ความคิดเห็นที่ 488
หงส์แรงถล่มสาลิกา3-0กุหลาบเจ๊า,เร้ดดิ้งได้เฮ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ฟอร์มยังแรงต่อเนื่องเปิดฉากไล่ยำ "สาลิกาดง" นิวคาสเซิ่ล ไป 3-0 เฟร์นานโด ตอร์เรส ยิงเพิ่มได้อีกหนึ่งประตู ส่วน "เจ้าสัวน้อย" ฟูแล่ม ได้ทีเด็ดจาก จิมมี่ บุลลาร์ด ปั่นฟรีคิกท้ายเกมช่วยเก็บ1คะแนนกจาก อีวู้ด พาร์ค ได้ ในขณะที่ "เดอะรอยัล" เร้ดดิ้ง ได้สามแต้มอันล้ำค่าหลังเปิดรังจม "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-0
ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดประจำวันเสาร์ที่ 8 มีนาคม 2551 ลิเวอร์พูล 3 - นิวคาสเซิ่ล 0
หงส์แดง เปิดบ้านพบสาลิกาดง โดยเจ้าถิ่นเปลี่ยนทีมบ้างเล็กย่อน แต่ก็ยังมีตัวหลักอย่างชาบี อลอนโซ่, สตีเว่น เจอร์ราร์ด และ เฟร์นานโด ตอร์เรส นักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือน กุมภาพันธ์นำทัพ ขณะที่ทีมเยือนไมเคิ่ล โอเว่น กลับมาเยือนถิ่นเดก่า ด้วยการสวมปลอกแขนกัปตันทีม
เริ่มเกมลิเวอร์พูล เดินเกมบุกทันที แต่กลับเป็นทีมเยือนที่มีลุ้นประตูก่อนในนาทีที่ 9 จากจังหวะเตะมุมทางขวาที่ชาร์ลส์ เอ็นซ็อคเบีย เปิดมาที่เสาแรกให้อับดูลาย ฟาย โขกต่อ ทว่าโฆ เซ่ เรน่า ยังปัดทิ้งได้
นาทีถัดมาหงส์แดง ลุ้นครั้งแรก เมื่อเฟร์นานโด ตอร์เรส ลากบอลจากทางขวาเข้ามาในเขตโทษ ก่อนตัดสินใจกดเต็มเท้า สตีฟ ฮาร์เปอร์ ปัดหลุดเสาหวุดหวิด แม้ว่าหงส์แดง จะ ครองเกมได้มากกว่า แต่ก็ไม่มีโอกาสยิงแบบเน้นๆ เลย จนนาทีที่ 36 โฆเซ่ เอ็นริเก้ ทำฟาล์วเจอร์เมน เพนแนนท์ทางกราบขวา ชาบี อลอนโซ่ ฉวยโอกาสเล่นฟรีคิกเร็วเขี่ยให้สตีเว่น เจอร์ราร์ด ซัดมุมแคบนิคกี้ บัตต์ เคลียร์ทิ้งหวุดหวิด
ในที่สุดหงส์แดง มาได้ประตูออกนำ 1-0 แบบโชคช่วย ในนาทีที่ 43 เมื่อตอร์เรส เคาะบอลต่อให้เพนแนนท์ แต่ถูกเอ็นริเก้ เข้ามาเตะบอลอัดเพนแนนท์ บอลลอยข้ามหัวฮาร์เปอร์ เข้า ประตูแบบมีเฮง
นาทีสุดท้ายเฟร์นานโด ตอร์เรส แผลงฤทธิ์เมื่อสตีเว่น เจอร์ราร์ด จ่ายบอลต่อให้กองหน้าทีมชาติสเปน โยกหลบสตีฟ ฮาร์เปอร์ ก่อนแปตุงตาข่ายอย่างใจเย็น จบ 45 นาทีแรกลิ เวอร์พูล นำนิวคาสเซิ่ล 2-0
กลับมาเล่นต่อในครึ่งหลังยังคงเป็นลิเวอร์พูล ที่เดินเกมบุก และมาได้ประตูหนีเป็น 3-0 ในนาทีที่ 51 จากจังหวะที่ตอร์เรส พาบอลมาจากกลางสนาม ก่อนจ่ายตาช่องให้สตีเว่น เจอร์ราร์ด ยกบิลข้ามสตีฟ ฮาร์เปอร์ ตุงตาข่าย
อีก 6 นาทีจากนั้นหงส์แดง ก็เกือบมาได้ประตูที่ 4 เมื่อเจอร์ราร์ด ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษก่อนยิงไปติดการเซฟของฮาร์เปอร์ นิวคาสเซิ่ล พยายามตั้งเกมบ้าง และมีลุ้นจะได้ ประตูตีไข่แตกเหมือนกัน ในนาทีที่ 67 เมื่อโอบาเฟมี่ มาร์ตินส์ ตัวสำรองที่ถูกเปลี่ยนตัวลงมาใช้ความแกร่งแย่งบอลจากยอห์น อาร์เน่ รีเซ่ ก่อนตัดสินใจยิงบนเส้นเขตโทษ แต่เปเดป้ เรน่า ไม่ พลาดตะครุบบอลไว้ได้
อีก 3 นาทีให้หลังสาลิกาดง น่าจะตีไข่แตกสุดๆ เมื่อมาร์ตินส์ ลองยิงลักไก่จากระยะร่วม 40 หลา บอลข้ามหัวเรน่า ไปแล้วแต่ตกลงกระทบคานอย่างจัง เข้าสู่ช่วง 10 นาทีสุดท้าย ของเกมยังเป็นลิเวอร์พูล ที่ครองบอลมากกว่า ขณะที่นิวคาสเซิ่ล ก็ทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน หมดเวลาการแข่งขันลิเวอร์พูล ถล่มเอาชนะนิวคาสเซิ่ล ไปแบบไม่ยากเย็น 3-0
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล : โฆเซ่ เรน่า, อัลบาโร่ อาร์เบลัว, เจมี่ คาร์ราเกอร์, มาร์ติน สเคอร์เทิ่ล, ยอห์น อาร์เน่ รีเซ่, เจอร์เมน เพนแนนท์, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, ชาบี อลอนโซ่, ลูคัส เลว่า, ยอสซี่ เบนา ยูน, เฟร์นานโด ตอร์เรส นิวคาสเซิ่ล : สตีฟ ฮาร์เปอร์, อาบิ๊บ เบย์, สตีเว่น เทย์เลอร์, อับดูลาย ฟาย, โฆเซ่ เอ็นริเก้, เจมส์ มิลเนอร์, นิคกี้ บัตต์, ชาร์ลส์ เอ็นซ็อกเบีย, เดเมี่ยน ดัฟฟ์, อลัน สมิธ, ไมเคิ่ล โอ เว่น
แบล๊คเบิร์น 1 - ฟูแล่ม 1
"กุหลาบไฟ" แบล๊คเบิร์น โรเวอร์ส เปิดรัง อีวู้ด พาร์ค รับมือ "เจ้าสัวน้อย" ฟูแล่ม งานนี้เจ้าถิ่นเป็นต่อเยอะทีเดียว ตัวรุกสำคัญๆอย่าง เดวิด เบนท์ลี่ย์, มอร์เท่น กัมส์ต พีเดอร์เซ่น, โรเก้ ซานตา ครูซ และ เบนนี่ แม็คคาร์ธี่ อยู่กันครบ ฝั่งทีมเยือนที่กำลังต้องการแต้มเพื่อหนีตายเพราะอยู่อันดับรองบ๊วยส่ง เอ๊ดดี้ จอห์นสัน กับ คลินตัน เดมป์ซี่ย์ อยู่ในแนวรุก โดย เดวิด ฮีลี่ กับ ไบรอัน แม็คไบรด์ นั่งสำรอง
แบล๊คเบิร์น เริ่มได้ดุดันกว่าและได้ฟรีคิกระยะ 35 หลา น.5 เดวิด เบนท์ลี่ย์ เขี่ยให้ สตีเว่น รีด วิ่งเข้าไปยิงติดกำแพงน่าเสียดาย ฝนตกลงมาทำให้ แบล๊คเบิร์น คอนโทรลบอลลำบาก ขณะที่ ฟูแล่ม เล่นเหนียวแน่นรอสวนอย่างเดียว และสามารถบีบให้ แบล๊คเบิร์น แทบไม่มีลุ้นอะไรเลย
น.36 กุหลาบไฟ ได้ลุ้นจากลูกเตะมุมที่ เบนท์ลี่ย์ โยนเข้าไปให้ ซูรับ คิซานิชวิลี่ โหม่งระยะสิบหลาเศษแต่เบาเกินไป เคซี่ย์ เคลเลอร์ รับกินสบาย ฟูแล่ม เองก็ได้ลุ้นในช่วงทดเวลาบาด เจ็บของครึ่งแรกจากฟรีคิกของ จิมมี่ บุลลาร์ด ทว่าไม่ผ่านกำแพง หมดครึ่งแรกสกอร์ 0-0
ครึ่งหลังทั้งสองทีมไม่มีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่น กุหลาบ ออกมาใหม่คึกคักทีเดียวได้ลุ้นติดๆกันจาก เบนท์ลี่ย์ และ รีด แต่ก็พลาดไปทั้งสองจังหวะเจ้าบ้านน่าได้เหลือเกิน น.53 เมื่อ คอนเชนสกี้ สกัดบอลไปโดน สตีเว่น รีด บอลลอยโด่งทำท่าจะย้อยเข้า แต่ เคซี่ย์ เคลเลอร์ ปัดข้ามคานออกไปได้
แบล๊คเบิร์น คุมเกมไว้ได้หมด หลังจากนั้น 3 นาที มอร์เทน กัมส์ต พีเดอร์เซ่น เก็บตกแล้วซัดจากนอกเขต แต่หลุดกรอบออกไป ถึงตรงนี้ มาร์ค ฮิวจ์ส เปลี่ยน 2 ตัวโดยเอา แมตต์ ดาร์บีเชียร์ กับ เจสัน โรเบิร์ตส์ แทน เบนนี่ แม็คคาร์ธี่ และ ตูกาย ตามลำดับ
ฟูแล่ม เกือบได้ประตูขึ้นนำ น.58 เมื่อ เอ๊ดดี้ จอห์นสัน หลุดไปยิงทางขวา บอลผ่านมือ แบร๊ด ฟรีเดล ไปแล้ว แต่ดันไปชนสามเหลีย่มกระดอนออกหลังน่าเสียดาย แต่เมื่อเกมถึง 1 ชั่วโมงเจ้าถิ่นนำจนได้เมื่อ เจสัน โรเบิร์ตส์ โยนจากด้านขวาให้ มอร์เท่น กัมส์ต พีเดอร์เซ่น โหม่งเผาขนเข้าประตูไป แบล๊คเบิร์น นำ 1-0
ทีมเยือนเกือบตีเสมอได้ทันควันจาก คลินตัน เดมป์ซี่ย์ แต่กองหน้าทีมชาติสหรัฐิอเมริกา ดันซัดเผาขนไม่โดน ทว่าเจ้าถิ่นก็เกือบได้เม็ดที่ 2 เหมือนกันจาก แมตต์ ดาร์บีเชียร์ แต่ไป ติดบล็อกของ พอล คอนเชสกี้ ซะก่อน
เจสัน โรเบิร์ตส์ เกือบทำประตูที่ 2 ให้เจ้าบ้านได้เมื่อมีโอกาสซัดจากนอกเขตทางซ้ายด้วยเท้าขวา แต่ เคซี่ย์ เคลเลอร์ พุ่งตะครุบไม่พลาด จากนั้นไม่นาน พีเดอร์เซ่น ยิงฟรีคิก 35 หลาหลุดกรอบไปเส้นยาแดงผ่าแปด
กุหลาบ พลาดโอกาสที่จะทำประตูหนีห่างออกไป น.77 เมื่อ เดวิด เบนท์ลี่ย์ ลากบอลทางซ้ายก่อนจะตัดสินใจยิงเอง แต่บอลเข้าหน้าต่าง เกมทำท่าจะจบลงด้วยชัยชนะของเจ้าบ้าน แต่ กุหลาบมาพลาดท่าเสียลูกฟรีคิก ก่อนที่จะเป็น จิมมี่ บุลลาร์ด ปั่นฟรีคิกท้ายช่วยทีมเยือนเก็บ1คะแนนกจาก อีวู้ด พาร์ค ได้สำเร็จ
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม แบล๊คเบิร์น : แบร๊ด ฟรีเดล, อังเดร ออยเยอร์, คริสโตเฟอร์ แซมบ้า, ซูรับ คิซานิชวิลี่, สตีเฟ่น วอร์น็อค, เดวิด เบนท์ลี่ย์, สตีเว่น รีด, ตูกาย เคริโมกลู, มอร์เท่น กัมส์ต พีเดอร์เซ่น, โรเก้ ซานตา ครูซ, เบเนดิกต์ แม็คคาร์ธี่ ฟูแล่ม : เคซี่ย์ เคลเลอร์, พอล สตอลเทรี่, อารอน ฮิวจ์ส, เบรเด้ ฮันเกลันด์, พอล คอนเชสกี้, คลินตัน เดมป์ซี่ย์, จิมมี่ บุลลาร์ด, ลีออน อันเดรเซ่น, แดนนี่ เมอร์ฟี่, ไซม่อน เดวี่ส์, เอ๊ดดี้ จอห์นสัน
เร้ดดิ้ง 2 - แมนฯซิตี้ 0
"เดอะ รอยัลส์" เร้ดดิ้ง เปิดสนาม มาเดจสกี้ สเตเดี้ยม รับมือ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ งานนี้เจ้าถิ่นเป็นต่อนิดหน่อย เนื่องจากทีมเยือนฟอร์มกำลังแกว่งและไม่มี ไมกาห์ ริ ชาร์ดส์ กับ มาร์ติน เปตรอฟ 2 นักเตะสำคัญ โดย สตีฟ ค็อปเปลล์ ส่ง เควิน ดอยล์ กับ เชน ลอง ล่าตาข่ายคู่กัน มี เดฟ คิตสัน ในม้านั่งสำรอง
ด้านทีมเยือน สเวน โกรัน อีริคส์สัน มี เบนจานี เอ็มวารูวารี และ ดาริอุส วาสเซลล์ ในแนวรุก ส่วนแดนหลัง เวดรัน คอร์ลูก้า หุบไปยืนเซนเตอร์ฮาล์ฟคู่กับ ริชาร์ด ดันน์ มี ฮาเบียร์ กา ร์ริโด้ ลงมาเล่นแบ๊กขวา
แมนฯซิตี้ ทักทายก่อน น.5 เมื่อ ไมเคิ่ล จอห์นสัน สบโอกาสสับไกนอกเขตโทษด้านซ้ย แต่บอลผ่านหน้าประตูออกไป หลังจากนั้นไม่นานทีมเยือนก็ลุ้นอีกจากลูกยิงไกลของ การ์ริโด้ ทว่าก็หลุดกรอบเช่นเคย
แม้ว่า แมนฯซิตี้ จะครองบอลได้มากกว่า แต่ เร้ดดิ้ง บุกขึ้นมาน่ากลัวกว่า น.20 ได้ลุ้นจากลูกที่ จอห์น ออสเตอร์ เปิดให้ สตีเฟ่น ฮันท์ โหม่ง แต่ยังดีที่ โจ ฮาร์ท เซฟเอาไว้ได้ น.28 แมนฯซิตี้ ได้ลุ้นประตูขึ้นนำเมื่อ วาสเซลล์ ตักบอลให้ เบนจานี โหม่งระยะสิบหลาเศษ แต่ มาร์คัส ฮาห์เนมันน์ เซฟไม่ยาก
จากนั้นอีกราว 10 นาที เร้ดดิ้ง เกือบได้เมื่อได้ฟรีคิกทางซ้าย จอห์น ออสเตอร์ โยนเข้าไปให้ เชน ลอง โหม่งในกรอบโทษทางซ้าย บอลผ่านหน้าประตูไปแบบมีเสียว ก่อนหมดครึ่งแรก 3 นาที เควิน ดอยล์ หลุดไปยิงทางขวาน่ากลัวทีเดียว แต่ เวดรัน คอร์ลูก้า พุ่งบล็อกเอาไว้ได้ก่อน ครบ 45 นาทีสกอร์ 0-0
ครึ่งหลังทั้งสองทีมไม่มีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นออกมาเล่นใหม่เจ้าถิ่นทักท่ายก่อนจากลูกยิงไกลของ มาเร็ค มาเตยอฟสกี้ ซึ่งไม่ได้ผลอะไร เกมเป็นไปอย่างสูสีกัน แมนฯซิตี้ เองก็ เจาะไม่ค่อยจะเข้า ต้องอาศัยการยิงไกล แต่ลูกยิงของ เฟร์นานเดส เกลสัน และ เอลาโน่ ก็ไม่ได้ลุ้นอะไรมากนัก
เลย 1 ชั่วโมงมา 2 นาทีเป็นเจ้าถิ่นที่ได้ประตูขึ้นนำ เมื่อ เควิน ดอยล์ หลุดไปเปิดบอลทางซ้ายให้ เชน ลอง เข้าชาร์จเผาขนให้ เร้ดดิ้ง นำ 1-0 เร้ดดิ้ง คึกคักทันที เชน ลอง มีลุ้นทำ ประตูที่ 2 ของตนเองหลังจากนั้น 2 นาที แต่ว่าบอลไม่เข้ากรอบ ถึงตรงนี้กองเชียร์เจ้าบ้านเชียร์กันสนุก
เดอะ รอยัลส์ น่าได้เหลือเกิน น.68 จากลูกยิงของ สตีเฟ่น ฮันท์ จากกลางเขตโทษเลย แต่ โจ ฮาร์ท โกล์ของ แมนฯซิตี้ ปัดเอาไว้ได้สวย ก่อนที่ เดฟ คิตสัน จะมาช่วยบวกเพิ่มให้ เจ้าบ้านชนะขาดไป 2-0 เก็บ 3 แต้มอันล้ำค่าไว้ได้
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม เร้ดดิ้ง : มาร์คัส ฮาห์เนมันน์, เลียม โรเซเนียร์, อังเดร บิเคย์, อีวาร์ อินกิมาร์สสัน, นิคกี้ ชอรี่ย์, จอห์น ออสเตอร์, เจมส์ ฮาร์เปอร์, มาเร็ค มาเตยอฟสกี้, สตีเฟ่น ฮันท์, เควิน ดอยล์, เชน ลอง แมนฯซิตี้ : โจ ฮาร์ท, ฮาเบียร์ การ์ริโด้, เวดรัน คอร์ลูก้า, ริชาร์ด ดันน์, ไมเคิ่ล บอลล์, ดีทมาร์ ฮามันน์, เฟร์นานเดส เกลสัน, ดาริอุส วาสเซลล์, บลูเมอร์ เอลาโน่, ไมเคิ่ล จอห์นสัน, เบนจานี่ เอ็มวารูวารี
http://www.siamsport.co.th/25510309-001.html
จากคุณ :
chiadang
- [
9 มี.ค. 51 00:15:22
]
|
|
|