 |
โอ้โห สุดยอด
เป็นการเขียนระบายที่ฮาและครื้นเครงดีนะ
แต่ใจเย็นๆ ครับ ผมว่ายังเร็วไปมากที่จะกาชื่อซิตี้ตอนนี้ ส่วนตัวยังเชื่อลึกๆ ว่าซิตี้ยังมีโอกาสเป็นแชมป์ และจริงๆ ก็น่าจะใกล้เคียงกับแชมป์เก่าอย่าง แมนฯยูไนเต็ด ด้วยซ้ำ
ฝั่งยูไนเต็ดตอนนี้เราห่วงจริงๆ 2 เรื่องคือ
1. ตัวเจ็บเยอะ
2. โปรแกรมนอกบ้าน - ที่ต้องไปเยือนทั้ง เชลซี, ซิตี้, อาเซน่อล, สเปอร์ และ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ดเข่นเอาชนะทั้ง เชลซี, อาเซน่อล และ สเปอร์ มาได้ในช่วงต้นฤดูกาลที่ฟอร์มดูจะยังเป๋ๆ ยิ่งที่สำคัญคือเกมกับ ซิตี้ ที่วัดแต้มกันโดยตรง และถ้า SAF ยังหาทางกลับจากเกม 1-6 ไม่ได้งานนี้ก็อาจมีงานช้างอีกก็ได้
ส่วน ซิตี้ เองผมไม่ได้ติดตามดูฟอร์มเลยยังช่วยวิเคราะห์ไม่ได้เลยครับ 
ส่วนตัวยังมองว่า ซิตี้ น่าจะแฮปปี้แล้วกับสถานะในตอนนี้เมื่อมองว่านอกจากจะต้องขับเคี่ยวกับแชมป์เก่าอย่างผีแดงแล้ว สถานะของพรีเมียร์ลีกหลังๆ มานี้เคี่ยวกว่าเดิมก็ว่าได้ หลายๆ ปีที่ผ่านมาทีมลุ้นแชมป์ต่างพากันสะดุดทำแต้มตกกับทีมเล็ก-กลางกันเยอะ
ปีที่แล้วแมนฯยูไนเต็ดทำแต้มได้ 80 แต้มเป๊ะซึ่งถือว่าค่อนข้างน้อย เสมอไปถึง 11 และแพ้อีก 4
โดยในเดือนเดียวกันนี้คือเดือนธันวาคม ฤดูกาลที่แล้ว แมนฯยูไนเต็ด เป็นจ่าฝูงโดยไม่แพ้ใคร แต่เสมอไป 8 นัดเก็บได้แค่ 38 คะแนน (ในขณะที่ตอนนี้เก็บไปแล้ว 45 คะแนน)
ส่วนอันดับสองในช่วงเวลาเดียวกันนี้ของปีที่แล้ว ไม่ใช่ใคร ก็ ซิตี้ นี่ล่ะครับ โดยมี 38 แต้มเท่าจ่าฝูง แมนฯยูไนเต็ด แต่แข่งมากกว่า 2 นัด
ทีนี้เมื่อมองในปีนี้ที่ ซิตี้ เก็บแต้มได้ 45 คะแนนจาก 18 นัด เทียบกับ 38 คะแนนจาก 20 นัด ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ของปีที่แล้ว ก็ต้องถือว่ามีพัฒนาการพอสมควรเลยล่ะครับ :D ยิ่งผลงานที่อย่าว่าแต่ ซิตี้ แต่แทบไม่เคยมีทีมไหนบุกมาถล่มแชมป์เก่าไปยับเยินแบบนั้น ยิ่งเหมือนเป็นการประกาศศักดา "กรุมาแว้วว!"
- อีกเรื่องที่ ซิตี้ จะถือว่าโชคดีหรือไม่ก็ต้องชมทีมงาน scout และ มันโช่ ด้วยก็คือ "ความสำเร็จในตลาดซื้อขายนักเตะ" ที่แม้จะใช้เงินไปเยอะแต่ผลตอบแทนที่ได้มามันคุ้มค่า
แฟนบอลคงไม่บ่นเรื่องใช้เงินเยอะถ้านักเตะที่ซื้อมานั้นคุ้มค่า ซิตี้ เสียอดีตตัวโคตรหลักอย่าง เตฟ ไป ซึ่งปกติคงจะต้องใช้เวลากันหลายปีกว่าจะหาใครขึ้นมาแทนที่ได้ในระดับเดียวกัน แต่แค่ฤดูกาลถัดมา กุน อกูเอโร่ ก็ตอบแทนค่าตัว 38 ล้านปอนด์ได้โคตรคุ้มค่า จากทีแรกที่ได้ยินข่าวซื้อ กุน กับค่าตัวระดับนี้แฟนบอลต่างครางฮือกันเป็นแถว ตอนนี้ยิ้มสบายใจ โดยเฉพาะถ้าเทียบชัดๆ กับความล้มเหลวของ ตอเรส และ แคโรล ที่ค่าตัวมหาศาลทั้งคู่แต่ยังแทบไม่ได้ตอบแทนต้นสังกัดและยังไม่รู้ด้วยว่าจะตอบแทนเมื่อไหร่
ซิลบา ปีก่อนที่เหมือนจะเงียบๆ ไปหน่อย แต่ปีนี้ก้าวขึ้นมายึดหัวหาดมิดฟิลด์ตัวรุกอันดับต้นๆ ของลีกอย่างสบายๆ คนที่ปั้นเกมได้ดีกว่าเขาในลีกนี่แทบหาไม่มี ที่ใกล้เคียงหน่อยก็อาจมีแค่ ฮวน มาตา หรือ ราฟาเอล ฟานเดอร์ฟาท กระมัง
เอดิน เซโก้ ที่ย้ายมาตั้งแต่ปีใหม่ที่แล้ว หวุดหวิดจะเข้าแก๊งค์สากราคาแพงไปอีกคน แต่พอเริ่มฤดูกาลใหม่ก็กลับระเบิดฟอร์ม เล่นดี ยิงกระจายเสียอย่างนั้น
ก็อย่างที่บอก ถ้าจะมีปัจจัยอะไรที่ทำให้ ซิตี้ เข้าป้ายคว้าแชมป์ลีกได้จริงๆ ส่วนหลักเลยก็คงเป็นความสำเร็จในการช้อปปิ้ง ก็อย่างที่บอกไปแล้ว ไม่แปลกและไม่ผิดที่ ซิตี้ จะพยายามก้าวกระโดดด้วยพลังเม็ดเงิน แต่มันสำคัญที่ว่าเม็ดเงินที่ใช้ไปมันคุ้มค่า ตอบแทนเราได้หรือปล่าว ซึ่งตำแหน่งจ่าฝูงร่วมก็ตอบคำถามนี้ได้ดี
ถ้ามองในเรื่องของความสำเร็จระยะสั้น ภายในปีนี้หรืออีก 2-3 ปีจากนี้ ซิตี้ ก็ดูจะมีพละกำลังที่จะขับเคี่ยวได้สบายๆ เพียงแต่ต้องดูต่ออีกว่า ซิตี้ จะแบกรับแรงกดดันจากรอบด้านไม่ว่าจะ
แท็คติค ที่ต้องยืดหยุ่นและเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์
การบริหารกลุ่มนักเตะ ความสัมพันธ์ภายในสโมสร
และ หรือการแบกรับแรงกดดันของทั้งตัวนักเตะและตัวผจก.เอง ที่ทีมอย่าง เชลซี, อาเซน่อล และ แมนฯยูไนเต็ด เองเผชิญมาตลอดหลายปี ซึ่งเรื่องนี้มันไม่มีทางลัดด้วย แต่ต้องอาศัยประสบการณ์
แต่ถึงไม่ค่อยมีประสบการณ์ก็อาจสามารถคว้าแชมป์ได้ อย่างชุดเด็กผี Class of 92 ที่อายุน้อยกันทั้งก๊วน แต่มีผจก.และนักเตะรุ่นเก๋าคอยประคองช่วยบ้าง
ในระยะยาวก็คงอย่างที่บนๆ บอกว่า มันโช่ หรือตัวสโมสรเองมีแผนจะทำทีมในระยะยาวต่อไปเพื่อสานต่อความยิ่งใหญ่อย่างไร เชลซี ทำให้ดูแล้วว่าไม่ได้ทุ่มแต่เงินอย่างเดียวแต่ยังพยายามคงความสำเร็จที่สร้างมาอย่างรวดเร็วนั้นไว้ด้วย
เรื่องระยะยาวคงยังพูดอะไรไม่ได้มากและต้องดูกันต่อไป แต่ ณ เวลานี้ฤดูกาลนี้ก็ต้องชมว่า ซิตี้ ก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งแย่งแชมป์ได้อย่างเต็มตัวจริงๆ
จากคุณ |
:
art_sarawut
|
เขียนเมื่อ |
:
29 ธ.ค. 54 17:32:38
|
|
|
|
 |