 |
สุดยอดจริงๆ ขอบคุณมากครับ 
ส่วนตัวผม ดีใจมากมายนะ กับสนามระดับนี้ของลีกไทย ไม่สิ ต้องบอกว่า ของประเทศไทย ด้วยซ้ำไป
ผมเองเคยแสดงความเห็นไว้แล้ว แต่ก็อยากพูดอีกว่า ส่วนตัวผมจะแยกแยะเรื่องของคุณ เนวิน ชิดชอบ ออกจากประเด็นอื่นๆ
เรื่องการเมืองก็ส่วนการเมือง เรื่องกีฬาก็ส่วนกีฬา
เรื่องการเมืองผมคงไม่แสดงความเห็น เพราะไม่ใช่ที่
แต่ถ้าเป็นเรื่องกีฬา คงต้องบอกว่า ผมดีใจที่คุณเนวินลงมาทำเยอะขนาดนี้ นี่คือความชื่นชมในตัว i-Mobile Stadium แห่งนี้ ชอบจริงๆ ครับ
ก่อนหน้านี้ ทีมที่น่าจะเป็นต้นแบบแห่งความสำเร็จของไทย อาจเป็น ชลบุรี
ต่อมาก็มีหน้าใหม่ที่ขึ้นมาแรงพร้อมมาตรฐานที่ดีเยี่ยมอย่าง เมืองทอง
มาตอนนี้ ทีมที่สัก 2-3 ปีก่อนไม่ค่อยมีคนพูดถึงอย่าง บุรีรัมย์ กลับพัฒนามาตรฐานของตัวเองขึ้นมาทัดเทียม 2 ทีมใหญ่ข้างต้นได้แล้ว ไม่ว่าจะ ชลบุรี หรือ เมืองทอง
และเท่าที่เห็น เป้าหมายของ เนวิน ชิดชอบ คงไม่ใช่ต้องการแค่ให้บุรีรัมย์ขึ้นมาเป็นหัวหาดในวงการฟุตบอลลีกบ้านเรา แต่คงต้องการ "เทคโอเวอร์" ผงาดครองความยิ่งใหญ่ในไทยลีกเลย ก็เป็นได้
ผมดีใจ ที่ลีกไทยที่เคยต๊อกต๋อยล้มลุกคลุกคลาน ตอนนี้มีเม็ดเงินมหาศาลถูกอัดฉีดเข้ามาในระบบ มีคนให้ความสนใจมากมาย
มีคนกล้าทุ่มเงินนับร้อยๆ ล้านบาท
ที่สำคัญ ผมดีใจที่มีการแข่งขันแบบนี้ เพราะเรามีฟุตบอลลีก ก็เพื่อให้มีการแข่งขันนี่แหละ แข่งกันยิ่งใหญ่ และยิ่งเรามีสโมสรที่ยิ่งใหญ่มากแค่ไหน ลีกเราก็ยิ่งแข็งแกร่ง ลามไปถึงวงการฟุตบอลบ้านเราทั้งประเทศ
ยอมรับว่าผมไม่ใช่เซียนบอลไทย แต่เมื่อก่อนถ้าให้นึกถึง "บิ๊กโฟว์" ของวงการฟุตบอลไทย ผมอาจจะนึกถึง ชลบุรี, เมืองทอง, บีจี และ ท่าเรือ
แต่ไม่รู้ว่า โฉมหน้าใหม่อาจของบิ๊กโฟว์ อาจเป็น ชลบุรี, เมืองทอง, บุรีรัมย์ และ บีจี กระมัง จากการที่ ท่าเรือ ต้องประสบปัญหา
คิดเล่นๆ (จริงๆ นะ อย่าซีเรียส)
สมมุติ ถ้า ทักษิณ อยู่ไทย แล้วทุ่มเงินทำทีม เชียงใหม่, เชียงราย แบบที่ เนวินทำบ้าง ฟุตบอลไทยจะคึกคักแค่ไหน
แน่นอน คนที่ไม่ชอบนักการเมืองทั้งหลาย ก็อาจจะไม่ชอบพวกเขาอยู่ดี แต่สำหรับผมที่ตอนนี้สวมหัวคอกีฬา ก็อยากบอกว่า ยินดีรับเงินของทุกฝ่ายการเมือง จะเงินของใคร พรรคไหน ทำอะไรมา ถ้ามันพัฒนาวงการฟุตบอล ผมชอบหมด
นักการเมือง สักวันก็ตาย แต่ความเป็นสโมสร สถาบัน มันจะอยู่ตลอดไป
โห นี่ถ้าคิดเล่นๆ เสียดายที่นักการเมืองไม่ได้บ้าฟุตบอลกันหมด ไม่งั้นคิดดู นักการเมืองทำทีมแต่ละพื้นที่ของตัวเอง แต่ละจังหวัด สโมสรไทยจะบูมขนาดไหนเนี่ย
สนามของ บุรีรัมย์ อาจเป็นต้นแบบให้สโมสรอื่นไหนที่มีโอกาสมีแผนจะได้สร้างหรือปรับปรุงสนาม ได้หยิบเอาไปดูหาข้อดี/ข้อเสีย และพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นไปด้วยนะ ผมว่า
ถึงแม้ว่าทีมที่จะมีเม็ดเงินมาทุ่มได้ขนาดนี้คงจะหาได้อีกยาก ก็เถอะนะ - -"
สุดท้าย ทิ้งความเป็นห่วงนิดเดียว การลงทุน แปลว่ามันต้องมีผลตอบแทน เพราะสโมสรฟุตบอลเป็นธุรกิจที่ต้องแสวงหาผลกำไร เพื่อบรรลุเป้าหมายของคำว่า "มืออาชีพ" ตรงนี้น่าเห็นใจสโมสรไทยเหมือนกัน เพราะ สังคมไทย คนไทย กำลังจ่ายยังน้อย
พูดให้ง่าย ลงทุนเยอะไป สังคมเจริญไม่ทัน คนไทยยังจน ยังไงก็ถอนทุนได้ช้า
ดังนั้น คำว่า ลงทุน ก็ต้องคิดแล้วว่า จะถอนทุนคืนได้จากไหน เท่าไหร่ ใช้เวลากี่ปี
ถึงยังคิดว่า สโมสรอื่น ถ้าไม่มี "แบ็คดี" หรือแหล่งทุนระดับดีโคตรๆ จริงๆ คงลงทุนไม่มากๆ ไม่ได้ เพราะมันจะเกินตัว
คิดง่ายๆ แมตช์นี้ i-Mobile Stadium ทำเงินไปได้ 4.9 ล้านบาท (ตีเป็น 5 ล้าน) ฤดูกาลหนึ่ง เตะ 34 แมตช์ (ค่าตั๋ว 120 บาท)
คิดกลมๆ ได้ 170 ล้านบาท/ฤดูกาล
และแน่นอน อย่าลืมว่ามันย่อมไม่มีทางที่เงินจะได้เยอะมากๆ สุดๆ ทุกนัดๆ
ที่สำคัญมากๆ อีกอย่างคือ ต้องเป็นทีมที่มีชื่อเสียงพอตัวหรือมีแฟนบอลพันธ์แท้จริงๆ เลยด้วย ถึงจะได้ค่าตั๋วดีๆ ระดับ 120 บาท หรือมากกว่านั้น
170 ล้านบาทกลมๆ นี้ ยังต้องคิดค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในสโมสร ก็ running cost นั่นล่ะนะ ค่านู่นค่านี่ สารพัด
แต่เอาเป็นว่า คิดเล่นๆ ได้ว่า ถ้าสมมุติ สร้างสนามที่มีความจุขนาด 25,000 ที่นั่ง จะเก็บเงินได้ 150-170 ล้าน/ฤดูกาล
ทีนี้ ก็ไม่แน่ ถ้าผมมีเงิน ผมอาจลงทุนกับสนามสัก 300 ล้านบาท และอาจได้ทุนคืนทั้งหมดภายใน 5 ปี? :D
แต่อย่างว่าครับ ปัจจัยมันยังมีอีกเยอะ ใช่คิดกลมๆ ง่ายๆ แล้วมันจะออกมาตามนั้น แต่นี่ก็คิดเล่นๆ เพื่อให้นึกภาพออกลางๆ ว่า ตอนนี้ "ลิมิต" ของการลงทุนด้านสนาม สำหรับฟุตบอลลีกไทย มันอยู่ที่ประมาณไหน
ว่าแล้วเลยอยากรู้เลยว่า Thunder Castle นี้มีราคาเท่าไหร่?
จากคุณ |
:
art_sarawut
|
เขียนเมื่อ |
:
13 มิ.ย. 54 22:03:45
|
|
|
|
 |