 |
มองอย่างไรกับโอกาสของตัวเองในการเลือกตั้งครั้งนี้…?
ตอนนี้ผมเองยังไม่รู้ เพราะยิ่งเลื่อนออกไป มันก็ยิ่งแย่กระแสสังคมยิ่งจางหายไปเรื่อยๆ และสมาคมก็เสียหาย แต่ถ้า กกท.ผู้มีอำนาจทางกฎหมายทำงานอย่างจริงจัง และให้เสร็จภายใน 2 สัปดาห์นี้ ซึ่งผมมองว่าน่าจะเลือกตั้งจบลงภายในปลายเดือนหรือวันที่ 24-25 พ.ค.นี้ จะเป็นเรื่องดี
นโยบายที่เข้ามาปรับเปลี่ยนหากได้เป็นนายกสมาคมฟุตบอล…?
ผมมีความคิดที่อยากทำมาตั้งนานแล้ว อย่างแรกในตอนนี้ต้องเอาทีมชาติไทยกลับมาเป็นเจ้าอาเซียนให้ได้ก่อนเป็น อันดับแรก เพราะที่ผ่านมาทีมชาติเราเหมือนว่าจะตกต่ำ และมันเป็นความรู้สึกของคนไทยทั้งประเทศ สองต้องบริหารสมาคมให้เป็นมืออาชีพ โปร่งใส่ ตรวจสอบได้ สาม บริษัทไทยพรีเมียร์ลีกต้องดูให้ชัดเจน ว่าเป็นมืออาชีพหรือไม่ ฟุตบอลลีกบ้านเราที่จะเดินไปในทางที่ดีได้ คือปัญหากรรมการของบ้านเรา ที่มีการพัฒนาไม่ทัน และต้องให้เขาเป็นองค์กรอิสระเพื่อบริหารกันเอง เพราะสมาคมจะได้ไม่ถูกตำหนิ อย่างน้อยในอนาคตเป็นสมาคมอาชีพที่จะสร้างอาชีพให้กับผู้ตัดสินได้ ซึ่งผมมองว่าเป็นอีกทางเลือกของอาชีพสังคมไทย รวมถึงเปิดหลักสูตรให้เรียนรู้แบบฟีฟ่าให้ชัดเจน เพราะฉะนั้นก็เป็นรูปธรรมที่ชัดเจน ไม่ต้องมาแบ่งแยกเป็นก๊กเป็นเหล่าเหมือนทุกวันนี้ ส่วนเรื่องผลงานทีมชาติไทยนั้น สมัยอดีตผมพาทีมชาติไทยเป็นเจ้าซีเกมส์ได้ และผมพาขยับไปถึงอันดับที่ 4 ในรายการเอเชียนเกมส์ และพาทีมชาติไปถึง 10 ทีมของเอเซียที่ใกล้เคียงที่สุด อย่างไรก็ดีผมมองว่า ถ้าเราไม่เป็นเจ้าตลาดสินค้าในระดับล่างก่อน เราจะไม่มีสิทธิ์ขยับขึ้นไปตลาดข้างบนได้ อย่าไปฝันว่าเราจะไปถึงฟุตบอลโลก แต่เราต้องทำการบ้านของเราตรงนี้ให้ดีเสียก่อน เพราะมันเหมือนเป็นขั้นตอนอย่างหนึ่ง และถ้าเราเป็นเจ้าอาเซียนแบบถาวรได้เมื่อไหร่ ต่อไปเราจะไปในระดับเอเซียเริ่มง่ายขึ้นเรื่อยๆ แต่ขณะเดียวกันตอนนี้ในระดับอาเซียนยังครองไม่ได้ เล่นกับทีมชาติลาวยังกลัวแพ้ แล้วเราจะไปถึงไหน ที่ผ่านมาเรายังขาดเรื่องของการใส่ใจในเรื่องนี้ โดยเฉพาะทรัพยากรนักเตะในปัจจุบันของเราสามารถเลือกนักเตะได้มากขึ้น
เพราะฉะนั้นการแข่งขันในระดับทีมชาติมันมีโปรแกรมที่ตายตัวอยู่แล้วว่ามีกิจกรรม อะไรบ้าง และโปรแกรมไทยพรีเมียร์ลีกของเราก็รู้ว่าจะมีแข่งขันวันไหน ถ้ามีทัวร์นาเมนต์ระดับทีมชาติ เราจะได้หลีกทางให้ทีมชาติเก็บตัวฝึกซ้อมเต็มที่ ไม่ใช่ว่าจะอีก 2-3 วันแล้วจะมาเก็บตัว แบบนี้จะเอาอะไรไปชนะคนอื่นเขาได้ ต้องตกรอบกลางอากาศอย่างชุดปรีโอลิกปิกเหมือนครั้งนี้ ที่ขาดการใส่ใจที่ดีพอ ในการพาทีมชาติไปสู้เป้าหมายที่วางไว้ อย่างไรก็ตาม ทีมชาติในระดับอาเชียนด้วยกัน ผมดูแล้วไม่มีความแตกต่างจากของเราเลยในความรู้สึกของผม เพียงแต่เขามีความพร้อมมากกว่าเราเท่านั้น
และทุกวันนี้ทุกทีมในอา เซียนต้องการที่จะล้มเราทั้งหมด อย่างที่ผ่านมาเวียดนาม, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย สู้เราไม่ได้ เพราะฉะนั้นการแข่งขันฟุตบอลก็เหมือนการทำสงคราม เราต้องมีการเตรียมตัวที่ดีและต้องใส่ใจ และบริหารให้เป็น แล้วสักวันมันจะต้องกลับมาเป็นของเรา
จากคุณ |
:
Don't click
|
เขียนเมื่อ |
:
11 พ.ค. 54 21:17:42
|
|
|
|
 |