 |
'แล่นใบ'พระเอกที่ไม่โก้อย่างที่คิด
ไฮไลต์ กวางโจวเกมส์
ชัยรัตน์ ศิริวุฒิ
ความหวังเหรียญทองจากศึกกวางโจวเกมส์ ส่วนใหญ่ถูกมองไปที่สมาคมหัวแถวอย่าง ยกน้ำหนัก, มวยสากล หรือเทควันโด ซึ่งล้วนได้เฮในโอลิมปิกเกมส์มาแล้ว และครั้งนี้มีเพียงเทควันโดที่ทำผลงานเข้าท่า
กีฬาที่กลายเป็นพระเอกของกวางโจวเกมส์ไปแล้ว คงจะหนีไม่พ้น"เรือใบ" ที่เก็บ 3 เหรียญ ทองจาก ดำรงศักดิ์-กฤษดา วงศ์ทิม รุ่นโฮบี้ 16, กีระติ บัวลง รุ่นเลเซอร์ เรเดียล และ "น้องไนน์"นพเก้า พูนพัฒน์ จากรุ่นออพติมิสต์หญิง
แต่กีฬาที่ดูจะใช้เงินมากมายมหาศาลในการซื้อเรือสักลำไม่ได้โก้หรูเหมือนภาพที่เห็นสักเท่าไร พล.ร.ต.ธานี ผุดผาด ผู้จัดการทีมแล่นใบไทย กล่าวว่า หากประเมินผลงาน 3 เหรียญทอง เอเชี่ยนเกมส์ กับงบประมาณที่ได้รับ และใช้น้อยกว่าชาติอื่นๆ เป็น 20 เท่าตัวโดยเฉพาะเรื่องอุปกรณ์ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของเรือใบ
"การสนับสนุนค่อนข้างน้อย ยกตัวอย่างเรื่องอุปกรณ์ ด้วยโครงสร้างภาษีซับซ้อน ทำให้เราไม่สามารถใช้สินค้าจากยุโรปที่มีคุณภาพดีกว่าได้ ต้องใช้สินค้าจากสิงคโปร์ หรือฮ่องกงที่ราคาค่างวดถูกลง บางครั้งจะให้เช่าเรือเพื่อป้องกันความได้เปรียบเสียเปรียบ"
"หากเทียบความคุ้มค่าของงบประมาณต่อเหรียญทองนั้นเราเป็นอันดับ 1 แน่นอน เพราะเราเป็นเจ้าเหรียญทองกีฬาเรือใบด้วยผลงาน 3 ทอง ขณะที่ญี่ปุ่น, สิงคโปร์ ได้ชาติละ 2 เหรียญ จีนและเกาหลีใต้ 1 เหรียญ"
เป็นอีกมุมมองที่สะท้อนให้เห็นชัดว่า "เรือใบ" กว่าจะมีวันที่ยิ่งใหญ่ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ
และที่สำคัญ 3 เหรียญทองน่าจะเป็นตัวชี้วัดและทำให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเหลียวหลังมาดูแลกันมากกว่านี้
http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROemNHOHpNekkwTVRFMU13PT0=§ionid=TURNd09BPT0=&day=TWpBeE1DMHhNUzB5TkE9PQ==
เห็นด้วยกับทุกท่าน
จากคุณ |
:
ชั้นไม่มีอนาคตกับผู้ชายคออ่อน
|
เขียนเมื่อ |
:
24 พ.ย. 53 08:24:25
|
|
|
|
 |