 |
ความคิดเห็นที่ 8 |
สำหรับมือใหม่ ผมแนะนำให้ฝึกเหล็กอันเดียวเอาไว้ชิพ&รันครับ โดยเริ่มที่ PW และ address ให้ Club face square อย่างเดียวก่อน เสร็จแล้วกำหนดจุดตกเป็นเกณฑ์ เช่น กำหนดจุดตกในระยะ 5 ก้าว ต้องขึ้น back swing แค่ไหน ให้จำไว้ 10, 15, 20 ก้าว ต้องขึ้นแค่ไหน จำไว้แค่นี้ก่อน เสร็จแล้วก็ประเมินว่าในแต่ระยะ back swing ลูกมันวิ่งแค่ไหน เช่น จุดตก 5 ก้าว ลูกจะวิ่งไปอีก 5 ก้าว เอาไว้เป็นระยะอ้างอิง แต่ทุกครั้งต้องไปซ้อมชิพ ก่อนออกรอบเพื่อเช็คความเร็วกรีนทุกครั้ง เพื่อทราบระยะวิ่ง ทำให้เกิดความมั่นใจในการชิพ
สำหรับกรณีที่ธงอยู่ใกล้ฟริ้นท์ แม้จุดตกจะอยู่นอกกรีน ก็ต้องเล่นแบบนี้ไปก่อน เพราะมั่นใจที่สุด และยังไม่ได้ฝึกเหล็กอื่น
หลังจากที่เริ่มทำได้ดีแล้ว ก็อาจจะเริ่มปรับแต่งช็อต โดยการเปิดหน้าเหล็ก หรือปิดหน้าเหล็กเสริม อันนี้ระยะ back swing กับจุดตก จะใกล้เคียงเดิม และระยะลูกวิ่ง จะแตกต่างไป ตามการเปิดปิดของหน้าเหล็ก
เมื่อใช้จนเกิดความเชื่อมั่นแล้ว มีความรู้สึกว่าช็อตที่มีพื้นที่บนกรีนตกน้อย แต่ต้องการให้ลูกลอยสูงขึ้น เพื่อตกบนกรีน แต่ให้ลูกวิ่งน้อย ๆ ไปหาธง ก็ให้ใช้ SW มาฝึกแบบเดียวกับ PW แล้วจำระยะจุดตก และระยะลูกวิ่งเอาไว้
หลังจากนั้น ถ้า PW, SW ก็ยังไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ เพราะอาจจะต้องมีลูกชิพข้ามบ่อทราย แต่พื้นที่ตกมีนิดเดียว แค่ 2-3 หลา ก็เจอธงแล้ว ก็คงต้องมาฝึก LW เป็นขั้นต่อไป
เพียงแค่นี้ลูกสั้นของท่านก็จะเป็นที่ขยาดของเพื่อนๆ แล้ว
ส่วนเทคนิคการ set up ในแต่ละเหล็ก การปรับแต่งช็อตต่าง ๆ ผมว่าหาดูเอาใน web มีเยอะแยะครับ
แต่ละเหล็กที่ฝึก และนำออกใช้งาน ควรจะใช้เวลาแต่ละเหล็กให้มากที่สุด จนเกิดเป็นความจำ และความมั่นใจ ซึ่งอาจจะใช้เวลาเป็นเดือนในแต่ละเหล็ก อย่าฝึกทีเดียวหลาย ๆ แบบ เพราะถึงเวลาออกรอบจริง แล้วสับสน จำระยะไม่ได้ ก็จะขาดความมั่นใจ ซึ่งเป็นที่มาของชิพสั้น ชิพฉึก ซึ่งสาเหตุหลักมาจากความไม่มั่นใจ ทำให้ไม่กล้าลงเหล็กครับ
พอฝีมือแกร่งขึ้น ต้องการลูกมี back spin หรือตี check หยุดได้ ก็แนะนำให้ศึกษาหาข้อมูล และฝึกซ้อมลูกแบบนี้ไว้นะครับ เพราะมือระดับซิงเกิล ควรจะทำได้แล้ว ไม่งั้นโดนเพื่อนกินครับ
จากคุณ |
:
หรั่ง (Rangwai)
|
เขียนเมื่อ |
:
31 ก.ค. 52 20:10:58
|
|
|
|
 |