ผ่านไปอีกนัดแบบกระท่อนกระแท่นและไม่ประทับใจเด็กหงส์ส่วนใหญ่เท่าไหร่นัก แม้จะชนะได้ 2-0 แต่ก็มาจากลูกจุดโทษที่ "ไม่ให้ก็ได้" ลูกนึง และมาจากลูก "เกือบไม่ได้ยิง" ของบิ๊กแอนดื้ อีกลูกนึง
ช๊อตของแอนดี้ แคร์โรลล์ ต้องยอมรับว่าโชคดีที่ขายาว เพราะถ้าเป็นคนขาสั้นแบบซัวเรซ หรือช้าไปครึ่งก้าวแบบ อดัม หรือเฮนเดอร์สัน ถ้าจับลูกไกลตัวแบบนั้น ก็คงไม่มีโอกาสได้ยิง..
ข้อดีข้อเดียวของนัดชนะเดอะแบ็คกี้ส์ ก็คือเรน่าได้คลีนชีต ซึ่งหาได้ยากเหลือเกินในทีมชุดนี้ และแผงหลังสี่คนในเกมนี้ที่ "ดูดีมาก"
ดูจากรูปเกมในปีนี้ที่ผ่าน ๆ มาแล้ว ผมมีความรู้สึกว่าบอสกำลังทำอะไรบางอย่างอยู่..ข่าวร้ายคือ เราอาจจะไม่ได้เห็น ชาร์ลี อดัม ที่เป็นหัวใจของทีม เหมือนที่แบล็คพูลอีกแล้ว อาจไม่ได้เห็นการวางบอลที่แม่นยำในระยะ 30-40 หลาแบบเดิมอีกแล้ว และอาจเห็นการทะลุสอดขึ้นมายิงไกลน้อยลง รวมทั้งลูกฟรีคิกและคอร์เนอร์ ก็มีคนอื่นมาช่วยเตะ..
รวมถึงเราอาจไม่ได้เห็น จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ที่มุทะลุ ดุดัน ในแบบที่อยากเห็น และอาจไม่ได้เห็นสจ๊วต ดาวน์นิ่ง ลากเลื้อยสะเด่าแบบที่เคยทำได้ที่โบโร่หรือวิลล่า...รวมทั้ง อาจไม่ได้เห็นความมหัศจรรย์ของ แอนดี้ แคร์โรลล์ อีกแล้ว
แต่ทั้งหมดจะถูกนำมาหล่อหลอมกันใหม่ในรูปแบบที่เคนนี่ เดลกลิชกำลังพยายามทำอยู่ เท่าที่เห็น อดัมจ่ายบอลขวางสนามมากขึ้นกว่าเดิม ดาวน์นิ่งก็จะมีเอ็นริเก้ เติมขึ้นมาช่วยเกือบทุกครั้งที่ได้ลูก และ เฮนเดอร์สันที่ต้องไปเล่นด้านกว้าง ซึ่งถ้าโยนไม่ได้ ก็ต้องส่งคืนหลังเพื่อรักษาลูกเอาไว้ และพยายามคอนโทรลบอลให้ได้...
ผมว่าเราลืม ชาร์ลี อดัม, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, สจ๊วต ดาวน์นิ่ง หรือแม้แต่ แอนดี้ แคร์โรลล์ คนเดิมไปดีกว่าครับ ตอนนี้เรามาว่ากันใหม่ในรูปแบบ Pass & Move ที่ทีมกำลังพยายามเล่น และนักเตะทุกคนกำลังเรียนรู้และปรับตัว..
สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นได้ชัดก็คือ สมัยราฟา ถ้านักเตะทุกคนฟิตสมบูรณ์ ใคร ๆ ก็รู้ว่าทีมจะมาในระบบ 4-2-3-1 ซึ่งถ้าเรารู้ คู่แข่งก็ต้องรู้ และสามารถวางแผนเพื่อรับมือได้ง่าย..
ส่วนในสมัยรอย ฮอดจ์สัน ไม่ว่าจะจัดตัวลงมาแบบไหน ผลลัพท์มันก็เหมือนเดิม..ดังนั้น ลืม ๆ มันไปดีกว่า..
แต่ลิเวอร์พูล พ.ศ. นี้ ผมยังเดาไม่เคยถูกเลยว่า บอสจะจัดตัวแบบไหน จะเล่นหน้าตัวเดียวแบบ 4-3-3 หรือเล่นแบบที่เคยถนัดอย่าง 4-2-3-1 หรือจะเล่นหน้าคู่แบบ 4-4-2
จุดเด่นที่ผมเห็นได้ชัดก็คือ ทีมชุดนี้ บอสจะเล่นในระบบไหน หรือจะส่งใครลงมาเล่น และให้ใครเล่นตรงไหน ก็แทบไม่แตกต่าง นัดหน้า..อาจจะเอาดาวน์นิ่งมาเล่นทางขวา หรือเอาเฮนเดอร์สันขยับไปเล่นตรงกลาง เอาแอคเกอร์มาเล่นแบ็คซ้าย ขยับเอ็นริเก้ ไปเล่นปีกซ้าย ก็คงมีผลงานไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก จะ "ดีเหมือนกัน" หรือ "ไม่ดีเหมือนกัน" ก็คงไม่เท่ากับ "มาตรฐานที่เหมือนกัน"
เซ็นเตอร์แบ็ค 4 คนอย่าง คาร์ราเกอร์, สเคอร์เทล, แอคเกอร์ หรือแม้แต่ผู้มาใหม่อย่าง โคอาเตส ก็ล้วนใกล้เคียงกัน (บางคนอาจจะบอกว่าเฟอะฟะเหมือนกัน)
แบ็คขวาอย่างจีเจหรือเคลลี่ เด็กหงส์บางคนยังปวดหัวแทนคิงเคนนี่เลยว่า จะเลือกใครดี อาจจะยกเว้นผู้รักษาประตูกับแบ็คซ้ายเท่านั้น ที่ยังไม่มีใครดีกว่า เรน่าและเอ็นริเก้...แต่นัดก่อนหน้านี้ ที่จับแอ็คเกอร์ไปเล่นแบ็คซ้าย ก็ทำเอาหลายคนก็ลืม เอ็นริเก้ไปเลยเหมือนกัน..
กองกลางนี่น่าจะเป็นจุดสำคัญของทีม เพราะทั้งลูคัส อดัม เมื่อรวมกับ เจอร์ราร์ด เฮนเดอร์สัน และสเปียริ่ง ที่นัดล่าสุดก็เล่นดีเหลือเกิน เรียกว่า ถ้าเล่น 4-4-2 ก็แทบจะจับใครลงมาคู่กันก็ได้.. นั่นจึงเป็นสาเหตุว่า ทำไม อดัม หรือ เฮนเดอร์สัน ถึงเล่นแบบที่เคยเล่นหรืออยากเล่นไม่ได้ แต่ต้องเล่นให้เป็นระบบ ระบบที่สร้างขึ้นมาให้ "ใครลงก็เล่นได้"
ปีกอย่างดาวน์นิ่งเอง แม้จะถนัดกับการเล่นแบบลากเลื้อย แต่เมื่อมีเอ็นริเก้คอยสอดขึ้นมาช่วย ก็มีทางเลือกมากขึ้น รูปแบบก็น่าจะเป็นโดนสั่งมาว่า ถ้าเอ็นริเก้เติม ก็ต้องจ่ายให้เอ็นริเก้โยน แล้วตัวเองก็เข้าไปช่วยตรงกลาง...เพื่อเพิ่มโอกาสของทีมให้มีตัวในเขตโทษมากขึ้น..หรือถ้าจะเล่น ก็ต้องเป็นการลากตัดเข้าไปยิง ไม่ใช่การโยนจากปีก เพราะนั่นเป็นหน้าที่ของแบ็คที่จะต้องขึ้นมาเติม
ซัวเรซเองก็จะชอบเล่นบอลแบบชายเดี่ยวอยู่แล้ว ซึ่งก็เหมาะกับระบบทีมแบบหน้าตัวเดียว ที่กองหน้าต้องครองบอลได้ดีและพาบอลไปเองได้ แต่เมื่อมีหน้าคู่ ก็ต้องปรับตัว และเข้าใจอีกคนนึงให้ได้ และเชื่อว่าตอนนี้ก็คงพยายามปรับตัวอยู่ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือการถวาย "พานทองฝังเพชรเลี่ยมมุก" ให้กับบิ๊กแอนดี้ ไปยิงประตูปิดท้าย
ในนามของเด็กหงส์ อยากจะบอกว่า ชาร์ลี อดัม จอร์แดน เฮนเดอร์สัน หรือ สจ๊วต ดาวน์นิ่ง จะเป็นใครมาจากไหนก็ลืมไปได้เลย เพราะตอนนี้ ทุกคนคือนักเตะของลิเวอร์พูล ที่จะต้องเล่นภายใต้ระบบของทีม อาจจะดูขัดตา ขัดใจ และคันไม้คันมือบ้าง ก็เป็นเรื่องที่เด็กหงส์คงจะต้องอดทนเอา...
เพราะถ้าไม่ทำแบบนี้ ปล่อยให้แต่ละคนเล่นในแบบที่อยากเล่น สุดท้ายก็จะเกิดคำถามว่า ถ้าอดัมเจ็บ ใครจะเป็นคนวางลูกยาว ถ้าเฮนเดอร์สันเจ็บ ใครจะเป็นคนทะลุทะลวง หรือถ้าดาวน์นิ่งเจ็บ ใครจะเป็นคนลากเลื้อย
สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดก็คือ การขาดคาร์ราเกอร์ไปก็แทบไม่ได้ส่งผลในกองหลังเลย หรือการขาดเจอร์ราร์ดมาแทบทุกนัดตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาล ทีมก็ยังประคองตัวเองมาได้ในแบบที่ยังไม่หลุดจากวงโคจรลุ้นไป UCL
และการที่ทีมส่งตัวสำรองลงเล่นในลีกคัพ แต่กลับทะลุมาได้ถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย ทั้ง ๆ ที่ปีก่อน ๆ ถ้าส่งตัวสำรองลง ก็มักจะหลุดไปตั้งแต่รอบแรก ๆ (แพ้หมูคาบ้านตกรอบ ก็เคยมาแล้ว) นั่นคงพอแสดงให้เห็นได้ว่า ทีมตัวจริงกับตัวสำรอง เริ่มมีความแตกต่างกันน้อยลง และไม่ว่าใครจะลงสนามมา ก็ทำหน้าที่ได้ไม่แพ้กัน..
ถ้าจำไม่ผิด (ถ้าผิดก็ขออภัย) เคยอ่านเจอว่า "บ๊อบ เพลสลี่ย์" หนึ่งในสุดยอดกุนซือของลิเวอร์พูล เคยพูดเอาไว้เมื่อนานมาแล้ว ประมาณว่า "ทีมอื่นอาจจะมีนักเตะตัวจริงอยู่แค่ 11 คน แต่ลิเวอร์พูล มีนักเตะตัวจริงประมาณ 14-15 คน แล้วแต่ว่าใครจะลงสนาม และใครเป็นตัวจริงที่นั่งอยู่ข้างสนาม"
วันนี้ เคนนี่ เดลกลิช ลูกศิษย์ของอาจารย์ปู่บ๊อบ จะทำให้คำพูดนั้น เป็นจริงอีกครั้งนึง..
ปล.ปรับปรุงข้อความ
แก้ไขเมื่อ 31 ต.ค. 54 12:01:40