 |
ความคิดเห็นที่ 2 |
ขอเสริมข้อมูลจาก http://www.thaibadminton.com/main/modules/newbb_plus/viewtopic.php?topic_id=41361&start=40 ครับผม..  ข้องใจที่ท่านเจริญบอกว่า นักกีฬาควรเปิดโอกาสให้สมาคมมีทางเลือกด้วย.. อ่านเเล้ว ตูเง็งจัง แล้วที่บอกว่า นักกีฬาไม่ทำตามนโยบายสมาคม จะถูกตัดสิทธิ์เข้าแข่งขัน??? นโยบายอะไรกันครับ??? _______________________
http://www.sportsemag-th.com/badminton/pgLiveFocus.aspx?prmID=187
เมื่อ Yonex ปะทะ Victor ใครได้ ??? ใครเสีย??? update::14/1/2553 18:06:31
ปิดกันให้แซ่ดทั่ววงการแบดว่าสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ ที่มี ศ. เจริญ วรรธนะสิน เป็นนายกสมาคม กำลังมีแบรนด์ Yonex เสนอตัวจะเข้ามาเป็นผู้สนับสนุนหลักของสมาคมแทนแบรนด์ Victor ที่เป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ให้กับนักกีฬาทีมชาติ เขายังเล่ากันอีกว่า ทั้งสองแบรนด์กำลังตกอยู่ในวังวนของสงครามผลประโยชน์ ภายไต้แนวคิดที่ว่าใครให้ผลประโยชน์กับสมาคมมากกว่าก็จะได้สิทธิ์เป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของสมาคมฯ การแข่งขันดุเดือดถึงขั้นที่ว่าสมาคมฯ ได้นำเอาข้อเสนอของฝ่ายแรกไปให้ฝ่ายหลังดู แล้วถามฝ่ายหลังว่าให้ได้มากกว่านี้ไหม ถ้าฝ่ายหลังให้มากกว่าก็จะเอาข้อเสนอของฝ่ายหลังไปให้ฝ่ายแรกดูว่าฝ่ายหลังให้มาเท่านี้ฝ่ายแรกจะให้มากกว่าหรือเปล่าสลับกันไปแบบนี้ ถ้ามองแบบคนนอกก็ถือว่าการทำแบบนี้จะเป็นผลดีกับสมาคมฯ อย่างมากเพราะผลประโยชน์ที่ได้ก็จะตกอยู่กับสมาคมฯ ที่จะนำมาใช้ในการบริหารจัดการพัฒนาแบดมินตันของไทยให้ก้าวไกลมากขึ้น
ผลต่อเนื่องที่จะตามมาหลังจากการตกลงผลประโยชน์ที่ลงตัวก็คือ ในอนาคตนักกีฬาแบดมินตันทีมชาติไทย อาจจะต้องเซ็นต์สัญญากับทางสมาคมฯ ว่าหลังจากที่ได้เป็นนักกีฬาในสังกัดของสมาคมฯ หรือเรียกง่ายๆ ว่าติดทีมชาติแล้วจะต้องสวมใส่ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ที่เป็นผู้สนับสนุนหลักของสมาคมฯ เท่านั้น ผลกระทบต่อไปที่จะตามมาก็คือ นักกีฬาคนไหนที่มีผู้สนับสนุนส่วนตัวตั้งแต่สมัยยังละอ่อน สมัยที่ยังไม่มีชื่อเสียง หรือแม้แต่นักกีฬาดังๆ ที่มีผู้สนับสนุนส่วนตัวและมีการเซ็นต์สัญญากันไว้แล้ว อาจจะต้องมีการยกเลิกสัญญาเดิม หรือที่ดีหน่อยคือรอให้สัญญาหมดโดยที่ไม่มีการต่อสัญญาใหม่ ทางสมาคมจะมีทางออกอย่างไร หรือจะมีแนวทางในการบริหารจัดการอย่างไรกับนักกีฬากลุ่มนี้ เพื่อที่จะไม่ทำให้เด็กและผู้สนับสนุนเดิมเสียผลประโยชน์
ลองคิดตามแบบบ้านๆ กันดูนะครับว่ากว่าที่เรามีเด็กในสังกัดคนหนึ่งที่มีความสามารถขนาดสามารถเป็นทีมชาติได้ ต้องมีการลองผิดลองถูกมามากเพียงใด ต้องใช้เงินทุนเท่าไร ในความเป็นจริงเราอาจจะต้องสนับสนุนเด็กถึง 20 คนเพื่อที่จะมีเด็กที่ประสบความสำเร็จแค่ 1 หรือ 2 คน แต่พอเด็กถูกเรียกให้ไปติดทีมชาติกลับต้องไปติดโลโก้ของคนอื่นไปซะนี่ แบบนี้ถ้าสมมุติว่าผมเป็นเจ้าของแบรนด์เดิมผมก็ไม่จำเป็นต้องไปสนับสนุนเด็กคนไหนกันล่ะ มุ่งกันที่สมาคมนี่แหละง่ายดี งบประมาณการลงทุนก็น่าจะใกล้เคียงกัน แถมยังไม่มีความเสี่ยงด้วยว่าคนไหนจะดังคนไหนจะดับ เพราะท้ายที่สุดแล้วนักกีฬาทีมชาติทุกคนก็ต้องมาสวมใส่แบรนด์ที่เป็นผู้สนับสนุนหลักของสมาคมอยู่ดี
แต่อย่างไรก็ตามเหรียญย่อมมี 2 ด้านเสมอถ้ามองในอีกมุมหนึ่ง การที่แบรนด์ต่างๆ ไม่สามารถสนับสนุนนักกีฬาทีมชาติได้โดยตรงแล้วนั้น ทำให้แต่ละแบรนด์ต้องมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางการตลาด หาแนวทางการประชาสัมพันธ์ในรูปแบบที่สร้างสรรค์มากขึ้น แต่จะทำอย่างไรนั้นคงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายวางแผนการตลาดของแต่ละแบรนด์นำไปคิดเป็นการบ้าน ซึ่งอาจจะเป็นการบ้านที่น่าปวดหัวอยู่เหมือนกัน ไม่แน่ว่าในอนาคตเราอาจจะเห็นนักกีฬาตัดผมเป็นรูปโลโก้หรือทำสัญลักษณ์ของแบรนด์ติดไว้ตามส่วนต่างๆของร่างกายก็เป็นได้
ท้ายที่สุดไม่ว่าเรื่องราวจะลงเอยอย่างไร ผมก็ได้แต่หวังว่าผู้ใหญ่ที่มีอำนาจในการพิจารณาตัดสินใจในเรื่องราวต่างๆ ทั้งของสมาคม และของแบรนด์ต่างๆ ได้นึกถึงความสำคัญของตัวของนักกีฬาด้วย เพราะผลประโยชน์ที่ทุกฝ่ายได้รับนั้นล้วนแล้วแต่มาจากหยาดเหงื่อความอุตสาหะ และความทุ่มเทแรงกายแรงใจของนักกีฬาทั้งสิ้น จริงอยู่ที่ว่านักกีฬาไม่ได้เล่นกีฬาเพียงเพื่อหวังผลประโยชน์หรือเงินรางวัล แต่ดังคำกล่าวที่ว่า ทรัพย์สินทำให้เราอิ่มท้อง ชื่อเสียงทำให้เราอิ่มใจ ซึ่งสอดคล้องกับทฤษฏีความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ที่กล่าวว่ามนุษย์ทุกคนต้องมีความสามารถที่จะเลี้ยงตัวเองให้ได้ก่อน ถึงจะต้องการความมีชื่อเสียงและการยอมรับในสังคม และถ้านักกีฬาของเราทุกคนมีความอิ่มท้องแล้วล่ะก็ ไม่ต้องห่วงว่าเขาจะไม่อยากมีความอิ่มใจ
เอนก พงศะบุตร
ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.sportsemag-th.com
-------------------------------------------------------------------------------- หัวข้อ: Re: คิดอย่างไรครับ กับข่าวแบดหน้า1 ของไทยรัฐ เริ่มหัวข้อโดย: TOFFYY ^^ ที่ มกราคม 15, 2010, 10:58:47 PM --------------------------------------------------------------------------------
ล่าสุดวันนี้คับ 15/01/2005 http://www.thairath.co.th/content/sport/58842
ส.แบดแจงนักกีฬามีสิทธิ์เลือกเซ็นสัญญาสปอนเซอร์
หลังมีกระแสข่าวภายในสมาคมฯว่า จะบีบให้นักกีฬายกเลิกสัญญาส่วนตัว เพื่อมาทำสัญญากับสมาคมฯ มิเช่นนั้น สมาคมฯ จะไม่ส่งนักกีฬาแข่งขันรายการระดับนานาชาติ...
ตามที่เกิดปัญหาขึ้นภายในสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทย ในเรื่องของสัญญาสิทธิประโยชน์ส่วนตัวของนักกีฬา กับผู้สนับสนุนของสมาคมฯ โดยสมาคมฯ จะจัดทำระเบียบสัญญาทีม (Team Contract) ซึ่งนักกีฬาทุกคนจะได้รับประโยชน์ เฉลี่ยตามความสามารถ ในขณะที่นักกีฬาบางคนเห็นว่า การเซ็นสัญญาส่วนตัวแบบอิสระ จะได้รับประโยชน์มากกว่า จนเกิดเป็นความขัดแย้ง กระทั่งมีกระแสข่าวสมาคมฯ บีบให้นักกีฬา ยกเลิกสัญญาส่วนตัว เพื่อมาทำสัญญากับสมาคมฯ มิเช่นนั้น สมาคมฯ จะไม่ส่งนักกีฬาแข่งขันรายการระดับนานาชาตินั้น
เกี่ยวกับเรื่องนี้ ศ.เจริญ วรรธนะสิน นายกสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ เปิดแถลงข่าว ชี้แจงถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ที่สำนักงานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ เมื่อวันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา ศ.เจริญ กล่าวว่า สมาคมฯ ได้ประชุมชี้แจงกับนักกีฬาแล้ว โดยอธิบายว่า นักกีฬาจะเข้ามาเซ็นสัญญากับสมาคมฯ หรือจะเป็นนักกีฬาอิสระก็ได้หากมีรายได้ที่มากกว่า สิ่งที่สมาคมฯทำนั้น เพราะสมาคมฯย่อมมีอำนาจต่อรองเหนือกว่านักกีฬารายบุคคล โดยยึดรายได้เป็นที่ตั้ง
"เช่น นักกีฬาจากเดิมได้รับ 1.8 แสนบาทต่อปี สมาคมฯหาให้ได้ 1 ล้านบาทต่อปี หากนักกีฬาที่ต้องการเป็นนักกีฬาอาชีพแบบอิสระ สามารถทำได้ แต่ผู้สนับสนุนนักกีฬาคนนั้น จะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย เรื่องเดินทาง ที่พัก ให้นักกีฬาด้วย สมาคมฯ มีหน้าที่รับทราบและรับรองในการส่งนักกีฬาไปแข่งขันเท่านั้น ระบบนี้ใช้เหมือนกันทั่วโลก เช่นเตาฟิค ฮิคายัต ของอินโดนีเซีย หรือนักกีฬาเทนนิส เป็นต้น แต่หากนักกีฬา หรือผู้สนับสนุน ไม่ทำตามนโยบายของสมาคมฯ หรือทำให้สมาคมฯ ได้รับความเสียหาย สมาคมฯขอสงวนสิทธิในการไม่ส่งนักกีฬาคนนั้น ๆ ไปแข่งขันได้" นายกสมาคมแบดมินตันไทย กล่าว
ทั้งนี้สมาคมฯ กำลังจะเซ็นสัญญากับ โยเน็กซ์ ประมาณเดือนก.พ.นี้ เพื่อสนับสนุนนักกีฬาไทย ในการแข่งขันรายการต่างๆ จะมีเงินโบนัสพิเศษนอกเหนือจากเงินรางวัลของแต่ละรายการ รวมทั้งจัดหาอุปกรณ์การแข่งขันให้ด้วย ระยะเวลาของสัญญาอาจจเป็นปีต่อปี หรือ 2 ปี แล้วแต่การเซ็นสัญญา ดังนั้นนักกีฬาไทย ต้องแจ้งวัตถุประสงค์ว่า จะเซ็นสัญญากับสมาคมฯ หรือไม่ หรือต้องการเป็นนักกีฬาอาชีพอิสระ ต้องแจ้งภายในเดือนม.ค.นี้ ซึ่งในขณะนี้มีเพียง บุญศักดิ์ พลสนะ คนเดียว ที่ต้องการเป็นนักกีฬาอาชีพอิสระ
ผมเป็นนายกสมาคมฯมา 7 ปี ไม่ต้องการทะเลาะกับนักกีฬา แต่หากนักกีฬามีทางเลือก ก็ควรเปิดโอกาสให้สมาคมฯ มีทางเลือกด้วย ผมพอจะรู้ว่า ใครเป็นคนทำให้เกิดเรื่องนี้ สาเหตุสำคัญน่าจะเกิดมาจากการที่ใกล้จะครบวาระการเลือกตั้งกรรมการบริหารสมา คมฯ ชุดใหม่ ศ.เจริญ กล่าว
แก้ไขเมื่อ 03 ก.พ. 53 22:59:06
จากคุณ |
:
Rarm41
|
เขียนเมื่อ |
:
3 ก.พ. 53 22:54:31
|
|
|
|
 |