Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com  


 
TIA Column : การกลับมาอันน่าตื่นตาตื่นใจของกัปตัน ^ ^ ติดต่อทีมงาน

ก่อนอื่นต้องขอสวัสดีปี 2012 ก่อน อิอิ และถือโอกาสนี้อวยพรเพื่อนๆในสังคมศุภชลาศัยแห่งนี้ด้วยว่า ขอให้ทุกท่านจงประสบสิ่งดีๆในปีใหม่นี้ มีสติและกำลังใจอันเข้มแข็งที่จะคิดและทำในสิ่งที่ดีๆให้แก่ตัวเอง ครอบครัว รวมไปถึงสังคมและประเทศชาติ ไม่ว่าจะมีปัญหาอะไรเข้ามาในชีวิตเรา สติคือที่พึ่งที่ดีที่สุดที่เราจะสามารถมีได้ เพราะสติทำให้เรารู้ตัว รู้ตน ดังนั้น เราจะมองเห็นโลกตามความเป็นจริง และไม่หลงผิดไปกับสิ่งไม่ดีทั้งปวง ...เอาล่ะ กลับมาเข้าเรื่องกันค่ะ คราวนี้ ขอเขียนถึงเกมเสมอ BB กับเกมชนะนิวคาสเซิลเท่านั้นนะคะ เกมแพ้ฟูแล่ม ไม่ได้ดู เลยไม่อาจจะวิจารณ์อะไรได้ แต่ก็ได้ยินเสียงกระซิบมาอยู่ว่า เล่นดีแล้ว แต่...นั่นแหละ อย่าไปพูดถึงมันเลยค่ะ เสียอารมณ์เปล่าๆ

เกมกับ BB นี่ก็ออกจะเสียอารมณ์พอกันนะ เออ...ขออนุญาตเรียก BB แทนแบล็คเบิร์นนะคะ เพราะมันพิมพ์ง่ายกว่า อิอิ อุ๊ย เดี๋ยวนอกเรื่อง กลับมาที่เกมกับ BB ก่อนค่ะ ก็หวังเต็มที่แหละว่าจะชนะ ก็เล่นกับทีมบ๊วย ไม่ได้ดูถูกเค้านะ แต่เราก็ต้องเชื่อมั่นในทีมของเรา และที่สำคัญเล่นในบ้านด้วย คือ การไม่ชนะในบ้านหลายนัดติดกัน มันก็ทำให้นักเตะกดดันพอสมควร แต่ก็ยังคิดว่า เราน่าจะเอาชนะความกดดันได้นัดนี้แหละ เพราะแว่วๆมาว่า กัปตันอาจจะมีชื่อเป็นสำรอง ซึ่งก็มีจริงๆ มันเป็นสัญญาณที่ดี หลังจากต้องพักฟื้นจากการผ่าตัด พอใกล้จะหาย ดันมาเกิดแผลติดเชื้ออีก หลังจาก Comeback ครั้งแรก ได้เป็นตัวจริงเพียงแค่ 2 นัดก็เกิดมาเจ็บจากอาการติดเชื้อที่ข้อเท้า เรียกได้ว่าเป็นปีเคราะห์ซ้ำกรรมซัดของเจอร์ราร์ดจริงๆ น่าจะเป็นเกมที่ดีของเรา แต่ชาร์ลี อดัม ดันสกัดบอลเข้าประตูตัวเอง แม้ลิเวอร์พูลจะยิงคืนได้แต่ก็ยิงเพิ่มไม่ได้ แต่สิ่งดีๆในเกมก็ยังมี นั่นคือ การกลับมาของเจอร์ราร์ด

20 นาทีในสนามของกัปตันเป็น 20 นาทีที่คุ้มค่าแก่การรอคอยมาก แม้จะยังไม่ได้มีส่วนทำให้ทีมได้ประตู แต่ก็ทำให้เกมรุกของทีมดูคึกคักและมีชีวิตชีวาขึ้นมาก จะเสียดายก็ลูกยิงท้ายเกมของแคร์โรลล์ที่มันใกล้เคียงเอามากๆ แบบ "ไม่เข้าได้ยังไง" และลูกโหม่งที่โดนสกัดจาดเส้นประตู ยอมรับเลยว่า มันเป็นช๊อตที่ติดตา ติดใจจริงๆ

มาถึงเกมกับนิวคาสเซิล ยอมรับว่า ออกจะรู้สึกปลงๆนิดหน่อย ทำนองว่า ผลจะเป็นยังไงก็ช่างมันเถอะ เพราะแอบงมงายเล็กๆว่า หรือปี 2011 จะเป็นปีที่ไม่ดีนักสำหรับทีม เหลืออีกนัดเดียวก็แข่งให้มันจบๆไป แล้วปีหน้าว่ากันใหม่ แถมทีมยังขาดซัวเรซจากโทษแบนอีก และเริ่มเกมมา ลิเวอร์พูลเล่นไม่ดีนักด้วยซ้ำ ถึงจะมีโอกาสเข้าทำมากกว่า และนักเตะทุกคนก็เก็บบอลกันค่อนข้างดี แต่มันกลับดูตื้อๆตันๆ บอลไม่ถึงแคร์โรลล์ หรือบางทีก็เปิดไม่แม่นเอาเสียเลย ชาร์ลี อดัม ก็ดูลุกลี้ลุกลน เล่นไม่นิ่ง เสียบอลง่าย จ่ายบอลไม่ดี บางจังหวะชอบฝืนไปเอง แล้วสุดท้าย เราก็มาเสียประตูจนได้จากจังหวะโยนบอลเข้าเขตโทษของนิวคาสเซิล แล้วบอลดันไปตกที่หัวไหล่แอกเกอร์ที่ประกบ เดมบ้า บา อยู่ เปลี่ยนทางเข้าประตูไปซะงั้น ...เซ็งเลยสิคะ เจอแบบนี้ แต่มันแอบชินนะ กับความซวยที่รู้สึกมาเยือนบ่อยเหลือเกิน น่าท้อใจมั้ยล่ะ

แต่ถึงกระนั้น สิ่งที่ดีที่สุดสิ่งหนึ่งที่นักเตะลิเวอร์พูลชุดนี้มี คือ ความมุ่งมั่นตั้งใจ พวกเขาคงจะท้อบ้างแหละ ไอ้การยิงประตูชนเสาและคาน 17 ลูก พลาดจุดโทษ 4 ลูก แล้วยังเสียประตูแบบงงๆ มันไม่ใช่เรื่องปกติเลย เราเป็นแค่กองเชียร์ ยังเซ็ง ยังท้อ คนลงไปวิ่งในสนามมันก็คงต้องมีอารมณ์นั้นบ้าง แต่พวกเขาถูกฝึกมาให้เก็บความท้อนั้นลงไปให้ลึกสุดใจ แล้วตั้งหน้าตั้งตาเล่นในเกมของตัวเองต่อไป พยายามให้มากขึ้น สู้เพื่อเอาประตูคืน ซึ่งมันก็ได้มาจากการบุกกดดันอย่างต่อเนื่อง ต้องชมเบลลามี่ที่ยิงได้ดีมากในจังหวะนั้น

ก็อย่างที่บอกแหละค่ะ นัดนี้ ชาร์ลี อดัม ดูร้อนรนจนเล่นพลาดเยอะ มีชีอตไปเตะเสาประตูด้วย 555+ คิง เคนนี่เลยจัดการเปลี่ยนตัวกัปตันลงมาแทนในนทีที่ 59 (นัดนี้เปลี่ยนเร็วนะ อิอิ) และพอเจอร์ราร์ดลงมาเท่านั้นแหละ ความแตกต่างก็เกิดขึ้น ในขณะที่อดัมจ่ายบอลพลาดในหลายๆจังหวะ และดูมุ่งมั่นเกินเหตุ เจอร์ราร์ดกลับเก็บบอลได้ดีกว่า ใจเย็นกว่า และจ่ายบอลให้เพื่อนได้เปรียบมากกว่า กัปตันอาจวิ่งไม่เยอะ แต่อ่านเกมขาด หาพื้นที่ได้ดี

สำหรับลูกยิงขึ้นนำ ต้องชมแอกเกอร์ที่เลี้ยงตะลุยขึ้นมาเรียกฟาล์วได้ และเบลลามี่รับอาสายิง และมันก็เป็นการยิงที่ยอดเยี่ยม แอนดี้ แคร์โรลล์วิ่งมาบังทางผู้รักษาประตูนิวคาสเซิลทำให้กะจังหวะผิด ชนกับกองหลังแทนที่จะคว้าบอลได้ แต่ไฮไลท์มันมาอยู่ที่ประตูที่ 3 ค่ะ อิอิ เป็นจังหวะทุ่ม หลังจากที่เดิร์ก เค้าที่ลงไปเป็นตัวสำรองตัวที่สองวิ่งบีบพื้นที่จนนักเตะนิวคาสเซิลจ่ายบอลออกข้างสนามไป สเปียริ่งเก็บบอลได้จากการทุ่ม แทงทะลุช่องให้เฮนเดอร์สัน ที่คงเห็นว่ากัปตันว่าทะลุขึ้นมา ก็เลยจิ้มต่อให้หลุดเดี่ยวไปดวลกับผู้รักษาประตู ทั้งๆที่มุมยิงแคบเอามากๆ แต่เจอร์ราร์ดก็รอจังหวะตวัดบอลด้วยซ้ายลอดขาผู้รักษาประตูเข้าไป ...กรี๊ดลั่นห้องสิคะ

แถมยังมีการวิ่งมาแตะมือกับคิง เคนนี่ แล้วจูบแก้มน้องเฮนโด้อีก 555+

เป็นภาพที่ประทับใจและขนลุกเอามากๆ ที่ประทับใจน่ะ คือตอนแตะมือกับคิง เคนนี่ แต่ที่ขนลุกน่ะ คือตอนหอมแก้เฮนโด้ เท่านั้นไม่พอ ยังเปิดบอลได้ลุ้นเอามากๆ เรียกได้ว่า ลงมาปั้นแคร์โรลล์โดยเฉพาะ แต่ก็นะ มันมาอีกแล้ว น้องคาน...ยังกับนัดไว้ เพราะแคร์โรลล์ขึ้นโขกชนคานเต็มๆ เป็นลูกที่ 18 ของฤดูกาลนี้ อืมมม...ช่างตามมาหลอกหลอนกันดีแท้

อุ๊ยยยย ไม่พูดถึงจังหวะสกัดลูกยิงจากเส้นประตูของสเคอเทลคงไม่ได้สินะ เป็นจังหวะตกใจมาก คิดว่าลูกหายไปในประตูแล้ว แต่พี่ปลาคราฟโผล่มาตวัดออกไปได้ โล่งเลยค่ะ โชคดีจริงๆที่ไม่เสียประตูนั้น ไม่งั้นไม่รู้จะกลับมาอีกได้มั้ย

การกลับมาของเจอร์ราร์ดคราวนี้ดูดีเอามากๆ เขาดูฟิตเต็มที่ ส่วนเรื่องฟอร์มการเล่น เท่าที่เล่นไปราวๆ 50 นาทีของทั้งสองเกม อยากจะบอกว่า มันดีกว่าที่คาดไว้มากมายนัก เพราะปกติของนักเตะที่เพิ่งหายเจ็บ มักต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1-2 เกม ถึงจะเข้าที่เข้าทาง แต่นี่กัปตันแทบจะปรับตัวได้ทนที่ที่ลงสนาม ที่สำคัญ ดูเขาผ่อนคลายมากขึ้น เล่นฟุตบอลอย่างมีความสุขมากขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา ซึ่งเกิดจากบทเรียนครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตนักฟุตบอลของเขา บทเรียนจากอาการบาดเจ็บครั้งนี้มันสอนให้เขารู้ว่า ตัวเองรักอาชีพนี้ขนาดไหน และนี่คือบทสัมภาษณ์ถึงบทเรียนนั้นของกัปตันค่ะ

"การบาดเจ็บคราวนี้ทำให้ผมรู้สึกหวงแหนอาชีพนี้มากยิ่งขึ้น นักฟุตบอลจำนวนไม่น้อยที่ยังฟิตอยู่ตอนนี้ มองข้ามความโชคดีของพวกเขาที่ได้เกิดมาเป็นนักฟุตบอล ตัวผมเองก็เคยเป็น คุณไม่รู้หรอกว่ามันมีค่ามากกับตัวคุณขนาดไหนจนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อมันหนีไปจากคุณนาน 6 เดือน ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยนะว่าผมจะคิดถึงการเล่นฟุตบอลมากเพียงใดจนเมื่อผมไม่สามารถเล่นได้ ทุกวันนี้ ผมมีความสุขมากกับการไปซ้อมทุกๆวัน และจะพยายามสนุกกับช่วงเวลาที่เหลืออยู่ในอาชีพของผม"

และในเมื่อมันมีคุณค่ามากมายขนาดนี้ เชื่อได้เลยว่า กัปตันจะซึมซับทุกๆนาทีที่ได้ลงเล่น ทุกๆการสัมผัสบอล ทุกๆการจ่ายบอล ทุกๆการแทคเกิ้ล และทุกๆประตู ซึ่งเขาจะสร้างสรรค์มันขึ้นมาอย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ให้พวกเราทุกคนได้เห็น ได้ชื่นชม และมีความสุขร่วมกัน

ตื่นเต้นค่ะ กำลังจะได้เห็นผู้ชายสองคนที่มีความรักอย่างมากมายให้แก่สโมสรลิเวอร์พูลร่วมมือกันสร้างความสุขให้พวกเรา The kop ทุกคนได้สัมผัส แค่คิด กลิ่นหอมหวานของความสุขก็ลอยมาเตะจมูกแล้วค่ะ ^ ^

สุดท้ายนี้ สวัสดีปีใหม่ทุกคนค่ะ ขอให้เป็นปีที่ดีสำหรับลิเวอร์พูล อิอิ

 
 

จากคุณ : howk_ky
เขียนเมื่อ : วันปีใหม่ 55 01:40:41




ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com