 |
ขอเสริมข้อมูลนิดนึงนะครับ
#1 ชุดนั้น ลิงเค่ เป็น สต๊อปเปอร์ ตัวจริง ไดส์เลอรื เป็นตัวสำรองของ เฮสเลอร์อยู่เลยครับ กองหน้าเป็น เบียร์โฮฟฟ์ กับเปาโล ริงค์ ครับ ซึ่งจุดต่ำสุดนับตั้งแต่ตกรอบ 98 โดนโครแอตถล่มเป็นโจ๊ก แล้วหายนะมาเยือนตอนริบเบ็ค เข้ามาคือ การโดนบราซิล , สหรัฐ ถล่มในคอนเฟด99 และตกรอบยูโร 2000 โดยยิงได้ 1 ประตูและทำได้ 1 แต้ม ซึ่งเป็นผลพวงมาการการขาดผู้เล่นทดแทนครับ
ชุดปี 2002 ที่เชฟเป็ดเข้ามา รอบแรกตัวจริง เป็นยังเคอร์ แต่ผ่านเข้ารอบน็อคเอ๊าท์ ใช้นอยวิลล์ ลง ซึ่งการมาของนอยวิลล์ ทำให้โคลเซ่ ยิงไม่ได้อีกเลยจนจบทัวนาเมนต์ ซึ่งฟริงค์ เล่นวิงแบ๊คขวา ตามด้านบนครับ แต่การยืนจะไม่ตายตัวนักนะครับ บางจังหวะถ้ายืนเป็นระดับ 4 ตัว เม็ตเซ่ จะไปยืนแบ๊คซ้ายเติมเกมในบางจังหวะ บางครั้งจะถอยโบเด้ เล่นวิงแบ๊คซ้าย ฟริงค์ ขวา ในจังหวะเล่นหลัง 3 ตัว ซึ่งการเข้าถึงรอบชิงที่ไม่ได้เจอทีมใหญ่เลยก็เป็นเหมือนภาพลวงตาใน ยูโร 2004
ส่วนชุด 2008 ในรอบสอง ลาห์มโดนโยกมาแบ๊คซ้ายเหมือนเดิม แล้วฟรีดิชได้โอกาสกลับมาในตำแหน่งแบ๊คขวา สองกองหน้าได้ดันโพลดี้ คู่กับ โคลเซ่ อีกครั้งแล้วเสริมเด็กมา้าขาวอย่างฮิตซ์ฯในแดนกลาง
ส่วนชุด 2010 ต้องขอบคุณฟาน กัลที่กล้าดึงเอาชไวนี่ มาเล่นคุมเกมคู่กับ ฟาน บอมเมล ในทีมพี่เสือ ซึ่งตำแหน่งเขาโดนร็อบเบน ริเบรี่ขวางทางอยู่ ซึ่งทำให้พี่เสือประสบความสำเร็จได้ดับเบิ้ลแชมป์ และถึงรอบชิง UCL ในที่สุด
สิ่งที่ต้องชมเชย DFB คือมีการเรียบรู้จากความผิดพลาดและการวางแผนเป็นระบบและเห็นถึงความสำคัญกับบอลเยาวชนมากขึ้นซึ่งทำให้ผลผลิตตอนนี้มีนักฟุตบอลรุ่นใหม่ออกมาวาดสวยลายมากขึ้น แต่ก็มีเด็กเส้นอยู๋เหมือนกันนะครับ
จากคุณ |
:
123 ปลาฉลามขึ้นบก
|
เขียนเมื่อ |
:
19 มิ.ย. 54 23:04:11
|
|
|
|
 |