง เซตยาซีเลน 1 ครั้ง, ตัดบอล กูกานีสบาเรล, เซนยาซีเลน 2 ครั้ง, ป้องกัน ตัน เคน ฮอง, ชี ลี เว่ย 2 ครั้ง,
ไทย : ท็อปสกอร์ มานะ จันทุมา, ปิยพงศ์ พิรุณ 14 แต้ม, ท็อป 3 แต้ม รัชเดช เครือทิวา 9 แต้ม, รีบาร์ว ชัยวัฒน์ แกดำ 6 ครั้ง, ตัดบอล โสภณ พินิจพัชรเลิศ, รัชเดช เครือทิวา 3 ครั้ง, ป้องกัน รัชเดช เครือทิวา 3 แต้ม
 นายสุเทพ เบ็ญจโภคี นายกสมาคมบาสเกตบอลแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เกมในช่วง 2 ควอเตอร์แรก เห็นได้ชัดเจนว่า ผู้ตัดสินชาวอินโดนีเซีย ตัดสินไม่เป็นธรรมนัก จึงได้ไปขอคำชี้แจงกับ มร.เคอ นัน ลี ผู้ชี้ขาดชาวมาเลเซีย ถึงการจัดผู้ตัดสินว่า เหตุใดถึงได้จัดผู้ตัดสินชาวอินโดนีเซีย ซึ่งมีผลกับไทยลงมาตัดสิน เหตุใดจึงไม่ส่งผู้ตัดสินชาวสิงคโปร์ลงมา แต่ก็ไม่มีคำอธิบายอะไร ขณะที่ครึ่งหลังกรรมการอินโดนีเซีย เริ่มตัดสินดีขึ้น แต่ผู้เล่นไทยเล่นไม่ดีเอง ปล่อยให้ผู้เล่นมาเลเซียชูต 3 แต้มง่ายเกินไป เป็นจุดเปลี่ยนของเกมทันที แต่ความหวังของไทยยังไม่สิ้นเสียทีเดียวกับการคว้าอันดับที่ 2 ของรายการ เพราะนัดที่จะพบกับอินโดนีเซีย ในวันที่ 27 พ.ค.ศกนี้ เราจะต้องชนะให้ได้ 6 แต้ม และก่อนแข่งไทยจะได้พัก 1 วันอีกด้วย รวมไปถึงอินโดนีเซีย จะต้องพบกับ ฟิลิปปินส์ ในวันที่ 26 พ.ค.อีกต่างหาก
ด้าน"เจ้าบอย"ปิยพงศ์ พิรุณ กัปตันทีมไทย เปิดเผยว่า ก่อนเกมเริ่มโค้ชจ้าว ชวน หมิน บอกว่าไทยอาจจะต้องแพ้มาก สุดท้ายเราก็แพ้จริงๆ แต่แพ้เพียงแค่ 5 แต้มเท่านั้น ยอมรับว่าวันนี้เราปะกบผู้เล่นที่ชู๊ต 3 แต้ม ได้ดีของมาเลเซียในช่วงท้ายได้ไม่ดีนัก รวมไปถึงผู้เล่นในทีมไทยชุดนี้มีหน้าใหม่มาก ความตื่นเต้นกับสถานการณ์ที่เป็นฝ่ายนำอยู่มาก และถูกไล่มาจนถูกแซง ทำให้เกิดความตื่นเต้นและแก้ไขสถานการณ์ไม่ถูก ทั้งนี้เราก็ยังคงมีความหวังตรงที่ การพบกับอินโดนีเซียในวันที่ 27 พ.ค. ซึ่งดูเกมที่อินโดฯ พบ มาเลเซียแล้วไทยสู้ได้อย่างแน่นอน
ส่วนผลการแข่งขันอีกคู่ ระหว่าง "เต็งแชมป์" ฟิลิปปินส์ ซึ่งเข้าร่วมการแข่งขันรายการนี้อีกครั้งหลังจากถูกแบนโดยสหพันธ์บาสเกตบอลนานาชาติหรือ "ฟีบ้า" มาเกือบ 3 ปี พบกับ "ลอดช่อง" สิงคโปร์ ซึ่งลงสนามเป็นนัดที่ 2 และทีมแรกที่ผ่านให้กับทีมไทย 50-75 ผลปรากฎว่า ฟิลิปปินส์ โชว์ความยิ่งใหญ่ที่เก็บเงียบมานาน ระเบิดฟอร์มถล่มสิงคโปร์เละไม่มีชิ้นดีด้วยสกอร์ทะลุร้อยแต้ม 122-55 (30-23, 57-32, 89-47) โดยในเกมนี้ผู้เล่นฟิลิปปินส์ ทำแต้มเกิน 20 แต้มถึง 3 คนด้วยกัน คือ มาร์ค แอนโทนี คากูโอ พอยท์การ์ด ชูตไป 24 แต้ม, เดเนี่ยน คาร์ลีส ซิงค์ ผู้เล่นปีก 20 แต้ม และ โดเนลโด ฮอนติวีรอส พอยท์การ์ด 22 แต้ม ขณะที่สิงคโปร์ มีเพียง วอง ซูน หยู ที่ทำได้สูงสุดเพียงแค่ 12 แต้ม
สถิติ ฟิลิปปินส์ : ท็อปสกอร์ มาร์ แอนโทนีคากูโอ 24 แต้ม, ท็อป 3 แต้ม โดเนลโด ฮอนติวีรอส, ฟอร์เรนโด้ ลิตัวโน จูเนียร์ 9 แต้ม, รีบาร์ว โดเนลโด ฮอนติวีรอส 12 ครั้ง, ป้อนยิง แดนเนีย ชาเลส ซีเกิล, จิม อาลาพัก, โดเนลโด ฮอนติวีรอส, ลานิเดล เดอ โอคัมโป 2 ครั้ง, ตัดบอล แอนโทนี เฮาเตอร์เลน 3 ครั้ง, ป้องกัน เคอบี้ เรย์มุนโด 2 ครั้ง, สิงคโปร์ : ท็อปสกอร์ วอง ซุน หยู 12 แต้ม, ท็อป 3 แต้ม วอง ซุน หยู 9 แต้ม, รีบาร์ว พัทมาน มาติลากาน 6 ครั้ง, ป้อนยิง วอง เหวย ลอง, โอ เว่ย เจีย เดสมอน, วอง ซุน หยู 1 ครั้ง, ตัดบอล วอง เวย ลอง 3 ครั้ง, ป้องกัน โกะ เมลคุน, พัทมาน มาติลากาน 1 ครั้ง
จากคุณ :
สะตอคุง
- [
26 พ.ค. 50 16:15:28
]
|
|
|