Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com  


 
+++ Thailand only +++ ติดต่อทีมงาน

ไม่แน่ใจว่าใครหรือคนในวงการไหนเป็นคนบัญญติคำว่า “Thailand only” ขึ้นมาให้ได้ยินกัน แต่ถือว่าค่อนข้างโดนใจที่เดียวครับ

           หลายๆสิ่งหลายๆอย่างรอบๆตัวเรามีอะไรที่เข้าข่าย “Thailand only” หรือ “มีแค่ที่เมืองไทย” อยู่เยอะเหมือนกัน

           รวมถึงวงการฟุตบอลไทยที่มีเรื่องในทำนอง “Thailand only” อยู่มากมายไม่น้อย

           เรื่องดีๆในระดับ “Thailand only” นั้นมีอยู่มากทั้ง “มิตรภาพแฟนบอล” ที่คงไม่มีลีกไหนในโลกให้แฟนบอลทั้งสองทีมมาแลกของที่ระลึกกันกลางสนาม

           แฟนบอลไทยยังมีโอกาสใกล้ชิดกับนักฟุตบอลได้มากกว่าลีกใดๆในโลก ประมาณว่าสามารถเข้าประชิดตัวขอถ่ายรูปหรือล่าลายเซนต์ได้แบบสนิทสนม

           เรื่องอื่นๆในด้านดีที่เป็น “Thailand only” ก็น่าจะมีอยู่อีกเยะแต่นึกไม่ค่อยออก เพราะดูเหมือนว่าเรื่องในทำนอง “ไม่เข้าท่า” จะมีมากว่า

           ไล่มาตั้งแต่ฟุตบอล “เอฟเอคัพ” ที่คงไม่มีชาติไหนในโลกสามารถจัดการแข่งขันได้เหมือนกับที่เมืองไทย

           ฟุตบอลเอฟเอคัพของไทยเหนือชั้นกว่าทุกชาติสามารถดำเนินการจัดแข่งขันแบบ “เตะ 3 รอบได้ใน 1 สัปดาห์”

           ตามโปรแกรมที่ระบุออกมาฟุตบอลเอฟเอคัพของไทยปีนี้จะเตะกัน 3 รอบตั้งแต่รอบ 8 ทีมสุดท้าย รองรอบรองชนะเลิศ และชิงชนะเลิศเสร็จใน 7 วัน

           เกมรอบ 8  ทีมสุดท้ายจะเล่นในวันที่ 4 มกราคม 2555 ก่อนที่จะเตะรอบรองชนะเลิศวันที่ 7 มกราคม 2555

           ส่วนนัดชิงชนะเลิศจะอุบัติขึ้นในวันที่ 11 มกราคม 2555 เรียกว่าแต่ละทีมจะมีเวลาพักแต่ละรอบแค่ไม่เกิน 3 วัน

            คงไม่มีลีกประเทศไหนทำได้อย่างเมืองไทยแน่ๆ แต่ที่เมืองไทยทำได้เพราะเราไม่มีระบบการจัดการแข่งขันที่มีมาตรฐาน

           ฟุตบอลเอฟเอคัพกลายเป็น “ลูกเมียน้อย” ที่ถูกจับโยกไปเตะตอนไหนก็ได้ตามอำเภอใจของผู้ที่มีอำนาจ

           เหตุเป็นเพราะฟุตบอล “ลีกคัพ” ดูจะได้รับความสำคัญมากกว่า อาจจะเป็นเพราะเรื่อง “สปอนเซอร์” หรือเม็ดเงินที่คนจัดได้รับแบบอู้ฟู่มากกว่า

           จริงๆแล้ว “ลีกคัพ” น่าจะถูกจับอยู่ในความสำคัญระดับ 3 รองจากไทยพรีเมียร์ลีกและเอเอฟคัพที่เป็นถ้วยหลัก

           แต่ที่นี่เมืองไทย ฟุตบอลถ้วยระดับที่ 3 แท้กลับเสียงดังกว่ารายการอื่น เวลาอยากจะจัดแข่งขันหรือย้ายโปรแกรมแข่งขันก็ทำได้เต็มที่

           ย้ายไปย้ายๆมาไม่สนใจจะไปกระทบต่อลีกหรือถ้วยไหน สุดท้ายผลกรรมเลยมาตั้งอยู่ที่ถ้วยหลักที่ต้องมากระจุกอยู่ท้ายฤดูกาล

           นอกจากจะมีความ “Thailand only” ที่เอฟเอคัแล้วไทยพรีเมียร์ลีกและทีมชาติไทยก็ไม่น้อยหน้าเช่นกัน

           ถึงตรงนี้ บจก.ไทยพรีเมียร์ลีก ยังไม่ออกมายืนยันว่าเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาลจะเลือนไปปิดในวันที่ 14 มกราคม 2555

           แต่ดูตามโปรแกรมเอฟเอคัพที่ระบุไว้แล้วเชื่อเถอะว่าเกมไทยพรีเมียร์ลีกจะไม่ได้ปิดฤดูกาลในวันที่ 7 มกราคมตามที่เคนคุยกันไว้แน่ๆ

           แต่ที่มันน่าตลกแบบ “Thailand only” คือหลังจบไทยพรีเมียร์ลีกในวันที่ 14 มกราคมแล้วนักเตะทีมชาติไทยจะมีคิวเล่นต่อทันทีในวันถัดไป

           สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยประกาศออกมาชัดเจนว่าฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์คัพ” ครั้งที่ 41 จะดวลแข้งระหว่างวันที่ 15-21 มกราคม 2555

           ถ้าโปรแกรมเป็นไปตามที่ “บังยี” วรวีร์ มะกูดี ระบุเอาไว้ นั้นหมายความว่านักเตะที่เล่นลีกจบปุ๊ปจะต้องต่อด้วยคิวเตะทีมชาติไทยทันที

           ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ “วินนี่” วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือชาวเยอรมันจะเอาเวลาที่ไปไหนไปเรียกนักเตะมาฝึกซ้อม เพราะเกมลีกยังไม่จบ

           หรือจะมีแค่ “Thailand only” เท่านั้นที่สามารถทำเยี่ยงนี้ได้

           ดูแล้วน่าตลกจริงๆครับ น่าตลกตรงที่ว่าฟุตบอล “คิงส์คัพ” ถูกเลื่อนมาจากต้นปีแท้ๆ แต่ทำไมจัดให้ลงล็อกแบบลงตัวไม่ได้หรือ

           ที่ทำงานของ “บังยี” และ ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง ประธานบจก.ไทยพรีเมียร์ลีกก็ใช่จะอยู่ห่างไกลกัน ทำไมไม่ปรึกษากันให้ดี

           พอมีข่าวออกมาแบบนี้แฟนบอลเลยตลกแบบหัวเราะทั้งน้ำตาว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับวงการฟุตบอลประเทศนี้ ทำไมถึงมีเรื่องไม่เข้าท่าเกิดขึ้นแบบต่อเนื่อง

           ส่วน “Thailand only” เรื่องสุดท้ายที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้หนีไม่ห้นกรณีของ “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ - พีอีเอ ที่กำลังจะแยกทางกับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

           ประเด็นนี้เป็นข่าวดังมานานแล้ว แต่ยังไม่มีการยืนยันที่ชัดเจน ทำให้ยังมีข่าวลือลอยสะพัดในวงการฟุตบอลไทย

           ทั้งข่าวลือที่ว่า “พีอีเอ” จะย้ายไปอยู่กับทีมโน้นทีมนี่ ไม่ว่าจะเป็น เชียงใหม่ - พีอีเอ หรือล่าสุด นครปฐม - พีอีเอ ซึ่งถึงตรงนี้ยังไม่มีใครยืนยันว่าจริงหรือมั่ว

           แต่ที่น่าสนใจคือเรื่องของ “สิทธิ์ไทยพรีเมียร์ลีก” ที่ยังไม่มีคำตอบออกมาอีกเช่นกันว่าสิทธิ์จะอยู่กับใคร

           ความคิดเห็นเรื่องนี้แตกออกมาเป็น 2 ฝ่ายอย่างชัดเจน บ้างก็ว่ายังไงสิทธิ์ตกเป็นของ บุรีรัมย์ ที่ถือหุ้นมากกว่า

           บ้างก็ว่าสิทธิ์ต้องเป็นของ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ในฐานะ “สโมสรสมาชิกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย”

            เรื่องนี้เถียงกันคงไม่จบ เอาเป็นว่ารอดูบทสรุปเอาแล้วกัน แลตอนจบของเรื่องนี้นี่ละที่ทำท่าจะเข้าสูตร “Thailand only” อีกเหมือนกัน

           กรณีนี้เคยมีบางสื่อนำเสนอเรื่องราวเบื้องลึกไปบ้างแล้ว พอดีว่าผมเพิ่งไปได้ยินกับหูตัวเองมาเหมือนกันเลยช่วยตอกย้ำว่า..ถ้าจะจริง

           บทสรุปของกรณีตามที่ได้ยินมา ว่ากันว่า บุรีรัมย์ ของ “เสี่ยเน” เนวิน ชิดชอบ จะได้สิทธิ์ไปเตะแชมเปี้ยนลีก เนื่องจากถือหุ้นใน บริษัทฟุตบอลบุรีรัมย์ - พีอีเอ มากกว่า

           ถ้าอธิบายให้เข้าใจง่ายๆก็คือ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หมดสิทธิ์จะไปต่อสู้อะไร เพราะตอนที่รวมทีมกันมาเหลือ “หุ้นลม” แค่ 30 เปอร์เซนต์เท่านั้น

           ถามต่อว่าถ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หมดสิทธิ์ใดๆแล้วก็หมายความว่า “พีอีเอ” หมดสิทธิ์ที่จะไปผูกกับทีมไหนได้อีกหรือเปล่า เนื่องจาก บุรีรัมย์ ยึดสิทธิ์ไปแล้ว

           ข่าววงในบอกว่ากรณีนี้จะมีทางออกด้วยการที่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จะได้สิทธิ์ส่งทีมเข้าร่วมแข่งขันจาก บุรีรัมย์ ที่ได้แชมป์ดิวิชั่น 1 ไปเป็นการทดแทน

           พอได้ยินอย่างนี้เขาก็ต้องตลกแบบขำไม่ออกอีกละครับ คงจะมีแค่ “Thailand only” จริงๆที่สามารถสลับสับเปลี่ยนสิทธิ์ทำทีมกันได้แบบตามอำเภอใจอย่างนี้

           แต่บอกไว้ก่อนนะว่า สหพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือ “เอเอฟซี” น่ะดูแลวงการฟุตบอลทั้งเอเชียแบบมาตรฐานเดียวกันไม่ได้ยกเว้นเมืองไทย

           ดังนั้น “Thailand only” ที่ทำให้แฟนบอลไทยหัวเราะแบบปนสังเวจอย่างนี้ก็อาจจะไม่ใช่เรื่องตลกของ “เอเอฟซี”

           ไม่แน่ว่าบางทีฟุตบอลไทยอาจจะหัวเราะไม่ออกกับพฤติกรรม “Thailand only” แบบนี้ก็เป็นได้




*** บับเบิ้ล..บ้าบอล "นักเลงฟุตบอล" 10 ธ.ค.55 ***

http://www.oknation.net/blog/bubble/2011/12/11/entry-2#.TuRzcFA4Sko.facebook

จากคุณ : Mr.Thirty-one
เขียนเมื่อ : 12 ธ.ค. 54 00:13:57




ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com