[เทอร์รี่คุง กระทุ้งบอลไทย] - ความหวังเดียวที่เหลืออยู่ของสิงห์เจ้าท่า
|
 |
FBI Warning : ขอออกตัวก่อนเลยนะครับว่าผมพึ่งติดตามบอลไทยมาแค่ 2 ปี เข้าไปดูในสนามแบบเอาเป็นเอาตาย (คือดูทุกนัดที่มีโอกาส) แค่ปีเดียว ซึ่งก็คือซีซั่นนี้ และผมไม่ได้เป็นแฟนทีมท่าเรือหรือทีมไหนๆในไทยลีกจริงๆจังๆซักทีม (ผมเชียร์ทีมบ้านเกิดในดิวิชั่น2)
เพราะฉะนั้น บทความที่ละเลงต่อไปนี้ สาบานว่าไม่ได้มีอคติต่อทีมไหนๆเลย เขียน..เล่าและเรียบเรียงจากสิ่งที่เห็น ที่ได้สัมผัสมา พร้อมกับร่วมกันแชร์ความคิดเห็นโดยปราศจากอคติ ถึงวิธีแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน
ในฐานะเจ้าของกระทู้ รบกวนเพื่อนๆที่จะแสดงความคิดเห็น ช่วยถอยออกมามองอย่างเป็นกลาง และแสดงความเห็นถึงแนวทางแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นอย่างปราศจากการแดกดันนะครับ
เพื่อช่วยกันพัฒนาวงการฟุตบอลไทยที่เรารักกัน
. . . . . . . . . .
แล้วสิงห์เจ้าท่าก็ขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์กีฬาอีกแล้วนะครับ
หมุนเข็มนาฬิกากลับไปในเกมปิดฤดูกาลไทยลีก สิงห์เจ้าท่าก็ขโมยซีนทีมแชมป์อย่างเมืองทองฯ ขึ้นหน้าหนึ่งรวมไปถึงกลายเป็นที่พูดถึงกันในทุกๆวงข่าวอย่างกว้างขวาง กับกรณี "เกิดเหตุทะเลาะวิวาท" ระหว่างแฟนบอลท่าเรือ กับ บางกอกกล๊าส
ซึ่งวันนั้น ผมได้เข้าไปอยู่ในวงล้อมของแฟนบอลท่าเรือด้วย!
เพื่อนผมที่เป็นแฟน BG บอกว่าเกมนี้มีเด็กเทคนิคเข้ามาดูเกมเยอะผิดปกติ และก็สังหรณ์ว่าจะเกิดเรื่อง เพราะร้อยวันพันปีพวกนี้ไม่เคยเข้ามาดูเยอะขนาดนี้ แล้วก็เกิดเรื่องจริงๆ!
ไม่ได้แก้ตัวให้ท่าเรือ เพราะท่าเรือก็ "ผิด" อยู่แล้วกับการโต้ตอบและทำลายข้าวของ ร้านรวงโดยรอบ และที่สำคัญ อยากบอกว่าแฟนบอลท่าเรือที่ก่อเรื่องนั้น "วุฒิภาวะทางอารมณ์ค่อนข้างต่ำ" คือเป็นประเภทโดนยุ โดนหยามไม่ได้ ใครมาสะกิดต่อมนิดนึง พร้อมจะระเบิดได้ในทันที โดยขาดการยับยั้งชั่งใจ
ส่วนคำถากถางที่บอกว่า แล้วทำไมแฟนบอลดีๆไม่เข้าไปห้าม ผมตอบให้เลยว่า มีแต่คนห้าม แต่พวกนั้นไม่มีใครฟัง!
ทุกคนก็รักชีวิตใช่มั้ยครับ ผมก็รักชีวิต แฟนบอลดีๆของท่าเรือที่รักฟุตบอลจริงๆก็รักชีวิต ทุกคนต้องเอาตัวรอด
สำหรับผม แฟนบอล BG ยังคงเป็น "ผู้ดีไทยลีก" เหมือนเดิมทุกประการ แต่สิ่งแปลกปลอมในวันนั้น (เด็กเทคนิคที่ตั้งใจมาตี) ทำให้สโมสรที่น่ารักอย่าง BG ต้องแปดเปื้อนอย่างไม่น่าให้อภัย เชื่อว่า ปีหน้าสโมสรคงมีมาตรการคุมเข้มมากกว่าเดิมและคงไม่ให้ตั๋วทีมเยือนในลักษณะสุ่มเสี่ยงแบบนั้นอีกแน่ๆ
ส่วนท่าเรือ ก็คงต้องบอกว่าผิดเต็มประตูแหละครับ กับภาพที่ทุกคนได้เห็นผ่านทางทีวี ถึงแม้ว่าจะบอกว่าเป็นการป้องกันตัวก็ตาม
การป้องกันตัวที่ถูกต้องสำหรับกรณีแบบนี้ คือการ "หนี" ไปไกลๆจากกลุ่มที่ก่อความวุ่นวายอย่างผมกับเพื่อนๆครับ! ถึงจะได้รับการยอมรับจากสังคมว่าเป็น "นักเลงฟุตบอล" ตัวจริง
แต่...แต่..แต่ความวัวยังไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรกอีกซะงั้น
เหตุการณ์ดราม่าครั้งล่าสุด ผมพาครอบครัวไปนั่งอยู่อัฒจันท์โซน C ด้วยครับ ก็อัฒจันท์ฝั่งที่เกิดเรื่องนั่นแหละ!
ชนวนแรกของเหตุการณ์ทั้งหมด มันเริ่มมาตั้งแต่ครึ่งแรกแล้ว ไล่ตั้งแต่กองเชียร์ทั้งสองฝั่ง ที่ตะโกนแจกกล้วยไปมา (นัดนี้ไม่รู้คิดยังไง ดันให้ทีมเยือนนั่งใกล้กับฝั่งฮาร์ดคอร์อีก) แต่ว่าตอนนั้น ยังไม่ดุเดือดเท่าไหร่
มาถึงตอนที่กองหลังสมุทรสงครามผมทองๆ น่าจะเบอร์ 32 ทำฟาวล์หน้าเขตโทษ แล้วกรรมการเป่าให้ท่าเรือได้ฟรีคิก กองหลังผมทองคนนี้ก็วิ่งเข้าไปหากรรมการพร้อมกับผลัก จนนำมาซึ่งเสียงโห่ของกองเชียร์ท่าเรืออย่างหนักหน่วง
ความจริงถ้าเจอกรรมการเฮี้ยบๆ กองหลังผมทองๆคนนั้นโดนใบแดงไปแล้วนะครับ จากนั้นก็เป็นการห้ำหั่นในเกมแบบไม่มีอะไรรุนแรง
มาครึ่งหลังนั่นแหละครับ หลังจากท่าเรือได้ประตูออกนำ 2-1 ซึ่งนักเตะสมุทรสงครามก็ท้วงว่าเป็นลูกแฮนด์บอล อันนี้ผมไม่ออกความเห็นนะครับ เพราะอยู่ในมุมอับมองไม่ชัดเหมือนกัน
แต่จังหวะที่นำมาซึ่งเรื่องราวใหญ่โตนั้น ต้นเหตุมาจากสามข้อใหญ่ๆครับ
1) กรรมการ - เป็นการตัดสินที่จุดชนวนเรื่องราวทั้งหมด เพราะในไลน์ที่กรรมการยืนให้โดนบอลอัดนั้น เป็นไลน์ที่ขวางการวิ่งของบอลชัดๆ! ไม่แปลก หากผู้เล่นสมุทรสงครามจะเลือดขึ้นหน้า
2) การควบคุมอารมณ์ของนักเตะ - ต่อเนื่องจากข้อแรก ถึงกรรมการจะตัดสินได้น่าโดนกระ-ทืบ ขนาดไหนก็ตาม
นักฟุตบอลต้องรู้จักลิมิตของตัวเองนะครับ
จะวิ่งเข้าไปแหกปากให้กรรมการดมกลิ่นปากเท่าไหร่ก็ได้ไม่มีใครว่า แต่การเข้าถึงเนื้อถึงตัวกรรมการ ตามกติกาสากลถือว่า "เป็นการคุกคาม" นะครับ
ภาพที่เห็น นักเตะสมุทรสงครามขาดการควบคุมอารมณ์เป็นอย่างมาก อย่างที่บอกว่าตั้งแต่ครึ่งแรกแล้วที่กองหลังผมทองวิ่งเข้าไปผลักกรรมการ มาในชอตนี้อีก ที่กรรมการใกล้เหลือเกินกับการโดนรุม "กระทืบ" ถ้าหากการ์ด, สตาฟฟ์ และนักเตะไม่เข้าไปห้ามก่อน
มีหวังได้ซ้ำรอยเหตุการณ์ "กุยบุรี" แน่นอน
นักเตะที่วิ่งเข้าไปจะทำร้ายกรรมการ ถือเป็นชนวนหนึ่งของเรื่องราว และนั่นก็ไม่ใช่การแสดงออกถึงการเป็น "นักเตะอาชีพ" เลยนะครับ
3) การควบคุมอารมณ์ของแฟนบอล - มันเชื่อมโยงมาจากข้อแรกและข้อสองครับ
ด้วยความที่มีการโหมโรงอย่างที่กล่าวมาในย่อหน้าบนๆ จากกองเชียร์ของท้งสองทีมมาตั้งแต่ครึ่งแรกแล้ว พอนักเตะสมุทรสงครามออกอาการแบบนั้นต่อหน้าต่อตากอเชียร์ท่าเรือ เรื่องก็เลยเกิด
ความจริงแล้ว กองเชียร์ที่ "ขาดการควบคุมอารมณ์" จนทำให้ภาพลักษณ์สโมสรต้องเสียหายเหล่านั้น สมควรโดน "ลงดาบ" จากสโมสรซักทีนะครับ
จะด้วยแอลกอฮอล์ หรือจะด้วยบันดาลโทสะอะไรก็ตาม แต่นั่นไม่ใช่วิสัยของคนที่ "รักฟุตบอล" เลยซักนิด กลับกัน มันคือวิสัยของคนที่ "ทำลายฟุตบอล" ต่างหาก
ใครที่บอกว่า "อ้าว แล้วแฟนบอลดีๆล่ะ ทำไมไม่ห้าม"
ผมยืนอยู่ เห็นและได้ยินแฟนบอลฝั่ง โซนC ต่างหันหลังกลับมามองหาตัวต้นเหตุกันให้ควั่กและโบกไม้โบกมือ โหวกเหวกร้องขอ ร้องเตือนกันทั้งนั้น ไม่มีใครสนับสนุนคนพวกนี้แน่นอน
โฆษกสนามก็ร้องขอ วิงวอนแทบตาย แฟนบอลที่รักฟุตบอลจริงๆก็ช่วยกันมองหา ตะโกนร้องห้ามแทบตาย แต่ไอ้พวกที่ก่อเรื่อง "มันหน้า-ตัว-mia" ทั้งนั้น
"เขวี้ยง" แล้วก็ "แอบ"
ผมหันไปคุยกับแฟนท่าเรือที่พาลูกมานั่งดูเหมือนกัน เค้าบอกว่า "คอยดูนะ พรุ่งนี้ท่าเรือโดนเละแน่ๆ" ผมก็ได้แต่พยักหน้าเห็นด้วย แต่ประโยคสุดท้ายที่เขาพูดนี่ซิครับ มันน่าคิดจริงๆ
เขาบอกว่า "ผมเห็นมีแต่คนบอกว่ารักท่าเรือ รักบอลไทย แต่เวลาเกิดเรื่องทีไร ไอ้พวกที่ออกมาเป็นหนังหน้าไฟ ไม่ใช่คนก่อเรื่องซักที เมื่อไหร่จะเข้มงวดกับแฟนบอลพวกนี้ซะทีนะ"
นั่นสินะครับ เมื่อไหร่ฝ่ายจัดการของท่าเรือจะเข้มงวดกับพวกที่แอบทำลายชื่อเสียงสโมสรของพวกคุณจริงๆจังๆซักที พวกคุณปล่อยให้แฟนบอลที่ "รักท่าเรือ" จริงๆ ต้องออกมาบากหน้าแก้ตัวให้สโมสรแทนพวก "หน้า-ตัว-mia" พวกนี้อยู่ตลอดเวลา
เฮียพิเชษฐ เป็นนักเลงฟุตบอลที่ใจกว้างมากๆคนนึง ผมเข้าใจเสมอว่าที่เฮียคอยปกป้องพวกอีแอบเหล่านี้เป็นเพราะว่า "เฮียอยากให้โอกาสกลับตัว"
แต่สิ่งที่เกิดขึ้น มันยิ่งแสดงออกให้เห็นว่า ยิ่งเฮียให้โอกาสพวกนี้ "กลับตัว" มากเท่าไหร่ แต่ดูเหมือนว่าพวกนี้ยิ่งทำให้เฮียและสโมสร "เจ็บตัว" มากขึ้นทุกวันเท่านั้น
ผมไปดูมาหลายสนามแล้ว ทั้งไทยลีก, ดิวิชั่นหนึ่ง หรือลีกภูมิภาค กล้าบอกเลยว่า ทุกทีมมี "ฮูลิแกน" เหมือนกันหมดนั่นแหละ อยู่ที่ว่าสถานการณ์ของสโมสรในตอนนั้นเป็นอย่างไร และสโมสร หาวิธีรับมือ, สกรีนตัวทำลายทีมเหล่านี้อย่างไรต่างหาก
(ล่าสุด ระยอง กับ ปราการ ในศึกชปล. แฟนระยองก็เขวี้ยงขวดน้ำใส่นักเตะป้อมปราการ ในขณะที่นักเตะยืนฟังเพลงประจำสโมสรอยู่)
"สโมสร การท่าเรือแห่งประเทศไทย" เป็นสโมสรที่โชคดีนะครับ มีแฟนบอลที่มีอัตรา "ความจริงใจ และจงรักภักดี" กับสโมสรเป็นลำดับต้นๆของประเทศ แต่สิ่งที่สโมสรนี้บกพร่องนั่นก็คือ "การหาวิธี กำจัดตัวทำลายทีม" พวกนี้ออกไปได้อย่างไรต่างหาก
หากปีนี้ "สิงห์เจ้าท่า" จะผงาดคว้าความหวังเดียวที่เหลืออยู่อย่าง "ลีก คัพ" มาประดับตู้โชว์ในสโมสรได้ อาจจะน่าภูมิใจ
แต่ผมว่า มันคงไม่น่าภาคภูมิใจ เท่ากับพวกคุณสามารถ "กำจัด" อันธพาลลูกหนังที่ชอบก่อเรื่องให้กับสโมสรออกไปให้ได้ในเร็ววันหรอกครับ.
แก้ไขเมื่อ 01 พ.ย. 53 19:59:10
จากคุณ |
:
เทอร์รี่คุง
|
เขียนเมื่อ |
:
1 พ.ย. 53 19:53:27
|
|
|
|