Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com  


 
TIA Column : 3 Big Match เก็บ 4 แต้มและเข้ารอบบอลถ้วย ติดต่อทีมงาน

ผ่านพ้นไปแล้วนะคะ สำหรับ Big Match 3 นัดกับ 2 ทีมใหญ่ แบ่งเป็นเกมพรีเมียร์ลีก 2 นัดและเกมคาร์ลิ่งคัพ หรือจะเรียกให้มันน่ารักว่า ถ้วยมิกกี้เม้าท์ก็ได้ ...ลิเวอร์พูลต้องออกไปเยือนเชลซีที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ และกลับมาเปิดบ้านรับทีมเรือใบสีฟ้าที่แอนฟิลด์ แล้วกลับไปลอนดอนอีกครั้งในการเยือนเชลซีเป็นครั้งที่ 2 ในถ้วยคาร์ลิ่ง คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ

ก็อย่างที่ทราบผลกันไปนะคะ ในลีก 2 นัด เราเก็บได้ 4 แต้ม ด้วยการบุกไปชนะเชลซีได้ 2-1 และเสมอแมน ซิตี้ในบ้าน(อีกแล้ว) 1-1 ขอพูดถึงทีละเกมแล้วกันนะคะ

เกมกับเชลซี เกมแรก เป็นเกมที่ลิเวอร์พูลเล่นไม่ดีนัก แต่กองหลังเหนียวแน่นพอสมควร โดยเฉพาะแผงกลางที่ ลูคัส เลว่า รับบทตัดเกมของเชลซีได้ดีเอามากๆ และการวิ่งบีบเพรสชิ่งทั้งทีม ทำให้เชลซีออกบอลลำบาก และเล่นพลาดเองเยอะ แม้จะครองบอลได้ แต่จ่ายบอลเสีย ไม่ก็ถูกตัดได้โดยนักเตะลิเวอร์พูล และการเข้าบอลเร็วนี่แหละที่นำมาซึ่งประตูแรก ที่ชาร์ลี อดัม ไปแย่งบอลจากเท้าจอห์น โอบี มิเกล จนนำมาสู่ประตูของมักซี่ แต่เชลซีก็มาตีเสมอได้ในครึ่งหลัง จากจังหวะลากเข้าเขตโทษของมาลูด้า โดยที่ทั้งจีเจและอดัมตามไม่สุดและไม่กล้าสกัดบอล จนมาลูด้าได้เปิดบอลไปให้ แดเนียล สเตอร์ริด เข้าชาร์ตเผาขนที่เสาสอง แถมหลังจากนั้น เชลซียังขึ้งเกมรุกลิเวอร์พูลอยู่ข้างเดียว ซึ่งยอมรับเลยว่า เหมือนรอนาทีจะโดนยิงจริงๆ แต่เพราะแผงหลังลิเวอร์พูลช่วยกันป้องกัน ช่วยกันวิ่งไล่และเล่นกันอย่างมีวินัย เชลซีเลยยังไม่ได้ประตูขึ้นนำ เกมทำท่าจะเสมอกัน ช่วยท้ายเกม ชาร์ลี อดัมเก็บบอลได้จากกลางสนาม เลยวางบอลยาวไปให้จีเจที่วิ่งขึ้นมาเติมเกม แล้วเกิดอะไรก็ไม่ทราบได้ จีเจเกิดเล่นสเตป จอห์น บาร์นส์ ซะงั้น ลากบอลเข้าไป ล๊อกหลบแอชลีย์ โคล เข้าเขตโทษ ปั่นด้วยเท้าซ้ายเข้าประตูไป ...ช๊อกเลยค่ะ ดีใจมาก รู้เลยว่านัดนี้ชนะแน่ๆ (ก็มันเหลือเวลาติ๊ดเดียวเอง อิอิ) ก็ดีใจกับสามแต้มนี้ แต่ก็ยอมรับว่าเชลซีทำเกมได้ดีกว่า แต่เราก็เล่นตามแทคติกที่เราวางมาได้ดี นั่นคือ เกมเพรสซิ่งเร็ว บีบพื้นที่ แย่งบอล แล้วพยายามจ่ายบอลให้ง่ายและเร็วขึ้น ซึ่งก็ยังมีจังหวะผิดพลาดบ้าง ซึ่งมันนำไปสู่พัฒนาการในเกมถัดมากับแมน ซิตี้ ค่ะ

เพราะเราก็ใช้แทคติกเดียวกันเลย การเล่นกับทีมใหญ่ที่มีนักเตะที่มีความสามารถเฉพาะตัวมากๆ อย่าง มาต้าและมาลูด้าของเชลซี หรือซิลบาและกุนของแมน ซิตี้ มันก็ทำให้เราต้องเล่นอย่างรัดกุม หยุดยั้งไม่ให้นักเตะเหล่านี้สร้างสรรค์เกมได้ถนัด ซึ่งก็แน่นอนว่า ความดีความชอบทั้งหมดต้องยกให้ ลูคัส เลว่า ไปเลย ไม่พูดแล้วล่ะค่ะว่า ลูคัสเล่นดียังไง เพราะทุกคนคงเห็นและรู้แก่ใจดีอยู่แล้ว เดี๋ยวจะกลายเป็นอวยกันมากเกินไป เอาเป็นว่า ส่วนตัวของเราเอง นาทีนี้ ไม่ขอแลกลูคัสกับใครทั้งนั้นก็แล้วกัน

เกมกับแมน ซิตี้ ในช่วงครึ่งชั่วโมงแรก ทำเอาเราหงอยมากทีเดียว เพราะเราโดนขึ้นเกมรุก แถมแมน ซิตี้ยังได้ประตูจากลูกตั้งเตะ(อีกแล้ว)ด้วย เรื่องจะยิงคืนนี่แทบไม่กล้าหวัง หวังแค่จะไม่โดนเพิ่มก็พอใจแล้วในนาทีนั้น แต่ผ่านไปไม่กี่นาที ชาร์ลี อดัม ยิงไกลไปแฉลบสองทอด จนโจ ฮาร์ท หลงทาง และบอลเข้าประตูไป ทำให้ลิเวอร์พูลตีเสมอได้ และหลังจากนั้น ก็เหมือนเราเริ่มจับจังหวะการเล่นได้ เพราะเริ่มครองเกมได้มากขึ้น บางครั้งได้ขึ้นไปขึ้งเกมรุกแมน ซิตี้ ด้วยซ้ำไป และยิ่งในครึ่งหลังก็ยิ่งเล่นดีขึ้น มีจังหวะน่าได้ประตูอยู่จังหวะหนึ่งที่ประทับใจมากๆ เพราะมันเป็นการเล่นเกมรุกของลูคัสกับซัวเรซ แต่ซัวเรซยิงติดมือโจ ฮาร์ท และท้ายเกม บาโลเตลลี่โดนใบเหลืองที่ 2 เป็นใบแดง ถูกไล่ออกจากจังหวะไปฟันศอกใส่สเคอเทล ก็ทำให้เรายิ่งหวังมากขึ้นว่าน่าจะชนะได้ และมันก็มีโอกาสจะๆในช่วงทดเวลาบาดเจ็บที่แคร์โรลล์ได้โหม่ง แต่ฮาร์ทยังเหนียว เซฟไว้ได้ ซัวเรซยิงซ้ำก็ยังไปติดตัวฮาร์ทอีก ...นาทีนั้น เซ็งเอามากๆเลยค่ะ เพราะมันเสียดาย และก็จบกันไปแบบเจ๊าๆ

ถ้ายังจำได้ ในเกมมีจังหวะที่ แมน ซิตี้ได้สวนกลับ และเซโก้(มั่ง)ลากบอลผ่านลูคัสไปถึงเขตโทษ และปาดเข้ากลางให้ซิลบา เราคิดว่าโดนล่อเป้าแน่แล้ว แต่เรน่ารีบออกมาปิดมุมยิงเร็วมาก เอนริเก้ อดัมและสเคอเทล วิ่งไปยืนหน้าปากประตูแทนเรน่า กว่าที่ซิลบาจะล๊อกหลบเรน่ากับแอกเกอร์ที่ตามมาประกบได้สำเร็จ หน้าประตูลิเวอร์พูลก้มีนักเตะ 3 คนไปยืนบนเส้นปากประตู ยิงก็ไม่ถนัด และผ่านมาได้ก็เจอสเคอเทลสกัดพอดี ถือเป็นจังหวะการประสานงานการป้องกันประตูที่ยอดเยี่ยมมากของเราเลยทีเดียว ก่อนหน้านี้ เคยได้อ่านบทสัมภาษณ์ของสตีฟ คล๊าก ว่าเรน่านั้นสามารถเล่นเป็นสวีปเปอร์ได้ เพราะเรน่าเป็นคนที่อ่านเกมและจังหวะบอลได้ดี และพวกเขาก็พยายามฝึกฝนที่จะเล่นแบบนี้ มันได้เห็นผลแล้ว แม้ถ้าเลือกได้ ขอให้มันเป็นทางเลือกสุดท้ายในการป้องกันประตูจะดีกว่า เพราะมันออกจะเสียวไส้ไม่น้อย แต่ถ้าทำสำเร็จก็แจ่มเลยล่ะ ซึ่งไม่เพียงนัดนี้เท่านั้นที่เรน่าโชว์สเต็ปสวีปเปอร์ นัดลีกคัพกับเชลซีก็มีเหมือนกัน หุหุ

มาถึงนัดกับเชลซีบ้าง จากพัฒนาการการครองบอล แย่งบอลและต่อบอลที่กระท่อนกระแท่นในนัดแรกที่เจอกันในเกมพรีเมียร์ มาถึงนัดถัดมากับแมน ซิตี้ ที่มันดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มันมาสมบูรณ์เอาในเกมคาร์ลิ่ง คัพ กับเชลซีนี่แหละค่ะ อย่างน้อยก็ตลอดเวลาที่ลูคัสยังอยู่ในสนาม ลิเวอร์พูลปิดช่อง จนทำให้เชลซีต้องจ่ายคืนหลังบ่อยครั้ง และยิ่งพอเรามาได้ประตูจากเกมสวนกลับ ที่เฮนเดอร์สันจ่ายตัดหลังแบบที่ทำให้คิดถึงเจอร์ราร์ดอย่างมากมาย ให้เบลลามี่ลากเข้าเขตโทษ จ่ายถวายพานให้มักซี่ที่วิ่งสอดขึ้นมาแปโล่งๆเข้าไป เชลซียิ่งต้องระวังหลังมากขึ้น เลยกลายเป็นลิเวอร์พูลได้ครองเกมมากขึ้น จนนำมาสู่ประตูที่ 2 ในเวลาที่ห่างกันแค่ 5 นาที

นาทีที่ได้เห็นเคลลี่จูบตราสโมสร มันทำให้ยิ้มเลยค่ะ รู้สึกตื้นตันใจไปกันน้องมากๆ เพราะหลังจากเล่นเกมทีมชาติ และทำประตูไปทั้งสองนัด เคลลี่ก็จูบตราทรีไลออน จนชาร์ลี อดัม แซวผ่านทวิตเตอร์ และเคลลี่ก็ตอบอดัมไปว่า เพราะเขารักประเทศของเขามากถึงได้ทำอย่างนั้น และถ้าเขาทำประตูให้ลิเวอร์พูลได้ เขาก็จะทำเหมือนกัน ...เชิญซาบซึ้งได้ค่ะ ^ ^

คงเพราะเคลลี่เป็นสเกาเซอร์ เขาก็เหมือนเจอร์ราร์ด เชียร์ลิเวอร์พูลมาตั้งแต่เด็ก ได้เป็นเด็กฝึกหัดของสโมสร ได้ขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ มันเป็นความภาคภูมิใจของเขาที่ได้ทำตามความฝัน ได้ทำในสิ่งที่รักกับทีมที่รัก ดีใจและภูมิใจไปกับเคลลี่มากจริงๆค่ะ

ลิเวอร์พูลไม่ได้มีเด็กท้องถิ่นขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่นานแล้ว วันนี้เราได้เห็นหลายๆคนซึ่งดีพอ และพวกเขาเหล่านี้จะเป็นกำลังสำคัญของทีมในอนาคต ...แว๊กกกก ออกทะเลไปไกล กลับมาที่เกมดีกว่าค่ะ หลังจากได้ประตู 2-0 ก็มีความมั่นใจขึ้นมากว่าชนะได้ แม้เชลซีจะส่งมาต้ากับอเนลก้าลงมาทำเกมรุกก็ตาม และตอร์เรสเองก็พยายามอย่างเหลือเกิน หลายๆจังหวะที่เห็นเขาวิ่งไล่จะแย่งบอล หรือเมื่อถูกแย่งบอลแล้วพยายามจะแย่งคืน แต่ไม่สำเร็จ...

ยอมรับว่าในใจตอนนั้นคิดว่า "นายทิ้งพวกเราไปทำไม" มันยังอดคิดถึงไม่ได้จริงๆ ความโกรธมันหายไปหมดแล้ว แต่ยอมรับว่ายังเสียดาย ...เสียดายที่ไม่มีโอกาสได้เห็นเขาจับคู่กับซัวเรซ เสียดายที่ต่อไปกัปตันจะไม่ได้จ่ายบอลให้เขาอีกแล้ว และเสียดายที่เขาไม่เชื่อใจคิง เคนนี่ แต่มันก็ผ่านไปแล้ว วันนี้ตอร์เรสสวมเสื้อสีน้ำเงินไม่ใช่สีแดง เขาเป็นนักเตะเชลซี เขาต้องทำเพื่อเชลซี และเพื่อตัวเขาเอง แต่การได้เห็นเขาวิ่งไล่ตามบอลที่หลุดจากเท้าไป หรือพยายามจะแย่งจากนักเตะลิเวอร์พูลแล้วมันไม่สำเร็จ มันก็ทำให้เกิดความรู้สึก เออ...ไม่ใช้คำว่าสงสารดีกว่า เพราะคงไม่ดีนัก เอาเป็นว่า รู้สึกว่า ดูเขาต้องเล่นด้วยความยากลำบากจัง ต้องพยายามมากขนาดนี้ ทั้งๆที่ตอนอยู่ลิเวอร์พูล เขาแทบไม่เคยต้องมาไล่หาบอลแบบนี้เลยด้วยซ้ำ แม้กระทั่งในช่วงที่ทีมเล่นแย่ เขาก็ไม่ต้องไล่บอลมากขนาดนี้จริงๆ

เอาเป็นว่า ก็เอาใจช่วยแล้วกันค่ะ ขอให้เขาได้เล่นบอลได้ง่ายกว่านี้ ยิงประตูได้มากกว่านี้ แต่อย่ามายิงหงส์นะ หุหุ

สำหรับนักเตะของเราเอง ที่ก็ต้องการกำลังใจไม่แพ้กัน อย่างแอนดี้ แคร์โคลล์ ...อยากจะบอกว่า เราไม่ต้องสงสาร หรือเหนื่อยแทน หรือเห็นใจอะไรเขาเลย เพราะเราจะอยู่เคียงข้างเขาเสมอไปในทุกๆนาทีที่เขาสวมชุดสีแดงเพลิงและมีตราสโมสรลิเวอร์พูลอยู่บนหน้าอก และสำหรับนัดนี้ ถ้าไม่นับการพลาดจุดโทษ เราพอใจกับฟอร์มของเขามาก แม้จะยิงประตูไม่ได้ แต่เขาเก็บบอลได้ จ่ายบอลให้เพื่อนได้ทำเกมรุกต่อไป เรียกได้ว่า เล่นได้เป็นประโยชน์ต่อทีมแล้ว

อีกคนที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้ ...แน๊ คิดว่า ท่านเทพหรือคะ จะพูดถึงเบลลามี่ต่างหากค่ะ การกลับมาของเบลเลอร์ครั้งนี้เป้นการมาด้วยใจล้วนๆ และจากประสบการณ์ของเขา ใจที่นิ่งขึ้น มันเป็นประโยชน์กับทีมมากจริงๆ 2 แอดซิสของเขา คงจะอุทิศให้กับแกรี่ สปีด...เพื่อนและเจ้านายผู้จากไปอย่างไม่มีวันกลับ ขอไว้อาลัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

สุดท้าย มาต้าจ๊ะ อย่าลืมไปขอขมาท่านเทพลูคิอัสนะ ทำให้ท่านเทพเจ็บ ถึงจะไม่ตั้งใจ แต่ไปขออภัยท่านเทพเสียหน่อยจะดีกว่า...ไม่เชื่ออย่าลบหลู่นะ อิอิ

YNWA.

แก้ไขเมื่อ 30 พ.ย. 54 23:25:16

 
 

จากคุณ : howk_ky
เขียนเมื่อ : 30 พ.ย. 54 22:59:14




ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com