Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com  


 
ไขความลับเสือน้อยแชมป์ซีเกมส์ เส้นทางที่ฟุตบอลไทยต้องมอง ติดต่อทีมงาน

มติชนสุดสัปดาห์ 
25 พ.ย. 54 คอลัมน์เขย่าสนาม


  
แฟนบอลไทยได้แต่นั่งมองตาปริบๆ ไม่รู้จะเชียร์ทีมไหนดี ในคู่ชิงชนะเลิศฟุตบอลชายในกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 26 ระหว่าง อินโดนีเซีย เจ้าบ้าน กับ มาเลเซีย แชมป์เก่า เกมวันนั้นสนุกครบรสตื่นเต้นตลอด 120 นาที

ถือเป็นนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลในมหกรรมกีฬาของประชาคมอาเซียนที่ดีที่สุดครั้งหนึ่ง เพราะสองทีมเล่นกันด้วยมาตรฐานลูกหนังที่พัฒนาเหนือชาติอื่นๆ ในรุ่นอายุเดียวกันขึ้นไปอีก 1 ขั้น

ก่อนชัยชนะและความสุขจะตกเป็นของทีมเสือเหลืองที่คว้าเหรียญทองซีเกมส์เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน

แชมป์ที่ต้องดวลถึงการยิงจุดโทษหลังเสมอในเวลา 1-1 ก่อนมาเลเซียจะเอาชนะไปได้แบบตื่นเต้น 4-3 นอกเสียจากจะทำให้ชาวอินโดนีเซียทั้งประเทศต้องโศกเศร้า กุมขมับ ยังทำให้ทีมเสือน้อยสะสมแชมป์เป็นสมัยที่ 6 ในประวัติศาสตร์ซีเกมส์เข้าให้แล้ว

แถมยังเป็นการตอกย้ำว่า พวกเขา คือเจ้าแห่งวงการลูกหนังอาเซียนตัวจริง

หลังฟันถ้วยรายการเมเจอร์ในระดับอาเซียนติดต่อกันถึง 3 รายการคือ ซีเกมส์ที่ลาวปี 2009, แชมป์อาเซียน ปี 2010 และต่อด้วยแชมป์ซีเกมส์ครั้งล่าสุดในปี 2011



ปัจจัยสำคัญหนึ่งที่ทำให้ทีมชาติมาเลเซียชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ประสบความสำเร็จต่อเนื่องคือ การสร้างทีม ฮาริมาอู มูด้า (เสือน้อย) ขึ้นมาของสมาคมฟุตบอลมาเลเซีย (เอฟเอเอ็ม) โดยสโมสรนี้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 2007 หรือเมื่อ 4 ปีก่อน ด้วยแนวคิดแบบนอกกรอบของเอฟเอเอ็มที่ตัดสินใจส่งทีมชาติมาเลเซียชุดอายุไม่เกิน 20 ปีเข้าร่วมในฟุตบอลมาเลเซียนพรีเมียร์ลีกเพื่อเตรียมทีมร่วมศึกฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี รอบคัดเลือก

โดยทีมทีมนี้ ล้วนแล้วแต่ประกอบด้วยนักเตะสายเลือดมาเลย์ล้วนๆ ก่อนมีการแตกเจ้าทีมเสือน้อยนี้ออกเป็นทีมเอ และบีอีก ให้ทีมเอเป็นทีมสำหรับนักเตะอายุไม่เกิน 23 ปี และทีมบีเป็นสถานที่รวมผู้เล่นอายุไม่เกิน 19 ปี

"ฮาริมาอู มูด้า เอ" ถูกประคบประหงมอย่างดี นอกเหนือจากการส่งลงแข่งในลีกบ้านเกิดตัวเองถึง 3 ปีจนถึงปี 2009 "ยัง ไทเกอร์ส" ยังถูกเอฟเอเอ็มส่งไปเป็นทีมรับเชิญในลีกสโลวะเกียถึง 1 ปีเต็มในปี 2010 และถูกส่งกลับมาเล่นใน "มาเลเซีย ซูเปอร์ลีก" ลีกสูงสุดของชาติตัวเองอีกครั้งในฤดูกาลที่ผ่านมา

จะเห็นได้ว่าตัวหลักของทีมซีเกมส์ชุดนี้มีนักเตะของสโมสร "ฮาริมาอู มูด้า เอ" ชุดจบอันดับ 5 ในซูเปอร์ลีกเกินกว่าครึ่งทีม บวกกับตัวเก่งจากสโมสรอื่นๆ อีกเพียงไม่กี่ราย

ดังนั้น ไม่ต้องพูดถึงเรื่องความเข้าขารู้ใจ การเล่นเป็นทีม รวมถึงการเตรียมทีมที่แสนง่าย เพราะสามารถยกชุดมาแข่งได้ในทันที ซึ่งแชมป์ 3 รายการเมเจอร์ที่ผ่านมาของทีมชาติมาเลเซีย ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการผลิดอกออกผลของการวางแผนระยะยาวอย่างเป็นระบบ

โดยเวลานี้ดาวเตะจาก ฮาริมาอู มูด้า ชุดก่อนๆ บางรายได้กลายมาเป็นกำลังหลักของทีมเสือเหลืองชุดใหญ่ไปแล้ว



ถัดมาที่การเตรียมทีมของทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ครั้งล่าสุด "บังยี" วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ตัดสินใจให้ "กาเซ็ม" เกษม จริยวัฒน์วงศ์ รับตำแหน่งผู้จัดการทีม หลังจากเจ้าตัวแสดงความตั้งใจในการเข้าสวมหัวโขนนี้ เนื่องจากต้องการ "ล้างบาป" ที่เคยมีส่วนผิดพลาดทำให้ทีมปรีโอลิมปิกไทยตกรอบคัดเลือกแบบแพ้ฟาวล์ ก่อนที่บิ๊กเสมจะดึง "น้าเหม่ง" ประพล พงษ์พานิช คนคุ้นเคยมารับตำแหน่งเฮดโค้ช จุดเริ่มของการเตรียมทีมชาติไทยชุดทวงแชมป์ซีเกมส์ เริ่มออกตัวจากจุดสตาร์ตช้าๆ ตั้งแต่เดือนเมษายน

ระหว่างนั้น ทีม "อิเหนาเกมส์" ของไทย มีการเรียกตัวผู้เล่นอายุไม่เกิน 23 ปีมาคัดเลือกกันอยู่เนืองๆ ระหว่างที่นักเตะเหล่านั้นต้องลงเตะฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก และลีกดิวิชั่น 1 ให้กับสโมสรต้นสังกัดไปด้วย

แต่อย่างไรก็ดี น้าเหม่ง และกาเซ็ม ก็ได้ผู้เล่นในใจที่มีอยู่ราวกว่า 30 คนเข้ามาอยู่ในทีม โดยผู้เล่นทั้งหมดนี้ถูกเรียกมาซ้อมสัปดาห์ละ 3 วัน ก่อนที่จะมาเก็บตัวร่วมกันรอบสุดท้าย 2 สัปดาห์ นับวันซ้อมร่วมกันราว 1 เดือนก่อนเหินฟ้ามาอินโดนีเซีย

เตะแมตช์แรกกับมาเลเซียที่วางรากฐานมาแล้วกว่า 4 ปี เกมวันนั้นทีมชาติไทยชุดเฉพาะกิจ พ่ายต่อทีมเสือน้อยไป 1-2 แบบน่าจะโดนมากกว่านั้น ก่อนที่จะไปชนะกัมพูชา 4-0, แพ้ อินโดนีเซีย 1-3 และแพ้สิงคโปร์อีก 0-2 ตกรอบซีเกมส์ไปแบบน่าอดสู สร้างความผิดหวังให้กับคนทั้งประเทศ

ผู้ที่ไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้เลยคือ สองคนคู่หู ผู้จัดการทีมและหัวหน้าโค้ช ซึ่งรายแรกได้ประกาศวางมือไม่ยุ่งเกี่ยวกับวงการลูกหนังอีก

ส่วนรายหลังไม่แน่ใจว่าจะมีใครกล้าจ้างอีกหรือไม่ แม้จะมีดีกรีเคยนำ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค คว้าแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีกก็ตาม

ทัวร์นาเมนต์นี้น้าเหม่งถูกก่นด่า และต่อว่าอย่างหนักจากแฟนบอลและกูรูในวงการถึงความไร้กึ๋นในการแก้เกม แฟนบอลไม่เคยเห็นการออกมาสั่งการหรือกระตุ้นลูกทีมข้างสนาม เพราะอดีตกุนซือทีมแบงค็อก ยูไนเต็ด กลับทำได้เพียงนั่งหัวเสียบ่นลูกทีมอยู่ที่ม้านั่งสำรองเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่กลับเป็นกาเซ็มที่ว่ากันว่า เป็นผู้จัดนักเตะลงสนามเอง ออกมาโวยวายที่ริมเส้นข้างแทนมากกว่า

ส่วนอีกผู้หนึ่งที่ไม่อาจปัดความรับผิดชอบได้เช่นกัน คือ นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ที่ไม่เคยมีนโยบาย หรือการวางแผนการเตรียมทีมชาติระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นทีมชุด 19 ปี 16 ปี หรือ 23 ปี ก็มักจะตั้งผู้จัดการทีมล่วงหน้าก่อนทัวร์นาเมนท์จะเริ่มเพียงไม่กี่เดือน จากนั้นก็ปล่อยให้ผู้จัดการทีมรายนั้นๆ ไปหา และเลือกโค้ชเอาเอง

หากทำทีมสำเร็จได้ในระดับหนึ่ง ก็จะปล่อยให้ได้ทำหน้าที่ต่อไป หากไม่สำเร็จ ก็จะเปลี่ยนผู้จัดการทีมไปเรื่อยๆ เป็นวังวนซ้ำๆ ที่เห็นมานานไม่ต่ำกว่า 10 ปี



อีกหนึ่งปัจจัยของความล้มเหลวของทีมลูกหนังไทยคือ การกำหนดใช้โควต้าผู้เล่นต่างชาติในฟุตบอลลีกทั้งระบบของสมาคมฟุตบอลแบบ 7 ลง 5 ทุกสโมสรมีนักเตะต่างชาติได้ 7 คน ลงสนามได้พร้อมกัน 5 คน แม้บางคนจะมองว่าเป็นอัตราส่วนที่น้อย หากเทียบกับจำนวนผู้เล่นในทีม 30 คนก็ตาม

แต่ต้องอย่าลืมว่าพ่อค้าแข้งต่างแดนแต่ละรายล้วนแล้วแต่มีค่าเหนื่อยแพง ย่อมถูกซื้อมาเพื่อจะเป็นตัวจริงอยู่แล้ว ดังนั้น 11 คนในสนามของบางทีม จะมีอย่างน้อย 4-5 คนที่เป็นผู้เล่นต่างชาติ ทำให้บดบังโอกาสของดาวเตะระดับเยาวชนไทยที่กำลังจะพัฒนาฝีเท้า จะเห็นได้ว่า น้าเหม่งต้องไปขุดผู้เล่นจากดิวิชั่น 1 มาติดทีมชุดนี้ถึง 9 รายด้วยกัน

เปรียบเทียบกับซูเปอร์ลีกของมาเลเซีย ตัดสินใจหักดิบไม่ให้ผู้เล่นต่างชาติร่วมลีกมาตั้งแต่ปี 2009 เนื่องจากมีปัญหาบ่อยครั้งเกี่ยวกับความขัดแย้งเรื่องเงินๆ ทองๆ ระหว่างสโมสร และตัวผู้เล่นเองแม้จะไม่ใช่ความตั้งใจในการไม่ใช้ผู้เล่นต่างชาติ แต่ก็ทำให้ทีมชาติเสือเหลืองได้รับอานิสงส์ไปด้วย

เพราะมีนักเตะเชื้อสายมาเลย์ให้เลือกเข้าสู่ทีมมากมาย

อย่างไรก็ดีในฤดูกาล 2012 ที่กำลังจะมาถึง ซูเปอร์ลีกได้ตัดสินใจเปิดให้ผู้เล่นต่างชาติมาค้าแข้งในลีกได้อีกครั้ง ในแต่ในโควต้าเพียงแค่ 2 คนต่อ 1 สโมสรเท่านั้น

ยกเว้นให้แต่สโมสรที่ได้เล่นฟุตบอลถ้วยเอเชียที่อนุญาตให้มีได้ 3 คน ก็ยังน้อยอยู่ดีเมื่อเทียบกับลีกไทย

เรื่องเหล่านี้เป็นการบ้านที่ผู้บริหารสมาคมฟุตบอลฯ บ้านเรา ต้องนำไปคิดไตร่ตรองให้ดี และนำมาปรับปรุงแก้ไข หาจุดที่เหมาะและลงตัวกับลีกไทยให้ได้ ก่อนที่มาเลเซีย และชาติเพื่อนบ้านอาเซียนจะทิ้งเราไปแบบไม่สามารถตามพวกเขาทันได้อีก

จากคุณ : มือมาร
เขียนเมื่อ : 25 พ.ย. 54 10:38:27




ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com