 |
ความคิดเห็นที่ 16 |
เขาได้ประกาศโดยยืนพื้นเดิมไว้แล้วน่ะครับ แถมเมื่อล่าสุดได้ประกาศเงื่อนไขการเล่นเอเอฟซีแชมป์เปี้ยนลีก และเอเอฟซีคัพใหม่ออกมาแล้วคิดว่าได้ตามกระทู้
ในส่วนการประเมินผลเป็นแบบก้าวกระโดด 5 ปี มันไม่ได้หมายความว่าเขารอตอนนั้นแล้วเขาจะประเมินน่ะครับ แต่เขาเก็บรายละเอียดหมดครับ อย่างในนัดที่จุฬาเล่นกับบีอีซีเทโร เจ้าหน้าที่ชุดเดียวกันกับท่าเรือและเมืองทองก็ไปดูกัน เขาไปดูเรื่องมาตรฐานของการได้สิทธิเสียสิทธิของไทยในการแข่งขัน
ทีนี้เขาดูอะไรในวันนั้น ดูมาตรฐานกรรมการครับ...ซึ่งเป็นเงื่อนไขของเขาด้วย...
แต่เอาเถอะครับ ใครที่ไม่ได้รู้เราก็ว่ากันที่รายละเอียดก่อนดีกว่า
เงื่อนไขใหม่ "เอเอฟซี" สัญญาณเตือน ไทย พรีเมียร์ลีก!!
สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) กำลังเริ่มต้นเตรียมพร้อม สำหรับการแข่งขันฟุตบอลอาชีพของทวีปเอเชียในอนาคต อีกครั้งหนึ่งแล้ว
ปีที่แล้ว "เอเอฟซี" ทำการประเมินผล และจัดระบบ โครงสร้างขั้นพื้นฐานของวงการฟุตบอลเอเชียอย่างเป็นรูปธรรมไปแล้ว ครั้งหนึ่ง
ผลลัพธ์ คือ การกำหนดสิทธิของสโมสรฟุตบอลในแต่ละชาติ สำหรับการแข่งขัน ฟุตบอลเอเอฟซี คัพ / ฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ในห้วง 2 ปีแรก คือ ค.ศ.2009 / พ.ศ.2552 ถึง ค.ศ.2010 / พ.ศ.2553 ในขณะนี้
จากนั้น "เอเอฟซี" เริ่มเตรียมความพร้อม สำหรับการแข่งขันทั้ง 2 รายการ ในห้วง 5 ปีถัดไป คือ ค.ศ.2011 / พ.ศ.2554 ถึง ค.ศ.2015 / พ.ศ.2558
ขณะนี้ "เอเอฟซี" กำลังเริ่มต้นกระบวนการสำรวจ ตรวจสอบ เพื่อประเมินผล ตามมาตรฐานใหม่ เงื่อนไขใหม่ เป็นขั้นตอนตามห้วงเวลาที่กำหนดไว้ ดังนี้ - ทุกชาติต้องส่งรายละเอียด ข้อมูลและเอกสารต่างๆ ภายในวันที่ 31 สิงหาคมศกนี้
- "เอเอฟซี" จะส่งคณะกรรมการเดินทางไปสำรวจสภาพความเป็นจริงในแต่ละชาติ ให้สิ้นสุดภายในวันที่ 31 ธันวาคมศกนี้
- คณะกรรมการจะทำการสรุปผล และประเมินผล จากข้อมูลที่ได้รับ กับข้อมูลที่ได้จากการสำรวจจริงให้สิ้นสุดภายในวันที่ 30 มิถุนายนศกหน้า
- คณะกรรมการจะประกาศผลการประเมินเบื้องต้น เพื่อจัดกลุ่มแต่ละชาติ สำหรับการสำรวจครั้งสุดท้ายอีกขั้นตอนหนึ่ง
- คณะกรรมการเดินทางสำรวจสภาพความพร้อมของทุกชาติ ครั้งสุดท้าย แล้วประเมินผลให้สิ้นสุดภายในเดือนพฤศจิกายนศกหน้า
- เดือนพฤศจิกายน ค.ศ.2010 / พ.ศ.2553 คณะกรรมการสรุปผลการประเมิน แล้วเสนอให้ที่ประชุมกรรมการบริหาร "เอเอฟซี" ประกาศผลอย่างเป็นทางการ
......เป็นการประกาศผลว่า การแข่งขัน ฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ค.ศ.2011 / พ.ศ.2554 ถึง ค.ศ.2015 / พ.ศ.2558 นั้น แต่ละชาติจะได้สิทธิเข้าแข่งขันชาติละกี่ทีม?
......เท่ากับเป็นการประกาศผลว่า การแข่งขัน ฟุตบอลเอเอฟซี คัพ ค.ศ.2011 / พ.ศ.2554 ถึง ค.ศ.2015 / พ.ศ.2558 นั้น จะมีกี่ทีมจากกี่ชาติได้สิทธิแข่งขันบ้าง?
สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) กำหนดมาตรฐานใหม่ เงื่อนไขใหม่
สำหรับ "คุณสมบัติ" ของแต่ละชาติ แต่ละทีม ที่จะได้สิทธิเข้าแข่งขันใน ฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก "ยุคใหม่" ในอนาคตอีก 5 ปี จาก ค.ศ.2011 / พ.ศ.2554 ถึง ค.ศ.2015 / พ.ศ.2558 แล้ว
เป็น "คุณสมบัติ" อันเป็นสาระสำคัญที่น่าสนใจ สรุปได้ ดังนี้
- จากจำนวน 46 ชาติสมาชิกของ "เอเอฟซี" นั้น ชาติที่จะได้สิทธิแข่งขัน ต้องมีมาตรฐานด้านเทคนิคฟุตบอล อยู่ในอันดับ 1-23 จากการสำรวจและประเมินผลครั้งล่าสุด
- ฟุตบอลลีกสูงสุดของแต่ละชาติ ต้องผ่านเงื่อนไขสำคัญต่างๆ ดังนี้
.....ลีกสูงสุดต้องเก็บค่าผ่านประตูทุกนัด ต้องมีคนดูเฉลี่ยไม่น้อยกว่า นัดละ 5,000 คนขึ้นไป
.....ลีกสูงสุดต้องมีอย่างน้อย 10-12 ทีม แข่งขันพบกันหมดแบบเหย้า-เยือน เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 8 เดือน, ทุกทีมต้องมีการแข่งขันทุกรายการปีละไม่น้อยกว่า 27-33 นัด
.....ลีกสูงสุดต้องมีผู้ตัดสินฟีฟ่าอย่างน้อย 5-6 คน ผู้ช่วยผู้ตัดสินฟีฟ่า 7-8 คน มีระบบบริหารจัดการผู้ตัดสินชี้ขาดอย่างเป็นรูปธรรม
.....ลีกสูงสุดต้องมีระบบการตลาด และการส่งเสริมทางการตลาดอย่างเป็นรูปธรรม ชัดเจน
โดยเฉพาะระบบลิขสิทธิ์สื่อสารมวลชน, ระบบผู้สนับสนุน, ระบบธุรกิจของที่ระลึก หรือสินค้า ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
.....ลีกสูงสุดต้องมี "ขนาด" ทางธุรกิจ ครบถ้วนทุกด้านอย่างเป็นรูปธรรม
เช่น รายได้จากค่าลิขสิทธิ์สื่อสารมวลชน, รายได้จากผู้สนับสนุน, รายได้จากธุรกิจของที่ระลึก หรือสินค้า ผลิตภัณฑ์ต่างๆ
.....ลีกสูงสุด ต้องมีการถ่ายทอดสดการแข่งขัน อย่างน้อย 30% ของการแข่งขันทั้งหมด
.....ลีกสูงสุด ทุกทีมต้องมีผู้เล่นในทีมชุดใหญ่ เซ็นสัญญา "นักฟุตบอลอาชีพ" แบบเป็นทางการ อย่างน้อยทีมละ 18-20 คน
ฯลฯ และ ฯลฯ
ยัง ยังมี เงื่อนไข ข้อกำหนดต่างๆ อันเป็นรายละเอียด เป็นรูปธรรมมากมายกว่านี้อีกแยะนัก
นี่คือ เงื่อนไขซึ่งทุกชาติ ทุกทีม ต้องผ่านเกณฑ์เบื้องต้นดังกล่าว
เพื่อการได้มาซึ่ง "สิทธิ" ในการแข่งขันฟุตบอลลีกสูงสุดของทวีปเอเชีย ต่อไป
จากมาตรฐานใหม่ เงื่อนไขใหม่ ของ "เอเอฟซี" ดังกล่าว
ต้องยอมรับกันอย่างตรงไปตรงมาว่า หนักใจแทนวงการฟุตบอลไทย หนักใจแทนสโมสรฟุตบอลในเมืองไทย
โดยเฉพาะการหนักใจแทนการแข่งขันลีกสูงสุด คือ ฟุตบอลไทย พรีเมียร์ลีก มากเป็นพิเศษ
เพราะจากมาตรฐานใหม่ เงื่อนไขใหม่นั้น ฟุตบอลลีกสูงสุดของเมืองไทย ยัง "สอบตก" ในหลายกรณีด้วยกัน
.....ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการด้านสื่อสารมวลชน......ไม่ว่าจะเป็นด้านการตลาด และการส่งเสริมด้านการตลาด......ไม่ว่าจะเป็น "ขนาด" ทางธุรกิจ ในแต่ละด้าน
และ ไม่ว่าจะเป็นเรื่ององค์ประกอบ คุณสมบัติของสโมสรฟุตบอลแต่ละแห่ง แต่ละทีม ฯลฯ และ ฯลฯ
เขียนถึงเรื่องนี้ เพื่อกระตุ้นเตือนให้ทุกฝ่ายของวงการฟุตบอลไทย
โดยเฉพาะ สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ในฐานะองค์กรหลัก โดยตรง
โดยเฉพาะทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับ ฟุตบอลไทย พรีเมียร์ลีก โดยตรงและโดยอ้อมนั้น
ต้องตื่นตัวให้มาก ต้องกระตือรือร้น และต้องทำงานหนักกันมากกว่านี้ เพื่อปรับปรุงและพัฒนาตัวเอง อย่างไม่หยุดยั้ง
เพื่อให้ผ่านมาตรฐานใหม่ เงื่อนไขใหม่ของ "เอเอฟซี" ดังกล่าว ให้ได้
ในวันนั้นที่นั่งดู จับตาดูญี่ปุ่นอย่างเดียวเลยเพราะอะไรรุ้ไหมครับ เพราะก่อนหน้านี้ญี่ปุ่นเป็นคนให้ข่าวจำได้ไหมครัวว่า...
นายโตอิกิ ซูซูกิ พอใจกับมาตรฐานบอลไทย เมื่อปลายปีที่แล้ว ตอนนั้นวรวีร์ มะกูดีเขาว่าไงรู้ไหมครับ เขาบอกว่าการตัดสิดไทยพรีเมียร์ลีกของไทยเข้าร่วมเอเอฟซีเป็นเรื่องเลื่อนลอยและเป็นเรื่องไม่จริง ผลคือ ไทยโดนตัดจริงๆ ครับ....
แล้วล่าสุดที่ประกาศมาก็ให้ทีมไทยไปเล่นถ้วยเอเอฟซีเพิ่มขึ้นโดยเป็นการประเมินที่ไม่ใช่ประเมินขั้นตอนสุดท้าย วันนั้นถ้าใครโชคดีน่าจะได้ฟังคำบอกกล่าวของเขาด้วย เขาบอกว่าเขาไม่ค่อยพอใจอะไรหลายๆ อย่าง ในขณะที่เราเอาแต่ฟังแบรนดอนบอกว่า พอใจมากๆ
ไอ้คำว่าพอใจๆ มาก ซูซูกิ เขาเล่นมาแล้วรอบหนึ่ง...นี่ว่าถ้าคนเขาที่เป็นฟันเฟืองพูดอะไรก็ต้องพยายามตามประเด็นให้ดี ก็แค่นั้นแหละครับ
ส่วนในปีหน้านั้น มันเป็นภาพรวมๆ ปีนี้เขามาตรวจกรรมการไปแล้วน่ะครับ... เดี๋ยวก็คงมาอีก ใครติดตามวงการบอลเอเชียน่าจะเข้าใจดี ญี่ปุ่นไม่พอใจเข้าใจไปเองหรือเปล่า ก็บอกแล้วครับว่าที่นี่คือเว๊ปบอร์ดสาธารณะเราก็วิเคราะห์ไปครับ ส่วนตัวก็ทุกครั้งก็วิเคราะห์เองแบบนี้แหละครับ แล้วมันก็จริง เหมืนอวันนั้นที่พูดกันว่าไทยเราจะไม่โดน แต่ฟันธงว่าโดน ทุกคนเชื่อบังยีแล้วเป็นไงล่ะครับ.... แต่จะบอกว่าอ้างอิงได้ไหม ก็บอกอีกแล้วเช่นกันว่าอย่าไปอ้างอิง เพราะมันเป็นการประเมินด้วยความคิดส่วนตัว และก็ทุกเรื่องนั่นแหละครับ ตั้งแต่เรื่องตีลิขสิทธิ์ เรื่องตีสัญญาคนึง เรื่องตีทุกอย่าง ก็เลยบอกว่าทุกเรื่องมันก็คือเรื่องที่เขียนไปตามการประเมิน ส่วนจะถูกหรือไม่ถูกอย่าไปเครียดให้ดูผลกันยาวๆ เพราะอะไรรู้ไหมครับเราพูดแล้วก็รอเวลาให้มันตอบไงครับ.. ถ้าเวลาตอบแล้วเราไม่ใช่เราก็ต้องรับผลไปเอง แต่ที่ผ่านมาเวลามันดันเห็นด้วยและดันไปเห็นความจริงกับคำว่าการจัดการบอลไทยของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยไงครับ
จากคุณ |
:
danielle
|
เขียนเมื่อ |
:
16 ก.ย. 52 23:06:45
|
|
|
|
 |