 |
ความคิดเห็นที่ 2 |
ก่อนที่การฝึกซ้อมจะเริ่มขึ้น ศุภสิน ลีลาฤทธิ์ ผู้จัดการทีมบางกอกกล๊าสอธิบายว่า รายได้หลักของสโมสรมาจากสปอนเซอร์ + การขายของที่ระลึก และ ค่าบัตรผ่านประตู ซึ่งเก็บได้นัดละ 100,000 บาทขึ้นไป แต่รายได้ทั้งหมดนี้ถ้าเอามารวมกัน ก็ยังไม่เพียงพอเท่ากับค่าเหนื่อยของนักฟุตบอล 30 คน ที่มีค่าเหนื่อยรวมกันอยู่ที่ 3,000,000 บาทต่อเดือน ในเวลานี้ทางบริษัทบางกอกกล๊าสจึงต้องรับภาระรายจ่ายที่ขาดทุนเอาไว้ก่อน
ผู้จัดการทีมบางกอกกล๊าสกล่าวต่อว่า เชื่อว่าอีกภายใน 3-5 ปี การแข่งขัยไทยลีกจะต้องเฟื่องฟูมากขึ้น เมื่อสโมสรสามารถยืนได้ด้วยตัวเองแล้วกอปรกับรายได้จากสปอนเซอร์ที่มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นไปอยู่ในระดับ 10 ถึง 15 ล้านบาทและในอนาคตมีโอกาสที่จะพุ่งขึ้นสูงถึง 100 ถึง 200 ล้านบาทเทียบเท่ากับหลายสโมสรในประเทศ
" ค่าเหนื่อยที่ค่อนข้างสูงของนักเตะ โค้ชจะเป็นผู้ตัดสินใจ โดยจะมีการแบ่งเกรดของนักฟุตบอลในทีมออกเป็นเกรด A,B,C และ D ซึ่งนักฟุตบอลทุกคนจะมีสิทธิ์ต่อรองค่าเหนื่อยได้ ส่วนรายได้ของแต่ละคน คงไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะอาจส่งผลกระทบต่อความสามัคคีในทีม แต่ในภาพรวมแล้ว นักฟุตบอลของทีมเรามีรายได้อยู่ในระดับที่ดีพอสมควร และในอนาคตก็จะยิ่งดีขึ้น เพราะถ้าสโมสรมีรายได้มากขึ้น กำลังจ่ายค่าเหนื่อยให้กับนักฟุตบอลก็จะมากขึ้นด้วย " ผู้จัดการทีมบางกอกกล๊าสอธิบาย
จากคุณ |
:
pinspin
|
เขียนเมื่อ |
:
13 ก.ย. 52 23:23:08
|
|
|
|
 |