 |
บทที่ 4 ดับเบิ้ลแชมป์
(บทเตรียม)
เคยมีคำพูดหนึ่งที่ว่า การจะเป็นแชมป์ได้ว่ายากแล้ว แต่การรักษาแชมป์ให้ได้นั้นยากยิ่งกว่า
แต่สำหรับบัวขาวแล้ว ผมมีอีกคำพูดหนึ่งที่ว่า การได้แชมป์ว่ายากแล้ว แต่การถูกปล้นดับเบิ้ลแชมป์ แล้วกลับมาทวงคืนได้นี่สิ ที่สะใจกว่า
ดั่งคำพระท่านสอนไว้ เมื่อทุกสิ่งคือความว่าง ทุกอย่างจึงเกิดขึ้น ความว่างเปล่า ในปี 2005 นั้นมิใช่ความสูญเปล่า แม้มันไม่ได้สร้างความยินดี แต่เมื่อความยินร้ายได้จางหายไป ใจที่เป็นกลางก็เริ่มเผยตัวอุเบกขาให้ปรากฎ สมองที่เคยอื้ออึงจึงคลายโล่ง ใจที่เคยปกปิดจึงเปิดออก การคิดคำนึงถึงสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริงจึงเกิดขึ้น
สมองที่ว่าอื้อ ใจที่ว่าปิดนั้น ก็คือความสงสัยไปในความขัดแย้ง ระหว่างความเชื่อในใจลึกๆ ของตัวเองว่าถูกว่าชนะ กับสิ่งที่คนอื่นตัดสินให้มาว่าผิดว่าแพ้
มวยไทยเป็นศิลปะการป้องกันตัว เน้นการปัดป้องและการออกอาวุธเพื่อให้คู่ต่อสู้มีประสิทธิภาพในการจู่โจมต่ำลง หาใช่การมุ่งแต่จะทำร้ายคู่ต่อสู้แต่อย่างใดไม่ การแพ้ชนะกันในมวยไทยคือการแสดงให้เห็นถึงการแพ้ชนะกันในชั้นเชิง คือการแสดงให้เห็นว่าคู่ต่อสู้ทำอะไรเราไม่ได้ ไม่ใช่การห้ำหั่นกันเพื่อให้ใครตายใครอยู่
แต่กฎของเควันก็คือกฎของเควัน การแตะเข้าการ์ดอันเป็นเทคนิคเพื่อลดพลังหมัด หรือการปล้ำเหวี่ยงคู่ต่อสู้ให้ล้มลงได้ ไม่ถือเป็นชั้นเชิง แม่ไม้เด็ดล็อกคอตีเข่าที่น็อกเขาได้ก็มาถูกบล็อกถูกห้าม การเข้าทำคู่ต่อสู้จะมีวิธีอื่นใดอีก เพราะหากหน้าเขาไม่หงาย ตัวเขาไม่ร่วง คะแนนก็ไม่มี ความดีก็ไม่เกิด
เมื่อปราศจากความยึดติด สิ่งที่คิดค้างคาจึงกลับกลายมาเป็นความกระจ่าง...
นั่นคือ การเล่นมันบนกฎของเควัน ใช้หมัดแท้ๆ นี่แหละ ทำให้หน้ามันหงาย ตัวมันร่วง ถ้าหลังจากนี้จะมาออกกฎห้ามใช้หมัดกันอีก มันก็คงไม่ใช่มวยแล้ว !!
บัวขาวฝึกซ้อมเพื่อสร้างพลังหมัดอยู่เงียบๆ ด้วยคำแนะนำของครูฝึกและความร่วมแรงร่วมใจในค่ายของกำนันและพี่เลี้ยง เมื่อผนวกกับการฟิตซ้อมร่างกายอย่างหนักกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา บัวขาวก็พร้อมแล้วสำหรับการแก้แค้นในปี 2006
(บทจริง)
วันที่ 30 เดือน 6 ปี 2006 ความจุ 17,000 ที่นั่ง ณ สนามโยโกฮาม่าอารีน่า ต่างคาคั่งไปด้วยผู้คน ไม่เว้นหนุ่มสาวชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติ
บัวขาวขึ้นเวทีในนัดแรกด้วยคู่ปรับอย่าง โยชิฮิโร่ ซาโตะ (Yoshihiro Sato) นักชกเจ้าถิ่นที่มีช่วงชกยาวกว่า เมื่อเสียงระฆังดังขึ้นแนวทางที่ได้เตรียมมาก็ถูกงัดมาใช้ บัวขาวปล่อยหมัดหนึ่งสอง เข้าหน้าซาโตะได้หลายต่อหลายครั้ง ซาโตะยังไม่เข้าใจไล่เดินเข้าแลกหมัดแบบหลวมๆ จนกระทั่งปลายยกแรก บัวขาวยืดหมัดค้ำวัดระยะ ก่อนปล่อยซ้ายขวาตรง สลับหนึ่งสองเข้าเต็มดั้ง ซาโตะก้นจั้มเบ้าลงไปให้กรรมการนับแปด ลุกขึ้นมาได้บัวขาวลุยต่อ แต่เสียงระฆังช่วยไว้ หมดยกซาโตะเดินกลับเข้ามุมไปแบบเลือดซึมจมูก แต่แล้วหลังจากนั้นจุดจบของเขาก็มาถึง เมื่อยังเริ่มได้ไม่ถึง 10 วินาทีในยกที่ 2 ซาโตะโดนฮุกซ้ายของบัวขาวเข้าหน้าอย่างจัง เลือดกลบปากกลบจมูก แพ้น็อกไปแบบที่กรรมการไม่รู้จะช่วยจะเข้าข้างกันยังไง
บัวขาวดูจะผ่อนคลายมากขึ้นหลังจากผ่านนัดแรกมาได้ ดังนั้นในนัดที่สองที่ต้องมาเจอกับ ดราโก้ (Gago Drago) นักชกชาวอาร์เมเนียน หากได้ดูคลิปกันก็จะเห็นว่าบัวขาวดูมั่นใจและเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น การออกอาวุธทำได้หลากหลาย และที่สำคัญพลังหมัดที่เกิดจากการฝึกซ้อมจนทำได้จริงตามความคิด ก็ก่อให้เกิดภาพฮุกขวาของบัวขาวเข้ากกหูดราโก้อย่างจัง ส่งดราโก้ลงไปนอนเอียงกระเท่เร่ ลุกขึ้นมาแบบเซๆ ให้กรรมการนับแปดไปในยกที่ 2 ก่อนที่จะครบสามยก กรรมการชูมือให้บัวขาวชนะคะแนนไปอย่างเป็นเอกฉันท์
หลังจากนั้น ข้อพิสูจน์ว่าโลกกลมก็เป็นจริง เมื่อคู่ชกในรอบชิงของบัวขาว คือ แอนดี้ ซาวเวอร์ นักชกขี้ฟ้อง (...ยังไม่เลิกแซวอีกผม...) ผู้ปล้นดับเบิ้ลแชมป์จากบัวขาวไปในปี 2005 และต้องถือว่าการมาของแอนดี้ในนัดนี้นั้นไม่ธรรมดา เพราะเขาสามารถทะลุผ่าน มาซาโตะ นักชกอันดับหนึ่งขวัญใจเจ้าถิ่น อดีตแชมป์เควันในปี 2003 มาได้
บรรยากาศในโยโกฮาม่าอารีน่าเต็มไปด้วยความลุ้นระทึก การชิงแชมป์ในครั้งนี้ถือเป็นศึกแห่งศักดิ์ศรี และไม่ว่าใครก็ตามที่ได้ชัยชนะ เขาจะได้ชื่อว่าเป็นแชมป์เควันสองสมัยคนแรกในประวัติศาสตร์ !!
ทันใดนั้นโลกที่ว่ากลมก็หยุดหมุน มงคลมวยไทยถูกถอดขึ้นเหนือศรีษะ เป็นสัญลักษณ์แห่งการระลึกถึงครูบาอาจารย์ บัวขาวก้าวออกจากมุมด้วยจิตมั่น เสียงเชียร์รอบสนามต่างเทมาที่ บูอา-ขาโอ แต่สายตาของบัวขาวนั้นแน่วแน่ ความสัมผัสรับรู้มีเพียงแต่ขอบเขตของเวทีและเวลา
เสียงระฆังดังขึ้น แอนดี้เต้นยึกยักออกหมัดชุดตามสไตล์ชู้ตบ็อกซิ่งที่เขาถนัด ซึ่งก็เข้าเป้าได้จะแจ้งอยู่สองสามชุด แต่ทุกครั้งบัวขาวก็ตอบกลับได้ด้วยการแย็บซ้ายตรง สลับกับการเจาะยางและเตะตัดลำตัว จบยกหนึ่ง ยังไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบใคร
ออกมายกสอง แอนดี้เดินลุยออกหมัดคอมบิเนชั่นมากขึ้นอีก บัวขาวตั้งรับสลับด้วยการฝากแข้งเข้าไปตรงๆ ที่การ์ดเพื่อลดพลังหมัดของแอนดี้ เมื่อแข้งคมกว่าแขน มันก็ไปลดการเต้นยึกยักและจำนวนหมัดลง คลายการ์ดแอนดี้ให้หลวมขึ้น และนั่นเอง คือจังหวะในการทำในสิ่งที่คิดจากสิ่งที่ฝึกฝน บัวขาวได้ฮุกซ้ายและฮุกขวาเล็กๆ เว้นห่างกันอย่างละครั้ง ก่อนจะสบโอกาสเหมาะได้เหวี่ยงซ้ายแบบง้างยาวๆ แบบเข้มเต็มวง (ยังกะทำข้อสอบด้วยดินสอ 2B) ในจังหวะที่แอนดี้เผลอ เข้าปลายคาง แอนดี้ร่วงตามวงสวิงนั้น ลงไปให้กรรมการนับแปดทันที
หลังจากนั้นฉายาเจ้าแอนดี้ขี้ฟ้องก็เริ่มทำงาน ขนาดกรรมการยืนนับนิ้วอยู่ พี่แกยังอุตส่าห์มีสติแบมือฟ้องกรรมการอีกว่า ตะกี้หัวชนกันหรือเปล่า ? (พี่ครับ... หมัดสวยๆ ใสๆ เลยครับพี่ ขี้ฟ้องอย่างงี้ไปเป็นทนายฝ่ายโจทก์จะรุ่งกว่ามั้ย...)
แอนดี้ลุกขึ้นมาได้ในสภาพมึนๆ แต่บัวขาวก็ไม่ประมาท รอคอยจนกระทั่งโอกาสอีกครั้งมาถึง เมื่อทั้งคู่ผละกันจากการคลุกวงใน แอนดี้ออกหมัดขวาแต่เผลอลดการ์ดซ้ายต่ำ บัวขาวสวนด้วยฮุกขวาเข้าเต็มกราม ก่อนจะย้ำด้วยอัปเปอร์คัตซ้อนอีกสองครั้ง แอนดี้ร่วงลงไปนั่งคุกเข่าให้กรรมการนับแปดอีกรอบ
ฉายาแอนดี้ขี้ฟ้องยังไม่เลิก พี่แกฝืนลุกขึ้นมาได้ คราวนี้หันไปฟ้องหรือบ่นใครอีกก็ไม่รู้ข้างเวที (อันนี้ ผมว่าแกเมาหมัดจนมั่วไปหมดแล้ว... ลองดูในยูทูปจริงๆ นะ) เมื่อกรรมการสับมือให้ชกต่ออีกเท่านั้น บัวขาวไม่รอช้า อัดขวาตรงทะลุการ์ด หมัดทะลวงหน้า แอนดี้หงายหลังลงไปนอนแบบไม่รู้จะฟ้องใครได้อีกแล้ว บัวขาวชนะเทคนิเคิลน็อกเอ้าต์ไปอย่างสะใจใสสะอาด ใบคะแนนของกรรมการเอาไปฉีกทิ้ง ไม่ต้องมาดูกัน
ภาพสุดท้ายคือความปลาบปลื้ม บัวขาวก้มกราบกำนันผู้ปลุกปั้น สวมกอดพี่เลี้ยงผู้ดูแล กรรมการชูมือบัวขาวขึ้นเพื่อประกาศว่านี่แหละคือผู้ชนะ ในขณะที่อีกมือของบัวขาวได้แต่เช็ดน้ำตาที่กลั้นเอาไว้ไม่อยู่ คนต่างชาติต่างเมืองทั้งอารีน่าต่างลุกขึ้น ชูมือโห่ร้องยินดีไปกับบัวขาว วินาทีนั้นคนทุกคนในอารีน่าและบัวขาวคือคนๆ เดียวกัน
(บทสรุป)
เราจะไม่มีวันเข้าใจในภาพแห่งความสำเร็จเหล่านี้ได้เลย หากเราไม่ย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้น ...
ถ้าแต่ละเหตุการณ์คือจุด จุดแต่ละจุดจะต่อกันเป็นเส้น เส้นนั้นบางทีมันก็ไม่ใช่เส้นตรง มันต้องยอมคดเคี้ยวไปมาผ่านจุดหลายจุดจนกว่าจะไปเชื่อมต่อกับจุดอีกจุดหนึ่ง หากเลือกได้ก็คงไม่มีใครที่คิดอยากจะเขียนเส้นอ้อมๆ ใครๆ ก็อยากจะลากเส้นตรงๆ กันทั้งนั้นแหละ เพราะมันทั้งง่ายและประหยัดเวลาดี
แต่หากจุดที่ว่านั้น คือจุดหมายที่คุณต้องการ และมันไม่มีทางตรงๆ ง่ายๆ ให้คุณได้เดิน คุณเลือกที่จะอยู่เฉย หรือคุณเลือกที่จะอดทนเดินตามหามันทุกวัน เลือกที่จะหยุดอยู่ตรงนั้น หรือเลือกที่จะเดินไกลขึ้น เหนื่อยขึ้น และยากขึ้น เพื่อให้ได้มาซึ่งในสิ่งที่คุณฝัน ฝันของคุณที่แม้ปลายทางจะยังไม่เห็นแสงสว่าง แต่คุณก็เชื่อมั่นอยู่ลึกๆ ว่ามีมันอยู่ที่นั่นจริงๆ
จุดหมายนั้นเป็นของคุณ ฝันนั้นก็เป็นของคุณ และทางเลือกหลังจากนี้ก็เป็นของคุณเช่นกัน ...
แก้ไขเมื่อ 26 ก.พ. 55 01:18:42
จากคุณ |
:
Taratantara
|
เขียนเมื่อ |
:
24 ก.พ. 55 23:32:27
|
|
|
|
 |