TIA Column : 1 Year with King Kenny ...From A Liverpool fan.
|
 |
เพื่อนๆแฟนลิเวอร์พูลคะ ลองหลับตา แล้วนึกถึงความรู้สึกของคุณในวันนี้ เมื่อ 1 ปีก่อนดูสิคะ ว่าคุณรู้สึกยังไงบ้าง ตอนที่รู้ข่าวว่า คิง เคนนี่ ได้กลับมาเป็นผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลแล้ว ในวันที่เราไร้ซึ่งความหวัง อยู่ๆก็มีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์โผล่มาให้เห็นตรงหน้า และมันก็ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆว่า เขาคนนั้นได้กลับมาแล้ว กลับมาเป็นผู้จัดการทีมอันเป็นที่รักของเรา กลับมาทำภารกิจที่ยังไม่เสร็จสิ้นของเขา และเป้าหมายคือ สร้างความสุขให้แก่ The kop ทุกคนบนโลกใบนี้
บางทีเราอาจจะใช้ถ้อยคำดูโอเว่อร์ไป เพราะถ้าจะถามเราว่า เรารู้จักผู้ชายคนนี้ดีแค่ไหนกัน และอะไรทำให้เราเชื่อมั่น ศรัทธาในตัวเขามากขนาดนี้ เพ้อเจ้อรึเปล่า ...อาจจะใช่ก็ได้ค่ะ แต่เป็นการเพ้อเจ้อที่ทำให้เรามีความสุขมากเหลือเกิน วันนี้เมื่อ 1 ปีที่แล้ว เวลาประมาณ 4 โมงเย็น ซึ่งเรารู้ข่าวการกลับมาของเขา มันคือจุดเริ่มต้นของความสุขนานนับเดือน นานนับเดือนที่เหมือนลอยอยู่บนท้องฟ้า และจนถึงบัดนี้ เราก็ยังคงรู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่ได้ดูลิเวอร์พูลลงแข่งโดยมีผู้ชายที่ชื่อ เคนนี่ ดัลกลิช ยืนอยู่ข้างสนาม มีความสุขทุกครั้งที่ได้เห็นรอยยิ้มของเขา เราเคยถามตัวเองว่า คนคนเดียวจะเปลี่ยนอะไรได้ แน่นอนว่าทุกคนเห็นทีมที่เปลี่ยนไป ทั้งตัวนักเตะและรูปแบบการเล่น แม้จะยังไม่แสดงออกซึ่งผลลัพท์ที่เราทุกคนถวิลหา แต่มันก็ได้เห็นแนวโน้มที่ดีขึ้น แม้เราจะแอบรู้สึกอยากโทษฟ้าโทษดินโทษดวงมากไปนิดก็ตาม ถึงอย่างนั้น ที่เห็นและเป็นอยู่มันก็ดีกว่าฤดูกาลที่แล้วอย่างชัดเจน
และหากจะหาเหตุผลว่าทำไมเราถึงได้มีความเชื่อมั่น ศรัทธาในตัวคิง เคนนี่ ทั้งๆที่ไม่เคยได้ดูเขาเล่น ไม่เคยได้ดูเขาคุมทีม ไม่เคยสัมผัสอะไรเลยที่เขาเคยทำให้ทีม ที่รู้ก็มีแค่ข้อมูลที่เล่าต่อกันมา คลิปวิดีโอเก่าๆ บทสัมภาษณ์เก่าๆ และความเป็นคิง เคนนี่ ที่ทุกคนเรียกขาน ...เพียงแค่นี้หรือที่ทำให้เราเทหัวใจเชื่อมั่นในตัวเขาได้ ง่ายๆอย่างนี้เลยหรือ เราเคยถามตัวเองอย่างนี้นะ ถามและนั่งคิด ...อาจเป็นเพราะเขากลับมาในวันที่เราไร้ซึ่งความหวังที่สุด เราจึงได้ยึดเขาไว้เป็นหลักให้ใจมีความเชื่อ มีศรัทธา และไม่หมดหวัง หรือบางที ก็อาจเพราะแค่ความเป็น คิง เคนนี่ นี่แหละ เรารู้ว่า เขาก็เป็นเพียงคนธรรมดาคนหนึ่ง แต่คนธรรมดาคนหนึ่งที่ทำให้คนทั้งเมืองเรียกเขาว่า "คิง" มันไม่ธรรมดาแน่ๆ หรือบางที เราก็เห็นว่า เพื่อนๆที่มีหัวใจรักลิเวอร์พูลเหมือนเราต่างก็ยินดีปรีดาและมีความหวัง มีความสุขกับการกลับมาของเขา เราถึงได้รู้สึกอินไปด้วย มีความสุขไปด้วย และมีศรัทธาไปด้วย
คงเพราะอะไรซักอย่าง...
แต่ที่แน่ๆ มันเป็นความรู้สึกที่ดีมากจริงๆ เราไม่ได้คาดหวังอะไรเลยในวันนี้เมื่อ 1 ปีที่แล้ว ถ้าจะหวัง คงเป็นแค่ อยากจะเห็นทีมที่สู้แค่ตาย ทีมที่สู้จนกว่าเสียงนกหวีดจะดัง ทีมที่ไม่ถอดใจยอมแพ้ เพียงแค่นี้ที่หวังจากคิง เคนนี่ และเมื่อเราได้สัมผัสตัวตนของเขามากขึ้น อาจจะจากการสัมภาษณ์ จากการอ่านเรื่องราวของเขา มันก็ยิ่งทำให้เรายิ่งรู้สึกว่า เราทั้งหมดโชคดีแล้วที่มีวันนี้เมื่อ 1 ปีที่แล้ว
สำหรับ The kop คือความหวังที่เราได้รับจากผู้ชายคนนี้ และสำหรับคิง เคนนี่ คือโอกาสที่เขาต้องรอคอยมานานถึง 20 ปีเต็มๆ เราจะไม่พูดถึงการจากไปของเขา ณ ที่นี้ แต่เรากล้ายืนยันว่า เขาอยากกลับมาเป็นผู้จัดการทีมของเราตั้งแต่ 2-3 เดือนแรกที่ลาออกไป แต่มันไม่เคยเกิดขึ้น อาจจะเพราะการตัดสินใจของเขาเอง ที่ทำให้เขาต้องรอนานถึง 20 ปี ...ยังจำสีหน้า แววตาและรอยยิ้มในวันที่ 9 ม.ค. 2011 ที่สนามโอลแทรฟฟอร์ดของเขาได้มั้ยคะ มันทำให้ผลบอลแทบไม่มีความหมายสำหรับแฟนลิเวอร์พูลเลย (อย่างน้อยก็เราคนหนึ่งล่ะนะ)
และจากวันนั้นถึงวันนี้ คิง เคนนี่ ก็จัดการค่อยๆปรับปรุงทีมของเรา นักเตะคงเดิม แต่ไม่เคยเล่นเหมือนเดิมอีกเลย แม้จะขาดกัปตันทีมอย่างเจอร์ราร์ดไปอย่างยาวนาน ตอร์เรสขอย้ายทีม แคร์โรลล์มาพร้อมอาการบาดเจ็บและความกดดันกับค่าตัว แต่คิง เคนนี่ก็พาเราผ่านมันมาได้อย่างดี อาจไม่ได้ดีที่สุด แต่มันก็ดีเกินกว่าที่หลายๆคนคาดไว้ และกับฤดูกาลใหม่ การนำเข้านักเตะใหม่ๆ ระบบการเล่นที่เรียกได้ว่า น่าจะได้ใจแฟนหงส์ไปไม่น้อย เพราะมันคือความพยายามที่จะใช้ระบบ Pass & Move ระบบที่คิง เคนนี่ถูกสอนสั่งมา ระบบที่มันเคยอยู่คู่กับทีมเรามาตลอดจนกาลเวลาและความเปลี่ยนแปลงพรากมันไป แม้จะยังไม่ลงตัว แม้จะยังมีข้อบกพร่อง ทั้งในจังหวะจบสกอร์ที่ขาดความเด็ดขาด กองหลังที่บางทีเสียเอาง่ายๆเกินไปนิด บวกกับความแม่นเกินไปที่ล่อไป 18 เสา-คาน (เสียไปกี่แต้มฟร่ะเนี่ย -*-) แต่โดยส่วนตัว เราก็พอใจ และอยากดูทีมลงแข่งมากกว่าที่เคยรู้สึกมา
ยุคราฟา ถ้าทีมชนะ ก็อยากดู อยากเชียร์อีกเร็วๆ ถ้าเสมอหรือแพ้ จะแอบกลัวและแหยงๆไปหน่อยที่จะดูนัดหน้า พอมาถึงยุครอย ฮอดจ์สัน ถ้าชนะ ความรู้สึกเดียวที่เกิดคือโล่งใจ ถ้าเสมอหรือแพ้ ก็แทบไม่อยากดูนัดต่อไปเลย เพราะมันกลัวจะต้องเห็นทีมแพ้อีก แต่กับคิง เคนนี่ มันกลับอยากดูทุกนัด แม้แต่นัดที่ไม่ชนะ ก็ยังอยากดูอีก อยากเห็นทีมแก้มือ อยากเห็นความไม่ยอมแพ้ของทีม ...หลายๆนัดในฤดูกาลนี้ที่ทีมไม่ชนะ แต่เราไม่อาจจะด่านักเตะมากไปกว่า "ยิงประตูห่วย" หรือ "กองหลังพลาดง่ายๆ" ได้เลย เพราะทีมได้ทำทุกย่างมาดีหมดแล้ว สร้างสรรค์โอกาสมาก ครองบอลเยอะ แต่ทำพลาดในจังหวะสุดท้าย หรือไม่ก็แม่นเกินไป อ่อ...ขอบวกผู้รักษาประตูองค์ลงอีกนิดนึงด้วยได้มั้ย ทั้งหมดมันทำให้เราไม่รู้จะด่าอะไรนักเตะลิเวอร์พูลได้แล้ว แน่นอนว่ามันก็มีบางคนที่เล่นไม่ดีในบางนัด แต่มันก็ไม่ใช่การเล่นไม่ดีในระดับที่ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงกับทีม ...มันก็แค่เล่นได้ธรรมดา ไม่โดดเด่นก็เท่านั้น มันเลยทำให้เราค่อนข้างจะพอใจในวิถีทางการต่อสู้ของทีม จากนัดแรกที่เคยเล่นดีแค่ 45 นาที (นัดเจอซันเดอร์แลนด์) จนถึงวันนี้ เราคิดว่าทีมเล่นดีเกินกว่าเวลา 45 นาทีนะ มันทำให้รู้สึกว่า ...อีกนิดเดียว อีกนิดก็จะลงตัวแล้ว ก็ขอภาวนาขอให้นิดเดียวนั้นมาถึงเร็วๆนะคะ
นอกจากนี้ คิง เคนนี่ ยังทำให้ลิเวอร์พูลคือลิเวอร์พูล ลิเวอร์พูลจะไม่ใช่เจอร์ราร์ดอีกต่อไป เมื่อก่อน แฟนหงส์มักพูดว่า "ขาดพี่เจิด เหมือนขาดใจ" ต่อมาลามมาถึงตอร์เรส และเมื่อซัวเรซมา ก็เริ่มกลัวกันว่าจะเป็นอย่างนั้นมั้ย ณ วันนี้ เราต้องขาดซัวเรซไปอีก 6 นัด ก็คอยดูกันว่าจะขาดใจมั้ย ส่วนตัว มันไม่ถึงขาดใจหรอก อาจขาดอาวุธในการเข้าทำไปบ้าง แต่ไม่มีทางขาดใจแน่นอน เพราะเราไม่ใช่ "ทีม วัน แมน โชว์" อีกแล้ว ซ้ำนักเตะตัวสำรองก็ยังสามารถทดแทนตัวจริงได้เป็นอย่างดี อาจไม่ดีเท่าตัวจริง แต่ก็ดีพออย่างแน่นอน
1 ปีที่ผ่านมาของ คิง เคนนี่ เป็น 1 ปีที่อาจจะไม่ใช่ฟ้าทองส่องอำไพ แต่มันก็เป็น 1 ปีที่เราก็มีความสุขได้ในแบบของเรา ความสุขในแบบลิเวอร์พูลที่มาจากหนึ่งสมอง สองมือ และที่สำคัญที่สุด หัวใจหนึ่งดวงที่รักลิเวอร์พูลที่สุด หัวใจที่สำนึกอยู่เสมอว่า...
ALL...For My Liverpool Home
Thanks for come back...King Kenny Dalglish
แก้ไขเมื่อ 08 ม.ค. 55 17:45:09
แก้ไขเมื่อ 08 ม.ค. 55 17:30:58
แก้ไขเมื่อ 08 ม.ค. 55 17:27:30
จากคุณ |
:
howk_ky
|
เขียนเมื่อ |
:
8 ม.ค. 55 17:09:02
|
|
|
|