Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com  


 
ยอดทอง เหน็บ ลีซอ! "จากปากกายอดทอง โดย..ยอดทอง : อีกนิดเดียวเท่านั้น "  

"บิ๊กเป้" รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผู้จัดการทั่วไปทีม"กิเลนผยอง" เมืองทอง หนองจอก ยูไนเต็ด ซึ่งยืนอยู่ริมสนามจารัล เบซาร์, สิงคโปร์ ในวันที่ทีมรักของเขาแพ้สิงคโปร์ อาร์ม ฟอร์ซ จากการยิงลูกโทษที่จุดตัดสิน (3-4) บอกผมว่า..    
   
เกมเราเหนือกว่าเยอะ โอกาสได้ประตูมีไม่น้อยกว่า 5 ครั้ง แต่ไม่ได้  
               
 บิ๊กเป้เล่าว่า แม้แต่ตอนยิงลูกโทษตัดสิน "ไอ้ตอง" กวิน ธรรมสัจจานันท์ เซฟลูกแรกได้ เพราะพุ่งดักทางถูก มันเป็นการคาดเดาของผู้รักษาประตูที่เลือกที่จะเสี่ยง แล้วก็ทำได้ แต่ผู้ตัดสินเกาหลีมันให้ยิงใหม่ หาว่ากวินขยับก่อน  เป็นอะไรที่ไม่แฟร์ต่อผู้เล่นทีมเยือนมากๆ

ถ้าลูกนั้นกวินเซฟได้ก่อน เราชนะแน่ เพราะความกดดันตกอยู่ที่ผู้เล่นอาร์ม ฟอร์ซ

ความคับแค้นอีกประการก็คือ แพ้อย่างไม่น่าแพ้เช่นนี้ไม่มีแมตช์ให้ล้างตา แพ้แล้วแพ้เลย

"บิ๊กเป้" บอกว่ารู้ซึ้งแล้วกับวลีที่ว่า  ฟุตบอลดี แต่เทพีแห่งโชคไม่ยืนเคียงข้าง แถมเจอผู้ตัดสินบ้าจี้นกหวีดหวาน นั้นมันร้าวใจนอนไม่หลับอย่างไร

 ฟุตบอลนั้นถ้าแพ้เพราะสู้ไม่ได้จริงๆ แพ้แล้วมันก็จบ ไม่คิดอะไรมาก แต่แพ้อย่างนี้มันต้องคิดมาก

"อีกนิดเดียวจริงๆพี่ยอด" บิ๊กเป้รำพัน

อีกนิดเดียวของเขานั้นมันใหญ่หลวงนะครับ

เพราะถ้าผ่านแมตช์นี้ไปได้ ก็เท่ากับว่าตีตั๋วสู่ถนนเอเอฟซี แชมเOยนส์ ลีก เต็มตัว

ได้แข่งแมตช์เหย้า-เยือน ระบบลีกแน่ๆ กับทีมกลุ่ม จี คือ กัมบะ โอซาก้า (ญี่ปุ่น), ซูวอน บลูวิงส์ (เกาหลีใต้) และ เหอหนาน (จีน) ทีมแชมป์ลีกอาชีพสูงสุดประเทศยักษ์เอเชีย

จะแพ้ชนะยังไม่ต้องพูดถึง แต่การที่ได้ลงสนามแข่งกับทีมลูกหนังอาชีพสุดยอดเอเชียถึง 6 แมตช์ เหย้า-เยือน นั่นคือโอกาสก้าวกระโดดของทีมกิเลนผยองของลีกไทย

 3 แมตช์เยือน ได้เงินค่าหนื่อยที่เอเอฟซีจ่ายให้เต็มๆ ยิ่งเป็นทีม "ไก่รองบ่อน" แค่ไหน เราก็กำไรล้วนๆได้ประสบการณ์กับการเล่นกับทีมแข็งแกร่งมาตรฐานหัวกะทิเอเชีย ไม่ชนะก็ไม่เสียอะไร ถ้าชนะก็ทะลุเกินเป้า 3 แมตช์เหย้า สุดยอดทีมเอเชียมาแข่งถึงบ้าน โดยไม่ต้องจ่ายเงินให้สักบาท                                                                        

ฟุตบอลมาตรฐานระดับนี้ เล่นจริง ของจริง ขออนุญาตเก็บค่าตั๋วสัก 150 บาท ถูกที่สุดในเอเชีย แฟนบอลไหนจะไม่ดู ไม่ต้องนับแฟนธันเดอร์อุลตร้าด้วยซ้ำ อัดเข้ามาสองหมื่นคน ได้ค่าดูแมตช์ละสามล้าน สามแมตช์ก็เกือบสิบล้านบาท

ไหนจะสร้างกระแสฟีเวอร์ลูกหนังสุดๆ เม็ดเงินจากสปอนเซอร์ทะลักอีกเท่าไหร่

คำรำพึงของบิ๊กเป้..อีกนิดเดียวเท่านั้น..คือเงินเห็นๆ มันหายไป คิดเป็นมูลค่าไม่หนี ยี่สิบ สามสิบล้านบาทน่ะครับ

อย่างไรก็ตาม การแพ้อาร์ม ฟอร์ซ ของสิงคโปร์ ทำให้ เมืองทอง หนองจอก ยูไนเต็ด ตกลงไปเล่นถ้วย เอเอฟซี คัพ (ถ้วยนี้ การท่าเรือฯ ได้สิทธิ์แข่งก่อนหน้านี้แล้ว ในฐานะแชมป์เอฟเอ คัพ ไทยแลนด์)

แน่นอนว่า เมืองทอง หนองจอก ยูไนเต็ด ก็มีศักยภาพที่จะเป็นเต็งหนึ่ง ชนะเลิศในรายการนี้ได้เงินรางวัลก็ประมาณสิบล้านบาท

แม้จะผิดหวังที่ตีตั๋วเข้าเอเอฟซี แชมเOยนส์ ลีก ไม่ได้ แต่ก็มีเรื่องที่น่ายินดีประการหนึ่ง ที่ผมได้รับฟังมาจากริมสนามก็คือ เรเน่ เดอ ซาเยียร์ กุนซือใหญ่ชาวเบลเยียมบริหารจัดการทีมอย่าง "มืออาชีพ" ที่สุด

เขามาถึงก็ "ล้างไพ่" ระบบความเคยชินสไตล์สบายๆ ชิวชิวแบบไทยๆ ของนักเตะหมด

 เขาไม่สนว่าใครจะเป็นตัวทีมชาติ ใครจะเป็นซูเปอร์สตาร์ ใครจะแอ็กต์อาร์ต ด้วยฝีเท้าเทพค่าตัวแพงกินเงินเดือนเป็นแสน คนคุมทีมต้องเอาใจ เพราะเป็นตัวหลักทีมขาดไม่ได้

เรเน่เข้มงวดด้วยกฎกติกา มีนักกายภาพบำบัดเช็กความฟิตนักเตะตลอด ใครไม่ฟิต หมดสิทธิ์ได้เล่นตัวจริง ใครอ้อยอิ่งช้าก็โดนทรีตจากเขาทันที (คุณ)ลงไปซ้อมกับทีมสำรองเกรด บี โน่น

เขาศึกษาเกมของทีมคู่ต่อสู้ อ่านทะลุจุดอ่อนจุดแข็ง แล้วจึงเอาแผนการเล่นมาวางหมากกับทีม กับนักเตะแต่ละคนที่จะแจงเลยว่า เอ็งต้องเล่นอย่างไร เล่นตามคำสั่ง

เชื่อไหมครับ ขนาดซ้อมทีมนักเตะคนไหนเล่นเรื่อยเปื่อย แบบเกมพาไป ไม่ทำตามเขาสั่ง เรเน่จะกระโจนออกมาด่าตวาดต่อหน้าทันที ในเกมแข่งขันก็ยังตะโกนเร่าๆ ใส่ (ซึ่งแฟนบอลจะได้เห็นแน่เมื่อซีซั่นไทยพรีเมียร์ลีกเปิด)

เรเน่ถึงสนามก่อน กลับทีหลัง เน้นในรายละเอียดของการซ้อม การเล่นของตัวบุคคลของนักเตะแต่ละคนอย่างมาก ใครจะซูเปอร์สตาร์มาจากไหนเขาไม่สน เขาต้องการนักเตะอาชีพที่เล่นได้อย่างสมบูรณ์ตามที่เขาสั่งวางแผน เพื่อชัยชนะของทีม

นักเตะก็คือนักเตะ มีหน้าที่ทำอะไรก็ต้องทำให้ได้ดีที่สุดตามที่โค้ชสั่งอย่าง "มืออาชีพ"

เขาบอกว่าที่สโมสรจ่ายเงินเดือนกันแพงๆ หลายคนกินเงินเดือนเป็นแสน ไม่ได้จ้างมาแค่เตะฟุตบอลสี่ห้าแมตช์ต่อเดือน แต่จ่ายให้กับการที่ต้องอดทนกับความเข้มงวด กฎกติกาของการฝึกซ้อม การปฏิบัติตนให้แข็งแกร่งฟิตที่สุด เพื่อการลงสนามเล่นได้ 100 เปอร์เซ็นต์ตามต้องการต่างหาก มันเป็นวิถีของ "มืออาชีพ"

โค้ชคือ boss เจ้านาย นักเตะคนไหนไม่ obey ไม่ทำตาม ไม่ปรับตัวเข้าหาระบบเข้มก็ไปให้ไกลๆ ไม่อยู่ในสายตา

ถ้าทำไม่ได้มันก็ไม่คุ้มค่าตัว ค่าเงินหรอก ขายออกไปแล้วหามาใหม่ดีกว่า

เรเน่บอกว่าเขาโชคดีที่ได้ทำงานกับสโมสรเมืองทองฯ ที่ลงทุนไว้กับตัวนักเตะระดับเกรดเอสูงมาก และมีจำนวนมากพอในทุกตำแหน่งที่เขาสามารถเลือกใช้ หรือไม่เลือกใช้ใคร โดยไม่ต้องกังวลว่า ขาดนักเตะซูเปอร์สตาร์แล้วศักยภาพทีมจะตกต่ำไปด้วย

บางทีนี่คือสิ่งที่เราอยากเห็นมานาน แต่ไม่เคยได้เห็นในวิถีฟุตบอลสไตล์ไทยๆ

ผมเชื่อว่าอนาคตของทีมกิเลนผยองจะไปโลดขนาดไหนก็น่าจะขึ้นอยู่กับ "วิถีอาชีพ" อย่างที่โค้ชใหญ่ เรเน่ เดอ ซาเยียร์ จะทำให้เห็นนับแต่นี้

นักเตะโดดเด่นทั้งหลายของทีมนี้คงต้องขัดขี้ไคลความเป็นซูเปอร์สตาร์ของตัวเองออกกันยกใหญ่

โดยเฉพาะลีซอลูกรักของ "จันดี"  นักข่าวกีฬาอาวุโสสหายของผม หลานรักของลุงๆ อาๆ นักข่าวกีฬาทั้งหลาย

เพราะซ้อม 65% อวดลีลาในสนาม 120% ตามถนัดไม่ได้อีกแล้ว



-ยอดทอง-


หมายเหตุ ที่เขียนถึง เรเน่ เดอ ซาเยียร์ ไม่ได้คุยกับเจ้าตัว แต่ถามไถ่มาจาก "บิ๊กเป้" รณฤทธิ์ ซื่อวาจา  

ที่มา http://www.siamsport.co.th/Column/100209_060.html


เครดิต http://www.thailandsusu.com/webboard/index.php?topic=91087.msg1411238;topicseen#new

สมกับเป็นโค๊ชมืออาชีพ ผ่านงานมามากมาย หวังว่าจะเปลี่ยนนิสัย นักเตะไทยได้นะครับ

คนไทยสอนกันเองไม่ได้ ก็ต้องให้ฝรั่งมันสอนเนี่ยละ

จากคุณ : Longinus
เขียนเมื่อ : 10 ก.พ. 53 00:10:09




ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com