 |
เอามั่ง... อิชั้นนั่งกินข้าวกะเพราะหมูสับ ไข่ดาวอยู่ดีๆ พบว่าบนโต๊ะในร้านมี นสพ. ให้อ่าน เป็น นสพ. กีฬา ชื่อ ขยะ เอ๊ย ส_วะกีฬา (กลัวไม่ผ่านกรองคำ กร๊าก)
มีพาดหัวข่าวตัวบะเอ๊ง !!! "นายกสมาคมฟุตบอล ทนอับอายไม่ไหว ไขก๊อก"
เอ๊ย!!! เฮ๊ย!!! เจ๊ย!!! จริงดิ!!! อิชั้นถึงกับพลิกหน้ากระดาษมือไม้สั่นระริก...
ข่าวพาดหัวข้างในว่า "นายกสมาคมฟุตบอล ละอายใจ ไขก็อก เปิดทางให้คนใหม่มาคงจะดีกว่านี้"
โอ๊ว... มันเป็นไปได้ยังไงค๊า...
เนื้อหานั้นรวมฟามผิดพลาดยาวเหยียด ประดุจลอกกระทู้แถวนี้กันมาเลยทีเดียว 
พาดหัวข่าวข้างในว่า...
รวมผลงานการบริหารจัดการอันอื้อฉาวของสมาคมฟุตบอลไทยในรอบ 4 ปี สาเหตุหวีหวี่ลาออก
26 กันยายน 2550 : ทีม BEC โดยไบรอัน มาร์คาร์ ออกมาประกาศว่าจะไม่ยอมเลื่อนโปรแกรมไทยลีกนัดที่จะเจอกับ TOT ในวันที่ 13 ตุลาคม ออกไปอย่างแน่นอน โดยที่อีก 7 คู่ยอมเลื่อนให้ทั้งหมดแล้วเพื่อหลีกทางให้กับทีมชาติที่จะมีคิวเตะกับมาเก๊าในรายการฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกรอบแรกในวันที่ 15 ตุลาคม ซึ่งสมาคมไม่สามารถจัดการอะไรเรื่องนี้ได้ต้องยอมให้ไทยลีกมีเตะเพียงคู่เดียว เพียงเพราะมีแมวมองของอาเซน่อลมาดู BEC แข่ง
1 ตุลาคม 2550 : โค้ชหรั่ง ชาญวิทย์ ผลชีวิน ออกมายอมรับว่า มีข้อมูลของทีมชาติมาเก๊าน้อยมาก
5 ตุลาคม 2550 : โค้ชหรั่ง ชาญวิทย์ ผลชีวิน ออกมาพูดถึงทีมชาติมาเก๊าที่จะมีคิวเตะกับทีมชาติไทยในรายการฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกรอบแรกว่า ทีมชาติมาเก๊ามีการอุ่นเครื่องกับ ญี่ปุ่น ครั้งหนึ่ง มาเก๊า แพ้ 0-10 แต่พอถึงรายการคัดเลือกเอเชียน คัพ ครั้งที่แล้วแพ้ ญี่ปุ่น ที่บ้านของญี่ปุ่น 0-4 แต่พอนัด 2 มาเล่นที่ มาเก๊า กลับเสมอ 0-0 แต่ความจริงแล้วนัดที่ทีมชาติมาเก๊าแพ้ญี่ปุ่น 0-10 ไม่ใช่เกมส์อุ่นเครื่อง แต่เป็นเกมส์คัดเลือกฟุตบอลโลกเมื่อปี 2540 ส่วนอีก 2 นัดนั้นไม่มี เพราะทีมชาติมาเก๊าไม่ได้เตะคัดเลือกเอเชี่ยน คัพ ฉะนั้น 2 นัดนั้นจะไม่มี ไม่รู้ว่าโค้ชหรั่งไปเอาข้อมูลมาจากไหน
13 ตุลาคม 2550 : นักเตะ BEC ทั้ง 7 คนที่มีชื่อติดทีมชาติไทย หลังจากลงเตะไทยลีกกับทีม TOT เสร็จในเย็นวันนั้นต้องรีบนั่งเครื่องบินไปมาเก๊า เพื่อทำการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกรอบแรกกับมาเก๊าในวันที่ 15 ตุลาคม โดยนักเตะทั้ง 7 คน มีเวลาเตรียมตัวไม่ถึง 30 ชม. ก่อนทำก่ารแข่งขัน ซึ่งในเมื่อเป็นแบบนี้ทำไมไม่เรียกคนอื่นไปแทน
19 ตุลาคม 2550 : ทีมชาติไทยชุด U-16 แพ้ไต้หวันในรายการ U-16 ชิงแชมป์เอเชียรอบคัดเลือก เพราะนักฟุตบอลต้องไปเล่นให้ทีมโรงเรียนตอนเช้าและมาแข่งทีมชาติตอนบ่าย
24 พฤศจิกายน 2550 : โค้ชทองสุข สัมปหังสิต เฮดโค้ชทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ ออกมายอมรับว่าไม่มีข้อมูลของทีมชาติพม่า ที่จะเจอกันในรายการซีเกมส์ ในอีก 8 วันข้างหน้า
23 ธันวาคม 2550 : เชิญสโมสรจากอิรัคมาเตะคิงส์คัพ แต่ลวงคนทั้งประเทศว่าเป็นทีมชาติอิรัค
12 มกราคม 2551 : โค้ชหรั่งชาญวิทย์ ผลชีวิญออกมาประนามสื่อญี่ปุ่น ที่ตามมาทำข่าวการฝึกซ้อมของทีมชาติไทยที่สนามราชมังคลาแบบเจาะลึก ถึงขนาดออกมาพูดว่าถ้าเป็นทีมชาติญี่ปุ่นฝึกซ้อมสำนักงานข่าวไทยจะไม่ทำแบบนี้แน่ๆ ซึ่งมันแสดงให้เห็นว่านอกจากจะไม่มีการจัดการที่ดีเช่นรู้จักการฝึกซ้อมแบบปิดแล้ว ยังไม่มีความคิดในเรื่องของการเก็บข้อมูลคู่แข่งด้วย
27 มกราคม 2551 : โค้ชหรั่ง ชาญวิทย์ ผลชีวิน ออกมายอมรับว่ามีข้อมูลของทีมชาติญี่ปุ่นแค่เพียงรายชื่อนักเตะเท่านั้น
6 กุมภาพันธ์ 2551 : ทีมชาติไทยชุดใหญ่ พาผู้เล่นติดโทษแบน 2 คนเดินทางไปแข่งนัดเจอกับญี่ปุ่นในนัดเยือน
14 มิถุนายน 2551 : ทีมชาติไทยชุดใหญ่ไม่มีสนามซ้อม ทำให้ต้องวิ่งซ้อมที่พื้นปูนหน้าสนามราชมังคลาก่อนแข่งกับญี่ปุ่น ในอีก 2 วันถัดไป
2 กันยายน 2551 : ทีมชาติไทยชุด U-19 เข้าร่วมอุ่นเครื่องในรายการ ทันเนียน คัพ ที่ประเทศเวียดนาม แต่มีผู้รักษาประตูร่วมทีมไปคนเดียว คือ แซมมวล เหตุเพราะกวิน ต้องอยู่ช่วยต้นสังกัดลุ้นแชมป์ D1 (ก็แล้วทำไมไม่เรียกคนอื่นติดไปแทนทั้งๆที่มันเป็นแค่รายการอุ่นเครื่อง)
2 กรกฎาคม 2552 : ทีมชาติไทยชุดใหญ่ต้องตระเวณหาสนามซ้อม แต่ไม่มีสนามให้ซ้อม ต้องงดซ้อม 1 วัน
21 กรกฎาคม 2552 : เมืองทอง ทำการดึงตัวลีซอมาร่วมทีมก่อนหมดเวลาส่งรายชื่อเพียงไม่ถึง 5 นาที ซึ่งในขณะนั้นมีกฎว่า การจะส่งรายชื่อนักเตะต้องมีสัญญาที่ทำกับทีมแนบมาด้วย ซึ่ง ณ ขณะนั้น ทางเมืองทองยังไม่ได้ทำการซื้อขาย ลีซอ จาก ลีเซร์แต่อย่างใด แต่โรเบิร์ต โปกูเรอร์ ทำการส่งสัญญาล่วงหน้าไปก่อน แล้วหลังจากนั้นค่อยไปทำการเจรจากับลีเซร์ ซึ่งกลังจากนั้น โรเบิร์ตกลับมาเปลี่ยนสัญญาจากการซื้อขาดเป็นการยืมตัว ซึ่งเอาตามหลักแล้วสัญญาฉบับแรกถือเป็นสัญญาซึ่งไม่มีผลตามกฎ แถมลีซอจะไม่มีสิทธิ์ลงเล่นให้เมืองทองในเลก 2 เพราะสัญญาฉบับจริงถูกส่งให้บ.ไทยลีกหลังหมดเดดไลน์ไปแล้ว ซึ่งคนรับสัญญาฉบับแรกด้วยมือของตนเองในช่วงก่อนหมดเวลาส่งรายชื่อ นั้นคือนายวรวีร์ มะกุดี และมีรูปขึ้นหราที่หน้าเว็บไทยลีกอย่างชัดเจนในเวลานั้น
4 กันยายน 2552 : สมาคมยกเลิกการไปเก็บตัวที่คูเวต และบอกปฎิเสธคำขออุ่นเครื่องของทีมชาติจีนชุดใหญ่ แต่เลือกที่จะเตะฟุตบอล 4 เส้าที่ภูเก็ต เจอกับ เมืองทอง , ฮองอัน ยาลาย จากเวียดนาม และยาดานาบอน จากพม่า เพื่อเป็นการเตรียมทีมแข่ง เชี่ยนคัพ รอบคัดเลือกแทนโดยอ้างว่าไม่มีงบ
19 ตุลาคม 2552 : ทีมชาติไทยชุด U-16 ตกรอบคัดเลือก U-16 ชิงแชมป์เอเชีย เพราะทีมคิดว่าใช้กฎลูกได้เสีย แต่จริงๆแล้วใช้ H2H
7 พฤศจิกายน 2552 : ไบรอัน ร็อบสัน ยอมรับว่าไม่มีข้อมูลของทีมชาติซีเรียที่จะอุ่นเครื่องกันในวันพรุ่งนี้
15 พฤศจิกายน 2552 : นัดนักเตะทีมชาติไทยชุดซีเกมส์มารายงานตัวกับผี (เรียกเด็กมา แต่ไม่มีผู้ใหญ่มาเลยซักคน)
13 ธันวาคม 2552 : หลังจากตกรอบแรกซีเกมส์ที่ประเทศลาว นิพนธ์ มาลานนท์ ได้ประกาศขอถอนตัวจากสตาฟฟ์ทีมชาติ หลังจากนั้นไม่กี่วัน นิพนธ์ มาลานนท์ ก็ออกมาทวงอุปกรณ์ฝึกซ้อมผู้รักษาประตูจากทีมชาติ เพราะว่าอุปกรณ์ฝึกซ้อมจากทีมชาติทั้งหมดเป็นของ นิพนธ์ มาลานนท์
15 ธันวาคม 2552 : ออกมาแถลงข่าวเรื่องการเบิกงบ 3 ล้าน เพื่อสั่งทำถ้วยแชมป์ไทยลีกให้กับแชมป์ไทยลีกปี 2010 จนเวลาผ่านไปเกือบ 17 เดือนแล้วยังไม่มีแม้เงา (อัพเดตล่าสุดวัน ที่ 6 พ.ค. นำถ้วยมาโชว์แล้ว)
15 ธันวาคม 2552 : นายกสมาคมประกาศจะหาเกมส์อุ่นเครื่องตามปฏิทินฟีฟ่า จนบัดนี้ 1 ปี 5 เดือน ทีมชาติไทยได้อุ่นเครื่องตามปฏิทิน FIFA เพียง 3 นัด (สิงคโปร์ 1 , อินเดีย 2 ไม่นับ แอฟริกาใต้) จาก 13 นัด เท่านั้น
29 ธันวาคม 2552 : เชิญทีมชาติซิมบับเวย์ปลอมมาเตะอุ่นเครื่องกับทีมชาติไทยโดยผลักดันให้ FIFA รับรองผลการแข่งขันได้ (ตอนนี้ยกเลิกการรับรองไปแล้ว)
11 มกราคม 2553 : สตง. สั่งสอบสวนทีมชาติไทยชุดซีเกมส์มีการเบิกเบี้ยเลี้ยงเกินจริง (เบิกเบี้ยเลี้ยงเต็มปี แต่จริงๆแล้วเก็บตัว 3 เดือน แต่หลังจากตกรอบซีเกมส์เลยออกมาอ้างว่าเก็บตัววันเดียวเลยโดนสั่งสอบ)
25 กุมภาพันธ์ 2553 : ชาตรี ฉิมทะเล ตกเครื่องบินเมื่อตอนทีมชาติไทยจะบินไปเก็บตัวที่กาตาร์ ซึ่งไม่มีตั๋วสำหรับชาตรี แต่สตีฟ ดาร์บี้ ที่ถูกสมาคมถูกพักงาน กลับได้นั่งเครื่องไปแทน ก่อนที่ชาตรีจะต้องตามไปทีหลัง
2 มีนาคม 2553 : สมาคมฟุตบอลไทยลืมทำวีซ่าเข้าอิหร่านให้นักเตะและสตาฟฟ์โค้ชทำให้เสียเวลา 3 ชม.ที่สนามบินตอนขาเข้าประเทศ
13 พฤษภาคม 2553 : ทีมชาติไทยชุดใหญ่เดินทางสู่แอฟริกาใต้ เพื่อแข่งกระชับมิตรกับทีมชาติแอฟริกาใต้ในวันที่ 16 พ.ค. แต่ปล่อยให้ไบรอัน ร็อบสัน หัวหน้าโค้ชทีมชาติ กลับอังกฤษไปกว่า 3 เดือน และบินมาร่วมทีมในวันที่ 14 ก่อนแข่งอุ่นเครื่องแค่ 2 วัน
1 ตุลาคม 2553 : ทีมชาติไทยชุด U-19 ออกเดินทางไปแข่ง U-19 ชิงแชมป์เอเชียรอบสุดท้ายที่ประเทศจีนในวันที่ 3 ตุลาคม ทำให้นักเตะมีเวลาปรับตัวกับสภาพอากาศเพียง 1 วันก่อนแข่งกับซีเรีย และแพ้ไป 0-1
23 ตุลาคม 2553 : บ.ไทยพรีเมียร์ลีก ประกาศเพิ่มทีมในไทยลีกและ D1 ตามคำสั่งนายกสมาคม จาก 16 ทีม เป็น 18 ซึ่งก็เป็นการประกาศหลังจากรู้ทีมขึ้นชั้นตกชั้นหมดแล้ว ทำให้ตั้งแต่ไทยลีกจนไปถึง D2 ต้องเตะเพลย์ออฟยาวต่อเนื่องข้ามปีจนบางทีมแทบจะไม่ได้มีช่วงพักระหว่างฤดูกาลเลย ซึ่งถือว่าไร้มาตรฐานในการวางแผนงานมากๆ
5 พฤศจิกายน 2553 : ไบรอัน ร็อบสัน ยอมรับว่าไม่มีข้อมูลของทีมชาติปากีสถาน และ ทีมชาติมัลดีฟส์ คู่แข่งที่จะเจอกันในรายการเอเชี่ยนเกมส์ ในอีก 2 และ 6 วันข้างหน้า และยังไม่ทราบแม้กระทั่งว่าเฮดโค้ชทีมชาติปากีสถาน เป็นเพื่อนของ ไบรอัน ร็อบสัน เอง
15 พฤษจิกายน 2553 : ทีมชาติไทยชุดเอเชี่ยนเกมส์ต้องเหลือผู้รักษาประตูคนเดียว เพราะ กวิน ผู้รักษาประตูมือ 1 บาดเจ็บ แต่ทีมชาติไทยดันส่งรายชื่อตัว Stand By เป็นผู้เล่นอายุเกิน 23 แต่ว่าโควต้าอายุเกินเต็มแล้ว ทำให้ไม่สามารถเรียกมาเสริมได้ จึงต้องเล่นโดยไม่มีผู้รักษาประตูสำรองในนัดที่เหลือ
25 พฤษจิกายน 2553 : ประกาศเรียกตัวนักเตะชุดเอเชียนคัพ ที่จะแข่งในวันที่ 1 ธ.ค. ให้มารายงานตัววันที่ 26 พ.ย. แต่เนื่องด้วยติดการแข่งขัน FA CUP นัดชิงในวันที่ 28 พ.ย. จึงให้มารวมตัวและเดินทางในวันที่ 29 และได้ซ้อมวันที่ 30 เพียงวันเดียวก่อนการแข่งกับลาว ทั้งๆที่วิธีแก้ง่ายๆคือระหว่างที่ U-23 แข่งเอเชี่ยนเกมส์ ทีมชาติชุดใหญ่ที่เหลือที่ไม่ติดอะไร ก็สามารถเรียกตัวมาซ้อมร่วมกันก่อนก็ได้
24 มกราคม 2554 : บ.ไทยพรีเมียร์ลีก ประกาศเพิ่มโควต้านักเตะต่างชาติในระดับ ดิวิชั่น 1 และ ดิวิชั่น 2 จาก 3+1 เป็น 7 ลง 5 ซึ่งเป็นการประกาศแบบกระทันหันก่อนที่ ดิวิชั่น 1 จะเริ่มการแข่งอีกแค่ 19 วันเท่านั้น ทำให้หลายสโมสรปรับทีมไม่ทัน
3 กุมภาพันธ์ 2554 : นายกสมาคมสั่งแก้ตารางไทยลีกให้เตะเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ ห้ามมีกลางสัปดาห์ ทำให้เกินกำหนดส่งรายชื่อเพื่อเข้าแข่งบอลถ้วยเอเชีย (นายกสมาคมไม่ทราบว่ากำหนดส่งรายชื่อเมื่อไหร่) เลยแก้เก้อว่าจะไปขอส่งทีหลังแต่สุดท้ายเหลว ต้องแก้ตารางไทยลีกกลับอีกรอบ
23 กุมภาพันธ์ 2554 : ทีมฟุตบอลโอลิมปิคทีมชาติไทย ถูกปรับแพ้ปาเลสไตน์ 0-3 เพราะส่งผู้เล่นติดโทษแบนลงสนาม
6 พฤษภาคม 2554 : นายกสมาคมล้มการประชุมเพื่อเลือกตั้งนายกสมาคมคนใหม่โดยไม่มีการลงมติจากที่ประชุมใหญ่ (ถือว่าผิดกฎของ กกท.)
10 พฤษภาคม 2554 : ไทรส์แมน อดีต FA อังกฤษ ออกมาแฉว่า วรวีร์ มะกูดี เป็น 1 ในบอร์ด FIFA ที่ทำการขายเสียงในการโหวตเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2018 โดยเบื้องหน้าคือให้อังกฤษมาเตะอุ่นเครื่องกับทีมชาติไทย แต่เบื้องหลังคือขอลิขสิทธิ์ในการถ่ายทอดเกมส์อุ่นเครื่องนัดนี้ไปทั่วโลก แลกกับการเลือกอังกฤษ
11 พฤษภาคม 2554 : นายองอาจ ก่อสินค้า ออกมาบอกถึงกรณีที่ทีมชาติไทยชุดปรีโอลิมปิคถูกปรับแพ้ปาเลสไตน์ว่า นายวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมได้ทำการร้องไปยังศาลกีฬาโลกแล้วให้ตัดสินเรื่องดังกล่าว แต่เมื่อมีคนไปเช็คดูแล้วไม่มีการฟ้องร้องเรื่องนี้แต่อย่างใด
12 พฤษภาคม 2554 : มีหนังสือจาก กกท. แจ้งว่า นายวรวีร์ มะกูดี ละเมิดกฎสมาคมข้อที่ 20 ที่กำหนดว่า "ในการประชุมใหญ่ประจำปีปีละครั้ง แต่ต้องไม่เกิน เดือนมีนาคม ของปีถัด ซึ่ง นายวรวีร์ เพิ่งจัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปีในวันที่ 6 พฤษภาคม 2554 เลยกำหนดมาถึง 37 วัน
12 พฤษภาคม 2554 : กกท. แจ้งว่า นายวรวีร์ มะกูดี หมดอำนาจตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2554 แล้ว และต้องจัดเลือกตั้งนายกสมาคมใหม่ก่อนวันที่ 31 มีนาคม 2554 แต่ไม่ปฏิบัติตามนั้น และยังคงถือให้ตัวเองดำรงตำแหน่งรักษาการโดยมิชอบ
12 พฤษภาคม 2554 : มีการเปิดเผยว่า สมาคมได้รับเอกสารจาก AFC เมื่อวันที่ 5 พ.ค. แจ้งว่าสโมสรชลบุรี มีผู้เล่นติดโทษแบน ไม่สามารถลงสนามในรายการ AFC Cup ในวันที่ 10 พ.ค. ได้ แต่สมาคมส่งมาให้สโมสรชลบุรีในวันที่ 12 ซึ่งส่งมาหลังแข่งนัดนั้นไปแล้ว
31 พฤษภาคม 2554 : นายอรรณพ สิงห์โตทอง ผจก.ทีมชลบุรี เอฟซี ได้ออกมาร้องเรียนกับ กกท. ถึงความไม่โปร่งใสในการเรื่องตั้งนายกสมาคมฟุตบอล เนื่องจากหนังสือเพื่อแสดงสถานะในการลงเสียงเลือกนายกสมาคม ที่สมาคมลงว่าออกเมื่อวันที่ 6 พ.ค. (แต่จริงๆออกหลังจากนั้นหลายวัน) แล้วทุกสโมสรที่มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงต้องส่งเอกสารคืนภายในวันที่ 1 มิ.ย. แต่เอกสารยังไม่ถึงสมาชิกผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนหลายราย และทางสโมสรชลบุรีก็เพิ่งได้รับเอกสารเมื่อวันที่ 30 พ.ค. ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความไม่ชอบมาพากลและไม่มีมาตรฐานในการรับรองสิทธิ์ในการเลือกตั้ง
3 มิถุนายน 2554 : นายวรวีร์ มะกูดี ออกมาประกาศว่า AFC สั่งเลื่อนโปรแกรมคู่ บาเรนห์ - ปาเลสไตน์ ไปแล้ว เพื่อรอการตัดสินจากศาลกีฬาโลก ซึ่งมีโอกาสสูงที่ทีมชาติไทยจะได้กลับไปเตะ และให้ทีมชาติไทยชุดปรีโอลิมปิคทำการซ้อมต่อไป โดยบอกว่า ทีมชาติไทยจะได้กลับไปเตะรอบ 2 แน่นอน หลังจากถูกปรับแพ้และตกรอบไป แต่พอเช็คดูแล้ว ไม่มีการสั่งเหลือ หรือเคยมีการสั่งเลื่อนการแข่งคู่นี้ออกไปแต่อย่างใด และเมื่อถึงวันแข่ง ทั้ง 2 ทีมก็แข่งกันตามกำหนดการณ์เดิมโดยมิได้มีการเลื่อนแต่อย่างใด
4 มิถุนายน 2554 : ฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกลงเตะพร้อมกันทั้ง 9 คู่ ในวันเสาร์ เนื่องจากได้รับการร้องขอจาก ไบรอัน ร็อบสัน เฮดโค้ชทีมชาติไทยเพื่อที่จะให้ทีมชาติไทยชุดใหญ่ได้ลงเล่นเกมส์อุ่นเครื่องตาม Fifa Days ในช่วงกลางสัปดาห์ แต่สุดท้ายทีมชาติไทยก็ไม่มีโปรแกรมเตะเหมือนชาติอื่นๆทั่วโลก เนื่องจากสมาคมไม่สามารถหาทีมชาติใดร่วมแข่งด้วยได้
9 มิถุนายน 2554 : ทีมชาติไทยชุด U-23 มีโปรแกรมลงอุ่นเครื่องกับทีมชาติโอมานชุดปรีโอลิมปิค แต่ไม่มีการประชาสัมพันธ์ใดๆเลย แฟนบอลจำนวนมากที่ไม่รู้ว่ามีการอุ่นเครื่องนัดนี้ และซ้ำร้าย นักฟุตบอลหลายๆคนที่ต้องลงเล่นในนัดนี้กลับเพิ่งรู้ว่าต้องมาแข่งก่อนเกมส์จะเริ่มเพียง 2-3 ชม.ด้วยซ้ำ
อ่านไปก็กัดฟันกรอดๆ จนข้าวกระเพราหมูแหลกละเอียด ตบโต๊ะจนน้ำกระฉอก "แอร๊ยยยยยยยย~ ผิดซะขนาดนี้ไม่ลาออกก็ไม่ใช่คนแล้ว !!!"
แต่ก็เอาวะ ออกตอนนี้ก็ยังดี...
อิชั้นปลาบปลื้ม... จนแทบหลั่งน้ำตา ในที่สุด... ก็มีวันที่ลูกผู้ชายคนหนึ่ง ยอมสละเก้าอี้เพื่ออนาคตบอลไทย... ทั้งๆที่ไม่เคยคิดว่าจะมีวันนั้น เพราะคนส่วนใหญ่หวงเก้าอี้ อยากกอดไว้จนตายเน่าคาเบาะทั้งนั้น...
สายตาอิชั้นพร่ามัว... น้ำตาจะไหล ในที่สุด ก็มีวันที่ความเป็นมนุษย์กลับคืนสู่คนบางคน เขาได้รู้จักความละอาย เกียรติยศ ศักดิ์ศรี ที่วิญญูชนมาตรฐานพึงมีแล้ว...
นอกจากนั้น นสพ. ยังได้ลงรูป เนื้อหาข่าวการเลือกตั้ง ไปจนถึงข้อมูลน่าสงสัยอีกหลายประการ แนวว่าเผา ฝัง กลบ กันเลยทีเดียว !!!
โอ่ว ช่างเป็น นสพ. โค-ตะ-ระ คุณภาพ อะไรเยี่ยงเน๊ !!! สมควรที่ นสพ. กาลี เอ๊ย...กีฬาทั้งหลายจะเอาเยี่ยงอย่าง ให้คนไทยได้รู้ว่า นสพ. กีฬา ที่ทำเพื่อพัฒนากีฬาชาติไทยนั้นมีจริงๆ ไม่ใช่มีแต่สื่อหลอกลวง ตอแร๋ ไปวันๆ
อิชั้นจับช้อนส้อม กวาดข้าวกะเพราช้อนสุดท้ายเข้าปาก กะว่าเด๋วอิ่มแล้ว จะไปถอย นสพ. กีฬาฉบับนี้มาเป็นศรีแก่บ้านสักเล่ม หลงเอาไปเช็ดขี้หมาตั้งนาน ไม่นึกว่าจะมีคุณภาพกะเค้าด้วย คริ คริ
แต่แค่ยกช้อนใส่ปาก ลมที่พัดกรรโชกมาวูบหนึ่ง ก็พัดหนังสือพิมพ์ฉบับโคตรคุณภาพนั้น ปลิวละลิ่วล่องหายไป... คว้าไว้ไม่ทัน... อิชั้นสู้วิ่งตาม ก็ไม่รู้ลอยไปถึงไหน... ตามหา ตามร้านหนังสือพิมพ์ เซเว่น และที่อื่นๆ ก็ไม่เคยเห็น นสพ. กีฬาเล่มนี้ จะมีคอลัมน์ คุณภาพๆแบบนี้ หรือพาดหัวข่าวแบบนี้เลย...
ไมหาไม่เจอวะ... หรือโธ่...อิชั้นฝันไปอีกแล้ว T_________T
จากคุณ |
:
ป้าหนอน
|
เขียนเมื่อ |
:
30 มิ.ย. 54 06:13:06
|
|
|
|
 |