มติชนออนไลน์ : "ปันหยี เอฟซี" นักฟุตบอลแห่งท้องทะเล
|
 |
นที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2554 เวลา 12:29:52 น.
โดย เชตวัน เตือประโคน
น้ำตา เอ่อคลอหน่วยตา ในไม่ช้า หยาดน้ำใสๆ ก็ไหลออกมาอย่างไม่ตั้งใจ ไม่อายหากจะมีคนเห็นหรือใครจะแซวว่า "ช่างอารมณ์อ่อนไหวเสียเหลือเกิน" ก็ยอมรับ เพราะมันเกิดขึ้นจริง เมื่อได้ชมภาพยนตร์โฆษณาชิ้นหนึ่งแบบรวดเดียว 4 ตอนจบ
ทั้งภาพ มุมกล้อง แสง สีสันที่ออกมาดุจเดียวกับภาพยนตร์จอเงินทั่วไป แต่ที่สำคัญ และสะเทือนอารมณ์ ปลุกพลังบางอย่างในตัวเองได้มากที่สุด เห็นจะเป็นเรื่องราวที่งานชิ้นนี้นำเสนอ
อาจเพราะเป็นเรื่องจริง ทั้งยังเป็นเรื่องราวของคนตัวเล็กๆ แต่สร้างสรรค์สิ่งที่ยิ่งใหญ่
กับโฆษณาสร้างภาพลักษณ์องค์กรของ TMB หรือ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) ในชุด "Make THE Difference"
เรื่อง ราวของเด็กกลุ่มหนึ่ง ที่คิดอยากสร้างทีมฟุตบอลขึ้นมา หวังไกลขนาดพาทีมชาติไทยไปบอลโลก แต่ก็มีข้อจำกัดเรื่องภูมิศาสตร์ เพราะถิ่นที่พวกเขาอยู่คือ "เกาะปันหยี" พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นท้องทะเล บ้านเรือนผู้คนปลูกสร้างอยู่บนน้ำ แทบจะไม่มีพื้นดินให้พวกเขาได้มีสนามฟุตบอลเลย
แต่ นั่นก็ไม่ได้ดับฝันเด็กกลุ่มนี้ พวกเขาทำสิ่งที่แปลกแตกต่างจากความคุ้นชิน ด้วยการหาเศษไม้มาต่อเข้ากับแพปลา สร้างเป็นสนามฟุตบอลกลางท้องน้ำจนสำเร็จ และเมื่อมีการแข่งขันฟุตบอล ก็ส่งทีมของตนเข้าแข่งขัน
จนต่อมาสามารถคว้าแชมป์ในระดับภูมิภาคได้ถึง 7 สมัย
เรื่องจริงที่ประทับใจนี้ ทำให้ตัดสินใจไม่ยากในการเดินทางสู่ "เกาะปันหยี" ชุมชนกลางน้ำ ซึ่งตั้งอยู่ใน ต.เกาะปันหยี อ.เมือง จ.พังงา เพื่อตามหาบุคคลจริงผู้ก่อให้เกิดโฆษณาสร้างแรงบันดาลใจดีๆ ชิ้นนี้ รวมถึงทีมฟุตบอล "ปันหยี เอฟซี" ในวันนี้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง
ที่ สนามฟุตบอลกลางน้ำ (ที่ใช้ในการถ่ายทำโฆษณา) ชายร่างสูงใหญ่ ผิวเข้ม สวมแว่นตากันแดด กำลังยืนดูเด็กๆ เล่นฟุตบอล บางทีเราจะเห็นเขาชี้ไม้ชี้มือสอนเด็กๆ เหล่านั้น บางครั้ง เขาก็กระโจนลงสู่สนาม และออกลายนักฟุตบอลเก่า
เขา-ประสิทธิ์ เหมมินทร์ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รองประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะปันหยี คือคนหนึ่งในกลุ่มที่ร่วมสร้างทีมฟุตบอลขึ้นมา เป็นเจ้าของเรื่องราวที่ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นภาพยนตร์โฆษณาที่เราได้เห็น
ประสิทธิ์ เล่าให้ฟังว่า ตอนนั้นตนเองและเพื่อนอายุราว 4-5 ขวบ ได้ชมฟุตบอลทางโทรทัศน์แล้วก็ใฝ่ฝันแบบเด็กว่า อยากเล่นฟุตบอลบ้าง ก็เลยชักชวนกันไปเล่นฟุตบอลที่สนามซึ่งเป็นชายหาด แต่ก็ต้องรอเวลาน้ำลดมากๆ ถึงจะมีที่ ก็รู้สึกน้อยใจว่า ทำไมเราถึงไม่มีสนามฟุตบอลที่สามารถเล่นตอนไหนก็ได้เหมือนคนอื่นเขา จึงชักชวนเพื่อนๆ ช่วยกันสร้างสนามฟุตบอลกลางน้ำขึ้นมา
"ตอน นั้นทีมชาติบราซิลดังมาก ผมชอบ เปเล่, ซิกโก้ ส่วนนักฟุตบอลทีมชาติไทยก็ชอบ เจษฎาภรณ์ ณ พัทลุง, อํานาจ เฉลิมชวลิต เราก็อยากเล่นฟุตบอลให้ได้เหมือนเขา พอรวมตัวกันแล้ว มีสนามแล้ว ก็เริ่มซ้อมกันเรื่อยๆ ในที่สุด ก็คิดถึงการแข่งขัน ใครทราบข่าวอะไรก็เอามาบอกกันสมัครเข้าแข่งขันด้วย ลงเงิน ลงขันกัน เป็นค่าสมัคร ค่าชุดไป
"เวลาไปแข่ง เราต้องนั่งเรือไป ช่วงแรกๆ ก็มักจะแพ้กลับมา ชาวบ้านเจอหน้าก็มักถามว่า ′วันนี้แพ้เท่าไหร่′ เพราะเราเล่นฟุตบอลแต่เท้าเปล่า พอไปใส่รองเท้าเล่นแล้วไม่ถนัด หลายๆ ครั้งก็ภาวนาขอให้วันแข่งมีฝนตกลงมา ซึ่งพวกเราจะชอบอย่างนั้นมากกว่า เราพาทีมไปแข่งเรื่อยๆ ไม่เป็นชิ้นเป็นอันเท่าไหร่ ก็พัฒนาฝีเท้ามาเรื่อยๆ จนช่วงหลังๆ ก็เล่นดีขึ้น ที่เห็นในโฆษณาชุดนี้คือตอนที่ได้อันดับ 3 ฟุตบอล ดอกโสมคัพ"
ดอกโสมคัพ รายการฟุตบอลระดับภูมิภาคที่จัดขึ้น ณ อำเภอตะกั่วป่า จ.พังงา นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของทีมฟุตบอลแห่งเกาะปันหยี
แม้ การแข่งขันสิ้นสุด ตำแหน่งที่ทีมชาวน้ำได้รับไม่ใช่แชมป์ แต่ก็สามารถเปลี่ยนความคิดและลบคำสบประมาทของชาวบ้านในพื้นที่ได้ ในที่สุด ก็เปลี่ยนมาเป็นการสนับสนุนในแทบจะทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นชุดแข่งขัน ค่าเรือ ค่ารถค่ารา ตลอดจนกองเชียร์ที่ขนจากเกาะตามติดไปยังขอบสนามแทบทุกนัด ทุกคนในเกาะเริ่มหันมาสนใจกีฬาที่พวกเขาแทบไม่เคยมีโอกาสได้สัมผัสเลยอย่าง "ฟุตบอล"
ด้วยฟอร์มการเล่นที่ดีวันดีคืน ประกอบกับแรงสนับสนุน ความคิด ความฝัน ความมุ่งมั่นจากรุ่นต่อรุ่น ได้รับการส่งต่อ คำถามที่ทีมฟุตบอลเยาวชนได้รับเมื่อกลับมาถึงเกาะ แปรเปลี่ยนใหม่เป็น "วันนี้ชนะมาเท่าไหร่?"
และในที่สุด "ปันหยี เอฟซี" ก็ไปได้ไกลถึงตำแหน่งแชมป์ภูมิภาค 7 ปีซ้อน ในปี พ.ศ.2547, พ.ศ.2548, พ.ศ.2549, พ.ศ.2550, พ.ศ.2551, พ.ศ.2552 และ พ.ศ.2553
"ผม เชื่อมั่นว่า ทุกคนมีพลังที่จะสามารถคิด หรือเปลี่ยนในสิ่งที่ไม่สามารถเปลี่ยนได้ ตราบใดที่เราไม่ย่อท้อ และไม่กลัวต่ออุปสรรค และวันหนึ่งเราจะสามารถก้าวข้ามผ่านความคิดบางอย่าง และทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นจริงได้ วันนี้ ผมดีใจที่ชาวบ้านเกาะปันหยีทุกคน เห็นดีเห็นงาม และสนับสนุนกีฬาของเด็กๆ เยาวชน เรามีชมรมกีฬาที่ทุกคนให้ความร่วมมือ สร้างความสมานสามัคคีอย่างดี" ประสิทธิ์กล่าว
จากรุ่นบุกเบิก ส่งต่อมาเป็นทอดๆ ในที่สุด ก็มาถึงเยาวชนรุ่นใหม่อย่าง อานูวาร์ ศรีจิตราภรณ์ อายุ 11 ปี ผู้ที่ชื่นชอบนักฟุตบอลชื่อดังอย่าง "เฟอร์นันโด ตอร์เรส"
อา นูวาร์เล่าว่า เล่นฟุตบอลมาตั้งแต่อายุ 4 ขวบ เพราะเห็นพี่ๆ เล่นแล้วก็อยากเล่นบ้าง และยิ่งเมื่อได้รับรู้ถึงความยากลำบากของพี่ๆ แห่งเกาะปันหยีเมื่อก่อน ที่ยากลำบากมากกว่าจะได้เล่นฟุตบอล ก็อยากเป็นนักฟุตบอลบ้าง
ในภาพยนตร์โฆษณา ที่สร้างจากเรื่องราวชีวิตจริงของคนรุ่นพี่ อานูวาร์มีบทพูดว่า "ไม้มีตั้งเยอะตั้งแยะ สร้างเรือก็ยังได้ เรามาสร้างสนามฟุตบอลกันดีมั้ย"
ถามเขาถึงความรู้สึกที่ได้รับรู้ ตลอดจนได้ถ่าย ทอดเรื่องราวของรุ่นพี่ให้คนทั้งประเทศได้รับชม
เด็ก หนุ่มตอบว่า รู้สึกทึ่ง และชื่นชมรุ่นพี่ๆ มาก ได้เห็นถึงความตั้งใจและพยายามของทุกคน ที่แม้จะไม่มีสนามฟุตบอลแต่ก็สร้างขึ้นมาเองได้ ชื่นชมและภาคภูมิใจที่รุ่นพี่ทำให้ทีมปันหยี เอฟซีได้แชมป์หลายสมัยติดต่อกัน คิดว่าเป็นเพราะความอดทนและขยันฝึกซ้อม
"ตอน นี้เด็กๆ รุ่นผมแทบจะทุกคนบนเกาะปันหยีเล่นฟุตบอลกันหมด ทุกคนได้แรงบันดาลใจจากรุ่นพี่ อย่างผมก็มีความฝันอยากติดทีมชาติ อยากไปเล่นฟุตบอลโลก" อานูวาร์เล่าให้ฟังถึงความฝัน ซึ่งแม้ว่า วันนี้เขาจะก้าวไปยังไม่ถึงจุดนั้น แต่จากความมุ่งมั่น ขยันฝึกซ้อม ประกอบกับการมีรุ่นพี่ๆ เป็นแบบอย่างในความไม่ย่นระย่อท้อ ไม่แน่ วันหนึ่งเราอาจเห็นธงไตรรงค์ปักอยู่บนอกเสื้อของเด็กหนุ่มจากเกาะปันหยีผู้ นี้
นี่คือเรื่องราวของนักฟุตบอลแห่งท้องทะเลอันดามัน
เป็น เรื่องราวที่สร้างความประทับใจกับผู้คนมากมาย ตลอดจนปลุกพลังบางอย่างในตัวคนให้กล้าลุกขึ้นมาทำในสิ่งที่เชื่อ แม้ว่ามันจะผิดแปลกแตกต่างจากที่ตัวเองเป็นอยู่ก็ตามที
น้ำตาเอ่อคลอหน่วยตาอีกแล้วแม้จะย้อนกลับไปชมภาพยนตร์โฆษณาเกี่ยวกับพวกเขาเป็นรอบที่สอง
คำถามที่เกิดขึ้นในใจตอนนี้ "แล้วเราล่ะ ได้เอาจริงเอาจังกับความฝันของตัวเองหรือยัง?"
′ปลุกพลังในตัว เพื่อเปลี่ยนโลก′
Make THE Difference คือแนวคิดของ TMB ที่เชื่อว่าคนทุกคนมี "พลัง" ที่จะคิดและทำสิ่งที่แตกต่างอย่างสร้างสรรค์ และมีคุณค่าเพื่อ "เปลี่ยน" โลกของตัวเองให้ดีขึ้น ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว นอก จากส่งผลที่ดีกับตัวเองแล้ว ยังสามารถส่งผลดีต่อไปยังคนรอบข้าง หรือแม้แต่สังคมโดยรวมได้อีกด้วย หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ "พลังในตัวคุณ เปลี่ยนโลกให้ดีขึ้น"
ภารไดย ธีระธาดา ผู้ช่วยกรรมการ ผู้จัดการใหญ่ สายงานสื่อสารและสร้างภาพลักษณ์องค์กร TMB ผู้เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงใหญ่ในการนำเสนอแนวคิดนี้ บอกว่า เราได้หยิบยกเรื่องราวที่เป็นแรงบันดาลใจอันเป็นบทพิสูจน์ความเชื่อมั่นใน พลังของตัวเอง มาสร้างเป็นภาพยนตร์โฆษณาเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่นลุกขึ้นมา Make THE Difference โดยเป็นเรื่องราวของเด็กกลุ่มหนึ่งบนเกาะปันหยี เกาะกลางทะเลอันดามันที่ไม่มีแม้แต่ผืนดิน แต่มีใจรักและหลงใหลกีฬาฟุตบอล กล้าคิดและทำ ต่างข้ามผ่านความยากและสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ทำให้ฟุตบอลเป็นกีฬาประจำเกาะ
และยังสามารถครองแชมป์ฟุตบอล 7 สมัยประจำภาคใต้
ที่มา : หน้า 20 มติชนรายวัน ฉบับวันศุกร์ที่ 25 มีนาคม 2554 http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1301030253&grpid=01&catid=&subcatid=
จากคุณ |
:
tonytui
|
เขียนเมื่อ |
:
25 มี.ค. 54 18:15:02
|
|
|
|