Kop คิด Kop ทอล์ค : [เก๋าก่อนเกม - เก่งหลังเกม]
"จากนักเตะฝึกหัดสโมสร"
สวัสดีครับเพื่อน เดอะค็อป ทุกคน ช่วงนี้มีแต่ข่าวดีดี แต่ที่เฝ้ารออยู่ตอนนี้ก็ึคงเป็นในเรื่องของตลาดนักเตะเปิดรอบ 2 หวังว่าทีมจะซื้อผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาเสริมทัพในเร็วนี้ๆ...หลายๆคนต่างคาดหวังในตัวผู้เล่นว่าอยากได้คนนั้น คนนี้ เข้ามาในทีม แต่เชื่อผมได้เลยครับว่า
"มุมมองของ ผู้จัดการทีม จะแตกต่างจากกองเชียร์ที่เฝ้าติดตามอย่างเราแน่นอน......แล้วบทสรุปในการซื้อ-ขายมักจะเซอร์ไพร์ กับนักเตะที่ได้มาอยู่เสมอ.....แต่เชื่อได้เลยครับว่า สุดท้ายเราก็จะหลงรักนักเตะคนนั้นไปเองด้วยคำว่า "ลิเวอร์พูล"
และนับเป็นข่าวดีทั้งแฟนบอลและทางสโมสรลิเวอร์พูล หลังเกมที่บุกเอาชนะแมนเชสเตอร์ซิตี้ได้ 1-0 ด้วยการยิงลูกโทษของ เจอร์ราร์ด ก็มีข่าวดีในวันต่อมาเมื่อกัปตันทีม สตีเว่น เจอร์ราร์ด จรดปากกาเซ็นสัญญาระยะยาวกับทางสโมสรและยังได้รับข้อเสนอให้เป็นฑูตสโมสรเมื่อเลิกเล่นอีก เป็นเรื่องที่น่ายินดีทั้ง 2 ฝ่าย ที่จะได้เห็นกัปตันทีมคนเก่งอยู่กับเราไปอีกนาน
"นี่เป็นสโมสรที่ผมรักและเป็นสโมสรที่ผมเชียร์ตั้งแต่ยังเด็ก ผมเหมือนใช้ชีวิตอยู่ในฝันเพราะได้เป็นกัปตันของหนึ่งในสโมสรที่ใหญ่ที่สุดในโลก"
อนาคตข้างหน้าใครจะไปรู้ว่าการที่เราได้เห็นนักเตะคนนี้วาดลีลาอยู่บนสนามในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าบางทีอาจจะได้เห็นเค้าอยู่ข้างสนามในมาด "ผู้จัดการทีม"ของลิเวอร์พูลก็ได้
สิ่งต่างๆที่เจอร์ราร์ดทำให้ลิเวอร์พูลนั้น ถ้าจะเขียนออกมาคงกล่าวไม่หมด เป็นนักเตะเยาวชนของลิเวอร์พูลที่ยังหลงเหลืออยู่ในตอนนี้ ซึ่งอีกคนก็คือ "เจมี คาราเกอร์"
นักเตะยุคใหม่ๆจะมีสักกี่คนที่อยู่รับใช้สโมสรได้นานขนาดนี้ ทั้งสภาพร่างกายฝีเท้าและความจงรักภักดีที่มีให้กับสโมสร......"โลกเปลี่ยนฟุตบอลก็เปลี่ยน" ทั้งความสำเร็จ เงินทอง มีส่วนเข้ามาเกี่ยวข้องกับความเป็นไปของนักฟุตบอล ความท้าทายความกระหาย ของแต่ละคนล้วนแตกต่างกันออกไป จะมีสักกีคนที่พร้อมจะรับใช้สโมสรจนกว่าจะแขวนสตั๊ดเลิกเล่นไป
ความผูกพันของนัีกเตะไม่ได้ใช้เวลาเพียงครู่เดียวก็สามารถทำให้นักเตะเหล่านั้นผูกพันได้ สิ่งเหล่านี้เกิดจากความรักความผูกพัน ยกตัวอย่างใกล้ๆ อย่างที่เราได้เห็นกันเมื่อไม่นานมานี้ "อองรี กับ สโคล์"
เมื่อยามที่สโมสรยากลำบาก นักเตะพร้อมจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือในสถาณการณ์ที่สโมสรยากลำบาก โดยเฉพาะนักเตะอย่าง สโคล์ ในความคิดผม มองว่านักเตะที่ลั่นวาจาออกมาโดยพูดว่า "แขวนสตั๊ด" เค้าต้องได้คิดและไตร่ตรองเป็นอย่างดีแล้วก่อนที่จะเลิกเล่นในสิ่งที่ตัวเค้าชอบมากที่สุึด และ ไม่มีทางกลับคำ
แต่ในยามทีสโมสรยากลำบากนักเตะเลือกทีจะกลับคำพูดตัวเองโดยไม่สนทิฐิหรือวาจาที่เค้าเคยกล่าวไว้ยื่นมือเข้ามาช่วยทีมในยามวิกฤตเป็นเรื่องที่น่ายินดีกับสโมสรเหล่านี้ ที่ทำให้นักเตะได้รู้ว่าสถาณที่ที่เค้าอยู่นั้นไม่ได้ต่างอะไรไปจากบ้านเค้าเลย
เจอร์ราร์ด คว้าแชมป์ต่างๆมากมาย ยิิงประตูสำคัญ งดงามที่น้อยคนนักจะเลียนแบบ และหวังว่าตราบใดที่เค้ายังมีแรงพอที่จะเล่นให้กับสโมสรแห่งนี้ ก็อยากที่จะเห็นกัปตันทีมคนนี้ได้ชูถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีคสักครั้งหนึ่ง มันน่าแปลกที่นักเตะระดับนี้ยังไม่เคยชูถ้วยในลีคของประเทศที่เค้าเล่นอยู่ และเค้าเลือกที่จะเล่นให้กับทีมลิเวอร์พูลต่อไป
แม้จะมีช่วงหนึ่งที่ทำให้เส้นทางของเค้าเกือบจะเกิดรอยแยก เมื่อ "โจเซ่ มูริญโญ่" ผู้จัดการทีมเชลซีในขณะนั้น ชื่นชอบฝีเท้า เจอร์ราร์ด หวังได้เข้ามาเป็น1ขุนพลสิงโตน้ำเงินคราม เจอร์ราร์ดกลับลำในวินาทีสุดท้ายเลยก็ว่าได้ก่อนที่เค้าจะเซ็นสัญญากับลิเวอร์พูลต่อไปในตอนนั้น
ไม่แต่เพียงเท่านั้น มูริญโญ่ ยังพยามดึงเจอร์ราร์ดไปร่วมทีมสมัยที่ไปคุมทีมอินเตอร์มิลาน และ ราชันชุดขาว รีลมาดริด แต่เจอร์ราร์ดก็เลือกที่จะเล่นให้กับลิเวอร์พูลต่อไป หากยังจำกันได้ดีเชื่อได้เลยว่า แต่ละคนนั้นแอบหวั่นไหวกับกัปตันทีมคนนี้และแทบจะอวยพรกันล่วงหน้าเพื่อหวังให้เค้าประสบความสำเร็จเมื่อเค้าต้องการย้ายออกจากลิเวอร์พูล ถึงแม้ไม่อยากจะสูญเสียผู้เล่นคนนี้ก็ตาม
และคำกล่าวของกัปตันคนนี้ทำให้ผมรู้ว่า ทำไมเค้าถึงรักสโมสรแห่งนี้และแฟนบอลต่างชื่นชอบเค้าไม่ใช่แค่ฝีเท้าของเค้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
เจอร์ราร์ดได้พูดว่า: "ถ้าให้ผมมองย้อนกลับไปผมพอใจจริงๆที่ผมตัดสินใจอยู่กับลิเวอร์พูลต่อไปพราะว่าผมเป็นส่วนหนึ๋งของทีมชั้นยอดของที่นี่และสามารถก้าวไปสู่ความสำเร็จ
ผมอาจคว้าถ้วยแชมป์หรือเหรียญรางวัลมากมายกับสโมสรอื่นๆ แต่ถ้าผมชนะแชมป์ลีกกับลิเวอร์พูลหรือถ้วยอื่นๆอีก 1-2 ถ้วยมันมีความหมายมากกว่าคว้าแชมป์มากมายกับทีมอื่นๆเพราะว่าผมสามารถมีความสุขร่วมกับครอบครัวของผม แฟนๆ ด้วยเหตุผลที่ว่าผมเป็นส่วนหนึ่งของพวกเขาตลอดกาล"
และอีกประโยคที่พูดว่า
"People say I have sacrificed myself by staying at Liverpool but I dont think thats the right word.
Playing for Liverpool and being the captain ... I wouldnt call that a sacrifice, I would call that living a dream."
"ผู้คนต่างพูดและกล่าวว่า ผมได้เสียสละตัวเองในการเล่นให้ลิเวอร์พูล ซึ่งผมคิดว่ามันไม่ค่อยจะถูกต้องนัก
สำหรับผมแล้วการได้เป็นกัปตันและได้ลงเล่นให้ลิเวอร์พูล มันไม่ใช่การเสียสละแต่อย่างใด...หากแต่เป็นการได้เดินไปและทำตามความฝันต่างหาก"
จากเด็กฝึกหัดนักเตะสโมสร ก้าวขึ้นมากลายเป็นนักเตะระดับโลกและตำนานผู้ยิ่งใหญ่ จะมีสักกี่ทีมกัน ที่มีผู้เล่นที่พร้อมจะทุ่มเทและจงรักภักดีสโมสรขนาดนี้ หากแต่ไม่ใช่เพียงคำพูดสวยหรูที่เค้าเคยกล่าวมาเพียงเท่านั้น ตำนานที่ยังคงมีชีวิตอยู่และโลดเล่นอยู่บนพื้นหญ้าสีเขียวที่แอนฟิลด์แห่งนี้ และอีกนานไหมที่ตำนานคนต่อไปที่เป็นชาว "สเกาเซอร์" จากนักเตะเยาวชนของสโมสร จะมารับช่วงต่อจากเค้าคนนี้ "กัปตัน สตีเว่น เจอร์ราร์ด"
Credit : คุณ Elastico ผู้เขียน
เอามาให้อ่านกันนะครับ