Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com  


 
TIA Column : สิ่งที่ยิ่งกว่า "รัก" คือ "ศรัทธา" เพราะศรัทธา ทำให้เราก้าวข้ามความหวาดกลัวในหัวใจ ติดต่อทีมงาน

เดือนมกราคมที่ผ่านมา เป็นเดือนที่วุ่นวายที่สุดสำหรับสโมสรลิเวอร์พูล และตั้งแต่เราเชียร์ทีมมา ไม่เคยเห็นว่าจะมีเดือนไหนวุ่นวายมากเท่าเดือนที่ผ่านมานี้อีกแล้ว

มันเริ่มต้นด้วยความหดหู่เล็กน้อย ...ลิเวอร์พูลแพ้แบล็คเบิร์นถึง 3 ประตูต่อ 1 แต่เชื่อว่า ทุกคนหวังว่ามันจะจุดสิ้นสุดของอะไรบางอย่างเสียที แน่นอนว่า ไม่มีใครอยากแพ้ แต่ถ้ามันจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแลงในทางที่ดีกว่าในอนาคต บางที เราก็ต้องยอมกรีดเนื้อตัวเองบ้างเหมือนกัน

ไม่รู้ยังจำกันได้มั้ยว่า นัดนั้นกัปตันยิงจุดโทษเสยคานออกไปแบบไม่มีลุ้น ...แอบคิดเหมือนกันรึเปล่าคะว่า ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจกันแน่... แต่ถึงอย่างไรก็ผ่านไปแล้ว และไม่กี่วันถัดมา ซึ่งเราคิดว่า มันแสนจะยาวนานเหลือเกินกว่าที่เราจะได้ คิง เคนนี่ กลับสู่เก้าอี้ผู้จัดการทีมอีกครั้ง

ความยินดีปรีดาเต็มเปี่ยมในหัวใจของพวกเราทุกคน ลองย้อนไปนึกถึงช่วงเวลานั้นดูสิ พวกเราดีใจกัน มีความสุขกันขนาดที่ทำให้กองเชียร์บางคนของบางทีมอยู่ไม่เป็นสุขด้วยซ้ำ กะอีแค่เปลี่ยนผู้จัดการทีมคนเดียว คนคนนั้นนำพาความสุขมาได้ขนาดนี้ ทั้งๆที่ยังไม่ได้ทำอะไรเลยด้วยซ้ำ มันน่ามหัศจรรย์มั้ยล่ะ

ไม่ใช่แค่ "รัก" เท่านั้นหรอก ที่ The kop รู้สึกกับคิง เคนนี่ แต่มันบวกด้วย "ศรัทธา" อันมหาศาล "ศรัทธา"ที่ทำให้พวกเราแทบจะหมดความวิตกกังวลถึงอนาคตของทีมอันเป็นที่รัก และมีกำลังใจขึ้นมาอีกครั้ง เราไม่ได้หวังว่าทีมจะสร้างปาฏิหารย์ แต่เรา "รู้" ว่าทีมจะสู้อย่างสมศักดิ์ และเท่าที่เห็นคิง เคนนี่คุมทีมมา 5 นัด มันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ

นอกเหนือไปจากการเปลี่ยนแปลงตัวผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูลยังมีข่าวจะซื้อหลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าชาวอุรุกวัยที่โดดเด่นไม่แพ้กองหน้าทีมไหนๆในฟุตบอลโลก 2010 และกว่าจะได้ตัวเขามาก็เล่นเอาลิ้นแทบจุกคอหอย เพราะมันต้องลุ้นกันทุกวันเป็นเวลากว่า 2 สัปดาห์

แต่ความวุ่นวายที่เป็นที่สุดของที่สุด มันเกิดขึ้นเมื่อคืนวันศุกร์ที่ 28 มกราคม 2011 หลังจากที่ลิเวอร์พูลแถลงข่าวอย่างเป็นทางการลงเวบสโมสรว่าได้ตกลงซื้อตัวหลุยส์ ซัวเรซเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงตรวจร่างกายและเซ็นสัญญาเท่านั้น ...ความดีอกดีใจยังไม่ทันจาง ก็มีข่าวอย่างเป็นทางการตามมาติดๆว่า ตอร์เรส ศูนย์หน้าผู้เป็นที่รักของเหล่า The kop ได้ทำการขอขึ้นทะเบียนย้ายทีม และลิเวอร์พูลตอบปฏิเสธ

มันเป็นเรื่องช๊อกโลกจริงๆ เพราะไม่มีใครแม้แต่คนเดียวที่คิดว่าตอร์เรสจะทำแบบนี้ แต่เขาได้ทำแล้ว และ ณ เวลานี้ เขาก็ได้กลายเป็นนักเตะเชลซีสมใจอยากไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งทำให้เกิดความปั่นปวนในตลาดซื้อขายนักเตะในช่วงวันสุดท้ายอย่างมาก ลิเวอร์พูลต้องควานหน้ากองหน้าแทนเขา เพราะการเซ็นสัญญาซื้อหลุยส์ ซัวเรซ นั้น ไม่ใช่เพื่อทดแทน แต่เพื่อเสริมทีมต่างหาก สุดท้าย กลายเป็นนิวคาสเซิลที่รับเคราะห์ไป จากการที่ลิเวอร์พูลทุ่มทุนถึง 35 ล้านปอนด์เพื่อซื้อแอนดี้ คาร์โล

มันเป็นความวุ่นวายอย่างแทนจริงทีเดียว เปล่านะคะ ไม่ได้โทษตอร์เรส ไม่ได้เกลียดในสิ่งที่เขาทำ เรื่องโกรธนั้นมีแน่ เป็นธรรมดาที่จะโกรธ แต่เราก็สามารถเข้าใจได้ว่า ทำไมเขาถึงทำเช่นนั้น

ตอร์เรสย้ายมาร่วมทีมลิเวอร์พูลในยุคของราฟา ซึ่งเราได้ไปเล่นในรายการแชมเปี้ยนลีกทุกปี เขามั่นใจในทีม มีความเชื่อมั่นในตัวราฟา และเหนื่อสิ่งอื่นใด เขาอยากเป็นแชมป์รายการนี้ ...แต่ อนิจจา...เมื่อปีที่แล้ว ลิเวอร์พูลตกรอบอย่างรวดเร็ว และยังจบฤดูกาลด้วยอันดับ 7 ทำให้ฤดูกาลนี้ ลิเวอร์พูลไม่ได้ไปเล่นแชมเปี้ยนลีก แถมราฟาก็ยังต้องเป็นฝ่ายไป แฟนบอลลิเวอร์พูลทุกคน คิดว่า นี่อาจเป็นจุดสิ้นสุดความสัมพันธ์ระหว่างตอร์เรสกับสโมสร ที่สุดแล้ว ตอร์เรสกลับทำในสิ่งที่แฟนลิเวอร์พูลทุกคนตื้นตันใจเป็นที่สุด

เขานำถ้วยแชมป์โลกที่ได้กับทีมชาติสเปน มายืนถ่ายรูป พร้อมคล้องผ้าพันคอลิเวอร์พูล...เราไม่อาจรู้ได้ว่า ณ เวลานั้น เขาคิดอะไรในใจ และจะรู้หรือไม่ว่า การทำเช่นนี้ มีความหมายต่อแฟนๆมากแค่ไหน อย่างไรก็ตาม มันทำให้ The kop ทุกคน "เชื่อ" อย่างสนิทใจว่า เขารักสโมสรแห่งนี้

นอกจากการกระทำ ก็ยังมีคำพูด คำสัมภาษณ์ที่มันไม่มีทางสื่อเป็นอย่างอื่นได้นอกจาก "ตอร์เรสรักลิเวอร์พูล"

ที่ทำนั้นจริงใจหรือเปล่า ...ไม่รู้ ตอบไม่ได้ แต่ถ้ายังรักกันอยู่

แต่ถ้ายัง "รัก" กันอยู่มันอาจไม่มากพอ เพราะถึงแม้จะ "รัก" ขนาดไหน แต่ถ้า "ความเศรัทธา" ในทีมว่าจะตอบสนองความทะเยอทะยานของเขาได้หมดไป มันก็จะเป็นแบบนี้แหละ เพราะหมดแล้วซึ่ง "ศรัทธา" ในทีม ทำให้เขาเลือกที่จะไป และมันดีแล้วที่เป็นแบบนี้ เพราะถ้าหากเขาไม่ศรัทธาในทีม เขาจะวิ่งเพื่อเราได้ยังไง จะยิงประตูเพื่อเราไปทำไม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าทุกย่างก้าวในสนามของเขา มันปราศจากความศรัทธาในทีมว่าจะเอาชนะคู่แข่งได้ เขาจะเป็นส่วนหนึ่งในทีมของเราได้ยังไง

เรื่องนี้ทำให้หลายคนย้อนไปนึกถึงเมื่อคราวเจอร์ราร์ดเกือบย้ายไปเชลซี (อีกแล้ว) ครั้งนั้นมันก็คล้ายๆกับกรณีตอร์เรสนี่แหละ เพียงแต่ถ้วยที่เจอร์ราร์ดอยากได้ คือ พรีเมียร์ลีก เพราะเพิ่งจะได้ชูถ้วย UCL มา มันเป็นความสับสนที่เกิดขึ้นในใจของเจอร์ราร์ด เขารักลิเวอร์พูล แต่เขาก็ไม่มั่นใจในทีมว่าจะมีขุมกำลังมากพอ ความไม่มั่นใจนี่แหละที่อาจนำมาสู่ "ศรัทธา" ในทีมที่อาจจะลดน้อยถอยลง แต่โชคดีที่กัปตันทีมของเรายังไปไม่ถึงขั้นนั้น อาจด้วยเขามีสิ่งเหนี่ยวรั้งไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น รากเหง้าของตัวเอง ครอบครัว และความผูกพันอันยาวนานกับสโมสร เมื่อเจอร์ราร์ดพูดว่า

"ลิเวอร์พูลเปรียบเสมือนศาสนาในบ้านของผม"

มันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ เขาไม่ต้องพูดพร่ำมากมายว่า รักสโมสรแค่ไหน แต่ความ "ศรัทธา" ที่เขามีให้กับสโมสรแห่งนี้มันลึกซึ้งมาก มากเกินกว่าสิ่งใดๆจะมาทำลายได้ มันทำให้เขาก้าวข้ามการตัดสินใจที่แสนจะน่ากลัวนั้นไป ที่สุดแล้ว อะไรก็ไม่สำคัญเท่าหัวใจของเราเอง

สำหรับตอร์เรสไม่ว่าเขาจะรู้สึกอย่างไร ในฐานะที่เขาเคยทำอะไรเพื่อทีมของเรามามากมาย เราอยากให้เขามีความสุขในหนทางที่เขาเลือก แต่เราก็ไม่อาจอวยพรให้เขาก้าวหน้ากับเชลซีได้

ขอบคุณสำหรับทุกประตูที่ทำให้เรา ขอบคุณสำหรับการเล่นอันน่าตื่นตาตื่นใจ และขอบคุณที่ทำกำไรให้สโมสรมหาศาล ...ตอร์เรส

สุดท้ายนี้ ใครยังก็ไม่รู้นะ แต่ตอนที่เราช๊อกเรื่องตอร์เรส แค่เราคิดถึงคิง เคนนี่ ก็สงบลงได้อย่างรวดเร็ว ก็จะกลัวไปทำไม ในเมื่อเรามีผู้ชาย 2 คน ที่มี "รัก" และ "ศรัทธา" ที่ยิ่งใหญ่ให้ลิเวอร์พูลอยู่ ไม่มีอะไรต้องวิตกเลยแม้แต่นิดเดียว

คุณล่ะ "ศรัทธา" ในทีมมั้ย ถ้า "ศรัทธา" อย่างแท้จริงแล้วล่ะก็ ความหวาดกลัวจะไม่มาเฉียดกรายใกล้หัวใจเราเลย

 
 

จากคุณ : howk_ky
เขียนเมื่อ : 1 ก.พ. 54 17:27:39




ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com