ความคิดเห็นที่ 52
ไล่ไม่ทัน!เชลซีชิงCLเขี่ยหงส์ระทึก3-2
ลิเวอร์พูลไร้ปาฏิหาริย์ชวดชิงแชมเปี้ยนส์ลีกหลังเฟอร์นานโด ตอร์เรสยิงตีเสมอยื้อมาต่อเวลาแต่สุดท้ายมาเสียสองลูกรวดจากจุดโทษของแฟร็งค์ แลมพาร์ดและดิดิเยร์ ดร็อกบาก่อนที่ไรอัน บาเบิ้ลยิงไล่มา 2-3 ช่วงท้ายเกมแต่ไม่ทันการณ์กลายเป็นเด็กคางคกเข้าชิงกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอย่างฉิวเฉียด
บรรยายเกมโดยลูกแม่กิ่ง
ผลฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดที่ 2
วันพุธที่ 30 เม.ย. 2551
เชลซี 3-2 ลิเวอร์พูล
(เสมอ 1-1 ในช่วง 90 นาที)
ประตู : 1-0 ดร็อกบา น.33,1-1 ตอร์เรส น.64,2-1 แลมพาร์ด(จุดโทษ) น.98,3-1 ดร็อกบา น.105,บาเบิ้ล น.117
เริ่มเกมมาทางด้านเชลซีเจ้าถิ่นขอลุยกอนทันทีตั้งแต่ต้นเหมือนในเกมแรกที่แอนฟิลด์ที่สามารถเริ่มต้นได้น่ากลัวกว่า และมีโอกาสทักทายได้ดีจากจังหวะที่ดร็อกบา ซึ่งโดนราฟาวิจารณ์ว่าเป็นจอมตบตา โชว์พลิกบอลหลบคาร์ราเกอร์ที่ระยะ 30 หลา ก่อนลากไปซัดไกลให้เรน่าต้องออกแรงพุ่งปัดออกไปเป็นจังหวะแรกของเกม
แต่เกมสวนกลับของลิเวอร์พูลก็ทำงานได้ดีทีเดียวในอีกไม่กี่นาทีต่อมา เมื่อเบนายูน พาบอลทะลุขึ้นมาได้ดีก่อนฝากบอลให้เจอร์ราร์ด แต่เจอร์ราร์ดทำได้สุดยอดเมื่อชิ่งจังหวะเดียวให้ตอร์เรส หลุดเดี่ยวเข้าไปในเขตโทษ แต่ก็เป็นอีกครั้งที่ "เอล นินโญ่" ไม่สามารถจะส่งบอลผ่านปีเตอร์ เช็กเข้าไปกองก้นตาข่ายได้ เนื่องจากโดนออกมาปิดมุมได้เร็วจนไม่รู้จะยิงยังไง
เกมเร็วและระทึกทีเดียว เชลซีพยายามใช้การวางบอลขึ้นหน้าให้ดร็อกบาพาเข้าไปเล่นงานแนวรับ ซึงก็สร้างความปั่นป่วนได้ดีทีเดียวทำเอาสเคอร์เทล ต้องเหนื่อยกว่าหลายนัดกับการไล่ประกบดาวยิงไอวอรี่โคสต์ และเกิดบาดเจ็บในจังหวะเหยียดขาสกัดดร็อกบาที่กำลังจะหลุดเข้าไปยิงประตูด้วย
มาถึงนาทีที่ 18 เชลซี สมควรจะได้ประตูขึ้นนำอย่างถึงที่สุด เมื่อแลมพาร์ด แทงทะลุช่องให้ดร็อกบาได้หลุดเดี่ยวเข้าไปดวลกับเรน่าแล้วแต่ยิงด้วยซ้ายลูกถากเสาไกลออกไปแบบน่าเสียดายสุดๆ
เจ้าถิ่นเริ่มเล่นได้กว่าอย่างชัดเจน โดยเฉพาะดร็อกบาที่เล่นได้เด่นสุดๆทั้งจังหวะพักบอลและจังหวะกระชากลากเลื้อยเอง ซึ่งก็เซ็ตบอลให้บัลลัค ยิงไกลให้เรน่าต้องชกออกมาอีกครั้ง ขณะที่ลิเวอร์พูลก็ต้องเสียสเคอร์เทล ที่ฝืนเล่นต่อไม่ไหวต้องให้พี่ใหญ่อย่างซามี่ ฮูเปียลงมาแทนที่แทน
และการเปลี่ยนแปลงในแนวรับนี่เองที่ทำให้ลิเวอร์พูลต้องเสียประตูในช่วงนาทีที่ 33 เมื่อเช็กล้ำหน้ากันพลาดทำให้ซาโลมอน คาลู หลุดเดี่ยวเข้าไปก่อนแต่งบอลหาจังหวะยิงโค้งไปโดนเรน่า เซฟได้ทีแรกอย่างยอดเยี่ยมแล้ว แต่บอลก็ยังมาเข้าทางดร็อกบาวิ่งตามมาตะบันมุมแคบเข้าไปแบบเฉียบขาด ทำให้เชลซีขึ้นนำ 1-0 ในเกมนี้
ช่วงที่เหลือของครึ่งแรกทางเจ้าถิ่นก็ยังทำได้เหนือกว่าทุกขั้นตอนไม่ว่าจะเป็นการออกบอล ต่อบอล หรือการวางโซนเกมรับที่สามารถตัดปีกหงส์แดงได้หมดจด และรักษาสกอร์นำนี้เอาไว้ได้จนครบ 45 นาทีแรกด้วยรูปเกมที่เป็นต่อสุดๆ
กลับมาลงสนามกันใหม่ในครึ่งหลัง หงส์แดงดูจะยังไม่สามารถเรียกเกมตัวเองกลับมาได้ แต่ก็มีโอกาสสร้างความหวาดเสียวได้ 2 ครั้งซ้อนๆในช่วงต้นเมื่อริเซ่เติมขึ้นไปในกรอบเขตโทษก่อนจะโขกชงกลับมาให้เคาท์ โฉบมาดีดจังหวะแรกเพื่อเปลี่ยนทางบอลได้ดีแล้ว แต่เช็กก็ยังเหนียวสุดยอดล้มตัวใช้มือปัดบอลได้ ฮูเปียจะซ้ำก็ถลำไปแล้ว ก่อนที่เจอร์ราร์ดจะเปิดลูกเตะมุมเข้ามาถึงเคาท์ที่เก็บบอลได้อีกหนแต่ตวัดคืนให้ตอร์เรสไม่ได้ผลโดนเตะทิ้งไปก่อน
และมาถึงนาทีที่ 64 ทีมเยือนก็ไล่ตีเสมอได้สำเร็จจากความสามารถเฉพาะตัวที่ยอดเยี่ยมของเบนายูน ที่ลากบอลตัดเข้ากลางแหวกนักเตะเชลซีมา 3-4 รายก่อนแทงต่อให้ตอร์เรส หลุดเข้าไปในเขตโทษและโชว์ลีลากองหน้าเวิลด์คลาสด้วยการแต่งบอลจังหวะเดียวก่อนกวาดตัวยิงเสียบมุมเข้าไปให้สกอร์กลับมาเท่ากันที่ 1-1 และทำให้ตอนนี้ทั้งสองทีมไม่ใครได้เปรียบเสียเปรียบกันอีกต่อไปเพราะได้อเวย์โกล์เหมือนกัน
จากนั้นเกมเป็นของลิเวอร์พูลต่อไปอยู่พักใหญ่ ก่อนที่เชลซีจะฮึดกลับมาแลกหมัดกันอีกครั้ง และเกือบได้เฮจากความสุดยอดของเอสเซียงที่โซโล่จากริมเส้นฝั่งขวามาจนสุดเส้นหลังก่อนจะล็อกตัดเข้ามากลางแต่ดันเลือกยิงด้วยซ้ายเองทำให้บอลเข้าหน้าต่างไป ทั้งที่มีเพื่อนรออยู่กลางประตู
อย่างไรก็ตามช่วงที่เหลือไม่มีฝ่ายใดสามารถทำอะไรกันได้เนื่องจากเกมรับของแต่ละทีมก็ต่างเหนียวแน่นกันสุดๆ ทำให้จบเกม 90 นาทีด้วยการเสมอกัน 1-1 เท่ากับเสมอในสกอร์รวม 2 นัด 2-2 ต้องต่อเวลาพิเศษไปอีก 30 นาที
เข้าสู่ช่วงของการต่อเวลาพิเศษถึงนาทีที่ 94 เมื่อแลมพาร์ดเตะมุมเข้ามา ลิเวอร์พูลเคลียร์ออกมาไม่ขาดเอสเซียงเก็บบอลได้ก่อนจะตะบันเต็มเหนี่ยวด้วยขวาลูกพุ่งเสียบตาข่ายอย่างสวยงาม แต่กลับไม่ได้ประตูเมื่อผู้ช่วยผู้ตัดสินยกธงให้เป็นลูกล้ำหน้าสามผู้เล่นนักเตะเชลซีที่อยู่ตรงกรอบ 6 หลาไปรบกวนบังทางเรน่า เล่นเอานักเตะเจ้าถิ่นเข้ามารุมประท้วงกันใหญ่
แต่ในนาทีถัดมาเชลซีก็ได้รางวัลปลอบใจเมื่อฮูเปีย ทำพลาดเสียบอลในเขตโทษจนโดนบัลลัคฉกไปจนไม่มีทางเลือกต้องเสียบเพื่อตัดเกม ผู้ตัดสินเป่าให้เป็นลูกจุดโทษอย่างยุติธรรมและเป็นแลมพาร์ดที่ซัดเข้าไปอย่างเฉียบขาดให้เชลซีนำอีกครั้งเป็น 2-1 ก่อนจะวิ่งไปร้องไห้ฉลองประตูด้วยความอัดอั้นหลังเพิ่งสูญเสียคุณแม่ไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
ราฟาทำเอาแฟนบอลประหลาดใจเมื่อเปลี่ยนเอาตอร์เรสออกและให้ไรอัน บาเบิลลงมาแทน แต่ลิเวอร์พูล ดูยังไม่ถอดใจนัก อลอนโซ่ ได้โขกลูกเตะมุมที่ระยะ 6 หลาแต่บอลก็ตรงตัวเช็กอีก ก่อนที่เกมดำเนินไปเรื่อยๆจนใกล้จะหมดครึ่งแรกของการต่อเวลาพิเศษ
แต่ความผิดพลาดในการเช็คล้ำหน้าของลิเวอร์พูลก็ลงโทษตัวเองอีกจนได้ เมื่อเช็คไลน์กันพลาดปล่อยให้อเนลก้า ได้หลุดเข้าไปในเขตโทษก่อนจะไหลตบมาให้ดร็อกบาเข้าฮอสอย่างเหนือชั้น เชลซีหนีห่างเป็น 3-1 ประตูสู่มอสโกเปิดไปค่อนบานแล้ว
ช่วง 15 นาทีสุดท้ายของการต่อเวลาเชลซีประคองเกมไปเรื่อยๆจนทำท่าจะไม่มีอะไรอยู่แล้ว แต่ก่อนหมดเวลา 3 นาทีก็มาเสียประตูแบบไม่มีใครคาดคิด เมื่อไรอัน บาเบิล ได้บอลที่ระยะราว 30 หลาก่อนจะซัดไกลทันทีและปีเตอร์ เช็ก ที่เหนียวมาตลอดเกมกลับรับบอลหลุดมือเข้าไปหน้าตาเฉย ทำให้หงส์แดงไล่กลับมาเป็น 3-2 และมีความหวังรางๆอีกครั้ง
แต่เวลาที่เหลือก็น้อยเกินไปเมื่อนักเตะลิเวอร์พูล ไม่สามารถที่จะฉวยจังหวะทำประตูตีเสมอได้สุดท้ายก็พ่ายไปในสกอร์ดังกล่าว ทำให้เชลซีได้ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศกับแมนฯ ยูไนเต็ด ที่มอสโก ซึ่งเป็นการเข้าชิงชนะเลิศครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสรด้วย
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
เชลซี : ปีเตอร์ เช็ก 7, มิชาแอล เอสเซียง 8, ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่ 7, จอห์น เทอร์รี่ 7, แอชลี่ย์ โคล 7, โคล้ด มาเกเลเล่ 7, แฟรงค์ แลมพาร์ด (อังเดร เชฟเชนโก้ น.119) , มิชาเอล บัลลัค 7, โจ โคล 6(นิโกล่าส์ อเนลก้า น.91,6), ซาโลมอน คาลู 7(ฟลอร็องต์ มาลูด้า น.70,6) , ดิดิเยร์ ดร็อกบา 9*
ใบเหลือง : -
ลิเวอร์พูล : โฆเซ่ มานูเอล เรน่า 7, อัลบาโร่ อาร์เบลัว 5, มาร์ติน สเคอร์เทล -(ซามี่ ฮูเปีย น.22,6), เจมี่ คาร์ราเกอร์ 7, ยอห์น อาร์เน่ ริเซ่ 5, ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ 7, ชาบี้ อลอนโซ่ 5, เดิร์ค เคาท์ 3, สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด 5, ยอสซี่ เบนายูน 6(เจอร์เมน เพนแนนท์ น.78) , เฟร์นันโด ตอร์เรส 6(ไรอัน บาเบิล น.98)
ใบเหลือง : อลอนโซ่ น.42, อาร์เบลัว น.99
ผู้ตัดสิน : โรแบร์โต้ โรเซ็ตติ (อิตาลี)
จากคุณ :
XCracker
- [
วันแรงงาน 05:13:01
]
|
|
|