 |
ความคิดเห็นที่ 1 |
ลำเนา สิงโต สัญชาติ ลาว สโมสร การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กองหน้า)
ลำเนา สิงโต โด่งดังที่เมืองลาว ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนสายกีฬาในเมืองไทย เมื่อชื่อของเขาได้ติดทำเนียบนักฟุตบอลชาวลาวคนแรกในไทยพรีเมียร์ลีก หลังจากสโมสรการไฟฟ้าฯ ทีมแชมป์ไทยลีก (2008) เห็นแววและคว้าตัวมาร่วมทีม
ลำเนาเกิดที่นครหลวงเวียงจันทน์ เติบโตมาด้วยดีกรีความชอบฟุตบอลที่ไม่ต่างจากเด็กผู้ชายทั่วโลกที่มีลูก ฟุตบอลในหัวใจ เขาเริ่มต้นเตะบอลในสนามที่โรงเรียน และในละแวกบ้านกับเพื่อนๆ กองหน้าคือตำแหน่งที่เขาหลงใหล ด้วยเหตุผลง่ายๆ ว่าชอบยิงประตู โดยมีซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เป็นต้นแบบ
วันหนึ่งในวัยประถม โอกาสได้เดินเข้ามาหาเขาทางประตูโรงเรียน เมื่อนักฟุตบอลทีมชาติลาวที่เดินทางไปฝึกสอนตามโรงเรียนต่างๆ เพื่อเฟ้นหานักเตะมีแววเข้าทีมมหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว เพื่อเป็นตัวแทนจังหวัดไปแข่งฟุตบอลระดับประเทศได้มาที่โรงเรียน ผลปรากฏว่าลำเนาคือนักฟุตบอลคนเดียวของโรงเรียนที่ได้รับเลือก
จากนั้นชีวิตก็หักพวงมาลัยเข้าไปเดินในสนามหญ้าอย่างเต็มตัว ด้วยการติดทีมชาติเยาวชนอายุไม่เกิน 12 ปีแล้วไต่ขึ้นมาเรื่อยๆ จนถึงทีมชาติชุดใหญ่
หลังจากเรียนจบด้านโทรคมนาคม ลำเนาเข้าทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ออกแบบเน็ตเวิร์กให้กับคมนาคมลาวในตอนกลางวัน พอตกเย็นก็ลงสนามซ้อมบอลกับสโมสรที่สังกัดกับหน่วยงาน เนื่องจากที่นั่นฟุตบอลยังอยู่ในระดับสมัครเล่น
"ที่ลาว อาชีพนักฟุตบอลพออยู่พอกินไหม?"
"ไม่ครับ ที่ลาวนักฟุตบอลเป็นอาชีพที่ต้องบอกว่าเล่นกันเพราะใจรักจริงๆ ถ้าจะให้ไปหวังเอาฟุตบอลมาเป็นอาชีพ เตะบอลอย่างเดียว ไม่รอดครับ เพราะเงินเดือนทางทีมไม่มีให้ มีแค่เบี้ยซ้อมและเงินเดือนที่ได้จากที่ทำงาน
"แต่ก็อยู่ได้นะครับ เพราะที่นู่นถ้าใครเล่นให้สโมสรที่ดีๆ หน่อย เขาจะมีที่เรียนให้ จบมาก็มีที่ทำงานรองรับ" ภาษาไทยสำเนียงเวียงจันทน์ของลำเนาไม่ต่างจากคนอีสานเว้าภาษากลาง
คงไม่ใช่เรื่องประหลาดหากความฝันหนึ่งของลำเนาคือการได้เล่นฟุตบอลอาชีพ แต่ทว่าก่อนที่เขาจะย้ายมาการไฟฟ้าฯ เพื่อทำฝันให้เป็นจริง เขากลับใช้เวลาตัดสินใจในการจัดการกับความฝันที่วางอยู่ตรงหน้านานถึง 2 เดือน
"กลัวเข้ากับระบบของไทยไม่ได้ครับ อีกอย่างทีมนี้ก็เป็นทีมแชมป์ไทยลีก ที่สำคัญลีกไทยก็แข็งอยู่แล้ว นักบอลไทยก็พื้นฐานดีทุกคน เราก็รู้กันอยู่ว่าในอาเซียนไทยเป็นเบอร์หนึ่ง คิดอยู่นานเหมือนกันว่าถ้าเรามาเล่นจะเป็นยังไง ก็ได้ถามผู้ใหญ่หลายคนที่ลาว ทุกคนก็สนับสนุน เราก็ตัดสินใจมา"
ต้องยอมรับว่าลำเนาเป็นนักเตะที่เข้าขั้น "เนื้อหอม" เพราะสี่ปีก่อนหน้าที่จะมาเล่นไทยลีกเขาเคยถูกทีมม.เกษตรดึงตัวเข้ามาเสริม ทีม และในปีถัดมาสโมสรในตำนานลูกหนังไทย--ราชประชา ก็ได้คว้ามาตัวมาร่วมทัพ ด้วยเหตุผลเดียวกันคือ ฝีเท้าดี
ตอนนั้นลำเนาจะมาก็ต่อเมื่อทีมมีแข่งเท่านั้น ไม่เหมือนทุกวันนี้ที่ต้องอยู่ประจำ ทำให้เขาต้องปรับตัวเรื่องการกิน-อยู่มากทีเดียว ทั้งที่กรุงเทพฯ มีข้าวเหนียวส้มตำอยู่เกือบทุกหัวมุมถนน
"ตอนอยู่ลาวแม้จะได้ไปต่างประเทศกับสโมสร กับทีมชาติ แต่เราไม่เคยอยู่คนเดียว จะอยู่เป็นกลุ่มเป็นคณะตลอดเวลา นี่เราต้องมาอยู่หอคนเดียว ทำอะไรก็ทำคนเดียว หุงข้าวก็กินคนเดียว ไม่ชินครับ ไม่เคยใช้ชีวิตอย่างนี้"
ที่นี่ชีวิตลำเนาอาจดูเงียบไปบ้าง แต่ถ้าจะหงอยคงยาก โดยเฉพาะในช่วงก่อนซ้อมลงสนามกับเพื่อนๆ ในทีม "โอ๊ย มีเรื่องอำผมทุกวัน ทุกคนด้วย" อำที่ลำเนาพูดถึงคือการหยอกเอินด้วยคำพูด "แสดงว่าคนรัก?"
"เขาก็คิดอย่างนั้นแหละว่าเขารักเรา ถ้าไม่มีเรื่องอำ เขาคงซ้อมบอลไม่ได้ แม้แต่ประธานก็ยังอำ" (หัวเราะ)
เมื่อถามถึงจำนวนแฟนคลับในเมืองไทย ลำเนาพูดได้ว่า "ก็เยอะครับ" แต่พอถามถึงที่ลาวเขากลับมีน้ำเสียงไม่แน่ใจ
"แฟนคลับเหรอครับ ไม่รู้ว่ามีหรือเปล่า คือไม่ถึงกับกรี๊ด คนลาวจะไม่เหมือนคนไทยครับ คือมันจะไม่เว่อร์น่ะครับ เขาเชียร์เรา ก็รู้จักทักทายกันแบบธรรมดาแค่นั้นแหละครับ จะให้เข้ามาขอลายเซ็นนั้นไม่มี"
เสียงเลขาฯ ทีมที่นั่งอยู่ข้างๆ พูดแทรกขึ้นมา"มีแฟนบอลไฟฟ้าฯ ใส่เสื้อของลำเนาระหว่างไปเที่ยวลาว มีคนขอซื้อเลย พันห้า" เงินจำนวนนี้ไม่น้อย หากดูจากเงินสกุลกีบของข้าราชการลาว ที่ได้เฉลี่ยห้าแสนกีบต่อเดือนหรือประมาณ 2,000 บาท "ถ้าเทียบเขาก็เหมือนซิโก้เมืองลาว"
"โห พี่พูดเกินไป" ลำเนาถ่อมตัวว่าเขาไม่ใช่ซูเปอร์สตาร์ "มันก็มีตัวดีกว่าผมก็เยอะ แต่เขาไม่ได้รับโอกาสมากกว่า เราโชคดี เป็นคนโชคดีมากกว่า"
"แล้วมีสื่อที่ลาวเขาเขียนว่าเราเป็นซูเปอร์สตาร์ไหม?" "เขาก็เขียนอย่างนั้นครับ" ลำเนาตอบเขินๆ
การพาทีมชาติเข้ารอบซีเกมส์ที่ประเทศลาวเป็นเจ้าภาพที่จะมาถึงในปลายปีนี้ คือความหวังของนักเตะหนุ่มอนาคตไกลคนนี้ ส่วนเรื่องการพาทีมชาติลาวไปบอลโลกอาจจะอยู่ไกลและไม่ใช่เป้าหมาย
"ก็อย่างที่พูดว่าบอลที่ลาวยังเป็นสมัครเล่น แค่ได้เล่นเอเชียนคัพก็ถือว่าดีแล้วครับ ส่วนซีเกมส์ก็หวังให้ลาวเข้ารอบ 4 ทีม ถ้าหวังมากเราก็หวังอยู่แล้ว แต่ว่าเราไปทีละขั้นดีกว่า ถ้าจะกระโดดทีเดียวคงลำบาก"
ทีละขั้น-คำนี้น่าจะพอเรียกสติสตางค์ของคนที่ตะโกนปาวๆ ว่าจะพาบอลไทยไปบอลโลกได้บ้าง
เมื่อเอ่ยถึงลาวกับบอลโลก ทำให้เรานึกถึงภาพยนตร์ไทยเรื่องหนึ่ง เราถามเขาว่าที่ลาวเรียกฟุตบอลว่าหมากเตะ? ลำเนาส่ายหัว ก่อนตอบว่าบ้านเขาเรียก "หมากบาน"
"เคยดูหนังเรื่องนี้ไหม?" "เคยครับ ไม่ชอบ เหมือนดูถูกคนลาว ไม่ตลกเลย"
จากคุณ |
:
pecpws
|
เขียนเมื่อ |
:
4 พ.ย. 52 22:16:38
|
|
|
|
 |