 |
++++++++ผมฟิตจริง ๆ นะครับโค้ช+++++++++ - [Test 2]
|
|
สวัสดีปีใหม่ 2553 ปีเสือยิ้ม (ซึ่งผู้ใหญ่หลาย ๆ ท่านอยากให้ยิ้ม เพราะแอบหวังว่า ปีนี้อะไร ๆ ก็น่าจะดีและทำให้ยิ้มได้) Master(ขอเปลี่ยนจาก Chief of Fitness หน่อย เพราะมันยาวไป ก็หวังอยากให้เป็นเช่นนั้นเช่นกัน และต้องขออภัยที่ออกจะมาอวยพรกันช้าไปเป็นอาทิตย์ (ก็แหม...อยากพักช่วงปีใหม่เหมือนกันนี่นา)
ก่อน อื่นก็ต้องขอขอบคุณนักท่องอินเตอร์เน็ตที่มีหัวจิตหัวใจรักในการกีฬา และอยากให้ทีมกีฬาบ้านเรา โดยเฉพาะทีมฟุตบอลไทยพัฒนาไปไกล (อย่างที่ฝันว่า ฟุตบอลไทยจะไปบอลโลก) อันนี้ Master มีความเชื่อว่าเป็นไปได้ ถ้า!!!!! มีการพัฒนากันอย่างจริงจัง ไม่ใช่ มีการจัดการแข่งขันกันที โปรยเงินกันที แรงจูงใจที่จะเล่นหรือจะให้บอลในประเทศพัฒนาหายไปไหนหมด??? สิ่งเหล่านี้จะโทษนักเตะเพียงอย่างเดียวก็ไม่ได้ต้องโทษหลาย ๆ ฝ่าย เพราะต้องมีส่วนร่วมด้วยช่วยกัน จับมือกันไป แล้วบอลไทยจะไปบอลโลกก็ไม่ใช่เรื่องยาก Master ก็ขอฝากพวกผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการเอาไว้แล้วกัน
เอาล่ะนอกเรื่องและแอบ บ่น ผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการกันมามากแล้ว มาเข้าเรื่องของเราดีกว่า ใน "ผมฟิตจริง ๆ นะครับโค้ช - [Test 2]" นี้ ผู้ติดตามหลาย ๆ ท่าน ทั้งที่เป็นโค้ช นักฟุตบอลอาชีพ นักฟุตบอลเยาวชน หรือนักฟุตบอลเทพ ๆ (ที่เตะกันเอาเอง ในหลาย ๆ ย่าน ที่เขาเปิดให้เช่าเตะกัน บางทีตี 3 แล้ว มันยังไม่เลิกกันเลย เทพจริง ๆ) คงสงสัยว่า … ….
• แล้วมันสำคัญยังไงถึงต้องทดสอบ? • ผมจะได้อะไรจากการทดสอบ? • แล้วจะนำเอาผลที่ได้ไปใช้ยังไง? • ทดสอบอะไร?
ตรงกับข้อสงสัยของคุณหรือเปล่า???? ถ้าใช่ เรามาหาคำตอบกัน!
++++แล้วมันสำคัญยังไงถึงต้องทดสอบ?+++++
ความสำคัญของการทดสอบสมรรถภาพนักฟุตบอล ก็ อย่างที่ว่ากันฟุตบอลเป็นกีฬาที่ต้องใช้สมรรถภาพทางกายที่ดีเป็นพื้นฐานที่ สำคัญในการที่จะทำให้นักกีฬาหรือทีมประสบความสำเร็จในการแข่งขัน ดังนั้น โค้ชจึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีการทดสอบสมรรถภาพทางกายของนักฟุตบอลอยู่เป็น ระยะ ๆ โดยเฉลี่ยประมาณ 6-8 สัปดาห์/ครั้ง (การกีฬาแห่งประเทศไทย) แต่สำหรับในต่างประเทศ มีการทดสอบกันอย่างน้อย เดือนละครั้ง! เนื่องจากแมตซ์การแข่งขันค่อนข้างที่จะเยอะ ต้องทดสอบค่อนข้างถี่
บางท่านคงจะสงสัยเข้าไปอีกว่า .....
“ถ้ามีแรงวัวแรงฟาย (ควาย) อย่างเดียวมันจะชนะหรือประสบความสำเร็จได้หรือ?”
Master ก็จะขอตอบว่า ไม่ใช่ซะทีเดียว แต่ว่า สมรรถภาพทางกาย เป็นพื้นฐานสำคัญ ... และขออธิบายเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จในการทำกิจกรรม การเล่น หรือแม้กระทั่งการแข่งขัน สิ่งสำคัญที่จะทำให้นักกีฬาชนิดนั้น ๆ ประสบความสำเร็จได้ จะต้องประกอบไปด้วย 3 สิ่งนี้ คือ
“ สมรรถภาพทางกาย + สมรรถภาพทางจิตใจ + ทักษะ ”
ซึ่งทั้งหมดเป็นสิ่งที่เรียกว่าเป็น องค์ประกอบภายในของตัวนักกีฬาเอง ที่จำเป็นต้องมี จะขาดไปอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ ต่อให้มีแรงเป็นวัวเป็นฟาย แต่ขาดทักษะ ก็เหมือนหมาบ้าตัวหนึ่งที่วิ่งไล่บอล , มีทักษะ แต่ไม่ฟิต ก็ตามเขาไม่ทันอีกเช่นกัน หรือแม้กระทั่ง ฟิตก็ฟิต ทักษะก็ขั้นเทพ แต่เวลากดดันเอามาก ๆ เช่น เวลาเตะลูกโทษ จิตใจไม่นิ่ง ก็พลาดได้ ตัวอย่างก็มีมาให้เห็นกันอยู่บ่อย ๆ
ไม่ต้องอื่นต้องไกลเลย อย่างทีมฟุตบอลแม่เนื้ออ่อน ของไทย ตัวต่อตัวกับผู้รักษาประตู ยิงติด ยิงเหินฟ้า ยิ่งออกนอกกรอบ ล้วนแล้วแต่ภาวะกดดันล้วน ๆ (เอ....หรือว่า ไม่ได้ซ้อมมา แซวกันเล่น ๆ นะอย่าเคืองกัน)
ซึ่งส่วนอื่นก็ถือเป็น องค์ประกอบภายนอก(ไม่ได้มาจากตัวนักกีฬา)ที่จะทำให้ชนะหรือประสบความสำเร็จ เช่น การวางแผนการเล่น การเล่นที่มีการประสานงานกันอย่างดี หรือที่เรียกกันติดหูติดปากว่า ทีมเวิร์ค
++++++ผมจะได้อะไรจากการทดสอบ?++++++
1. อยากแรกเลยที่สำคัญ สำหรับทีม ผู้จัดการทีม โค้ช จะทำให้ทราบสมรรถภาพของนักฟุตบอลแต่ละคนและทั้งทีมว่ามีความสมบูรณ์ของร่าง กายหรือที่เรียกว่า ความฟิต อยู่ในระดับใดและมีจุดบกพร่องด้านใดบ้าง ก็เหมือนกับการแก้ปัญหาได้ตรงจุด
2. โค้ชทราบถึง พัฒนาการของนักฟุตบอลแต่ละคนในการทดสอบ ซึ่งจะทราบข้อมูลของการทดสอบแต่ละครั้งที่ชัดเจน แทนที่ โค้ชจะประเมินด้วยสายตาและความรู้สึก (เพราะอย่างน้อยมีค่าที่บอกเป็นตัวเลขล่ะนะ)
3. ผู้จัดการทีม โค้ช ประเมินโปรแกรมการเสริมสร้างสมรรถภาพทางกายหรือโปรแกรมพัฒนาต่าง ๆ ที่ฝึกสอนให้กับนักกีฬาแต่ละคนเพื่อแก้ไขจุดบกพร่องด้านต่าง ๆ ว่าเป็นไปตามจุดประสงค์ที่วางไว้หรือไม่ บางทีมหรือผู้เล่นบางคนประสบปัญหาว่า ก็ทำตามที่โปรแกรมที่ตั้งไว้ แต่ทำไม? ความเร็วไม่เพิ่ม ความแข็งแรงไม่เพิ่ม ความอึดหรือความฟิตต่อเกมทำไมถึงน้อยลง?
+++++แล้วจะนำเอาผลที่ได้ไปใช้ยังไง?+++++
1. โค้ชสามารถนำไปวางโปรแกรมการเสริมสร้างสมรรถภาพเพื่อแก้ไขจุดบกพร่องด้าน ต่าง ๆ ของนักฟุตบอลแต่ละคนและทั้งทีมซึ่งจะทำให้ประหยัดเวลามากขึ้น ดีกว่าที่จะ สุ่มฝึกไปวันๆ โดยไร้เป้าหมาย
2. เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของการบาดเจ็บจากการฝึกซ้อมที่หนักเกินไป (Over Training) ข้อนี้ ยิ่งเป็นข้อสำคัญเลยทีเดียว เพราะ เมื่อทราบว่าระดับความสามารถของนักกีฬา หรือทีม อยู่ในระดับใด ต้องพัฒนาแค่ไหนแล้ว จะทำให้ไม่เกิดการโหมฝึกที่มากจนเกินไปจนสร้างผลเสียให้กับนักกีฬา
3. เพื่อนำผลที่ได้ไปพัฒนานักกีฬาให้มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้นเห็นได้ค่อนข้าง ชัดเจนเลยทีเดียวสำหรับข้อนี้ เพราะดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่าฟุตบอลเป็นกีฬาที่ต้องใช้ความแข็งของร่างกายใน การเข้าปะทะเป็นส่วนใหญ่ เพื่อก่อให้เกิดความได้เปรียบ เห็นได้ชัดเจนจากฟุตบอลไทย นัดที่พบกับจอร์แดน Master เห็นว่าทีมชาติไทยถือว่า มีความแข็งแรงพอตัวทีเดียวในการเข้าปะทะจากแต่ก่อน เมื่อเห็นเข้าปะทะกัน พี่ไทยนี่จะกระเด้งกระดอนออกมาตลอด แต่นี่ คิดในใจนะ เฮ้ยยย....พี่ไทยทำได้ว่ะ (แอบไม่สุภาพ) นี่ก็เป็นการแสดงให้เห็นว่า ทีมชาติไทย ได้มีการใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาเข้ามา ผสมผสานในการฝึกจริง ๆ มากกว่าที่ปากพูดแล้วล่ะ
4. โค้ชสามารถใช้ควบคุมให้นักกีฬาอยู่ในระเบียบวินัยและรับผิดชอบตัวเองมากยิ่ง ขึ้น ไม่มีข้อโต้แย้งเมื่อมีการฝึกซ้อมที่หนักขึ้น (พบเห็นบ่อยครั้ง) เพราะผู้ฝึกสอนมีฐานข้อมูลของนักกีฬาแต่ละคนอยู่แล้ว
ตอนนี้ พล่ามกันซะเยอะทีเดียว ทำให้ Master เขียนเรื่อง "จะต้องทดสอบอะไรกันบ้าง ?" มีพื้นที่ไม่พอซะแล้ว คงต้องรบกวนกันให้มาติดตามกันคราวหน้าแล้วล่ะท่านผู้อ่านผู้รักฟุตบอลไทย ทั้งหลาย คราวหน้าจะพล่ามนอกเรื่องกันเยอะแล้วล่ะ คงต้องชี้แจงแถลงกันเสียที ว่า เรา ๆ ท่าน ๆ จะต้องทดสอบอะไร? และเตรียมตัวกันอย่างไรบ้าง!!!
Master
ปล. ติดตามบทความเก่าและบทความอื่น ๆ ได้ที่ http://www.thedietpump.com Credit : ขอขอบคุณภาพจาก สยามกีฬา
แก้ไขเมื่อ 09 ม.ค. 53 10:57:31
จากคุณ |
:
Dr. Diets
|
เขียนเมื่อ |
:
9 ม.ค. 53 10:40:52
|
|
|
|  |