Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com  


 
TIA Column : สู้เพื่อแชมป์ และเพื่อ...ลูคัส ติดต่อทีมงาน

ลิเวอร์พูลกำลังจะได้ลงเล่นนัดชิงชนะเลิศบอลถ้วยอีกครั้งในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ ซึ่งมันห่างจากการเข้าชิงบอลถ้วยประเทศในครั้งก่อนถึง 6 ปี แม้ว่า การเข้าชิงในครั้งนี้จะเป็น (เพียง) ถ้วยลีกคัพ ที่บรรดาทีมใหญ่อาจมองข้าม (หรือเพราะพลาดท่าเสียทีซะเองโดยไม่ตั้งใจก็ตาม) แต่สำหรับลิเวอร์พูลแล้ว การที่ไม่ชนะในรายการใดเลยมาตลอด 6 ปี นับจากแชมป์ เอฟ เอ คัพ เมื่อปี 2006 การเข้าชิงลีกคัพในครั้งนี้จึงมีความหมายอย่างมาก โดยส่วนตัวของเราเอง มันก็รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า การได้เข้าชิง (ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไรก็ตาม) กับการตกรอบรองฯ มันช่างแตกต่างกันอย่างมากมายเหลือเกิน อย่างน้อยก็กับความรู้สึกในวินาทีนี้ที่พวกเรา The kop ทุกคนมีความหวังอยู่เต็มหัวใจ และเชื่อแน่ๆว่า บางคนก็อาจวาดฝันถึงวินาทีที่เจอร์ราร์ดชูถ้วยไปแล้วก็ได้ (เราเองแหละ 555+)

แต่ก็ใช่ว่าเราจะมั่นอกมั่นใจเสียเหลือเกินว่าจะเป็นผู้ชนะในท้ายที่สุดหรอกนะ แม้ว่าคู่แข่งของเราจะเป็นคาร์ดีฟ ทีมจากลีกแชมเปี้ยนชิพก็ตามที เพราะบอลนัดเดียว อะไรก็เกิดขึ้นได้ และกับความไม่แน่นอนของลิเวอร์พูล ซึ่งแสดงให้เห็นมาโดยตลอด ทำให้เราต้องยอมรับว่า ...มันกลัวจริงๆ

ถึงอย่างนั้น จะให้ไม่หวังมันก็ไม่ได้ เพราะสำหรับลิเวอร์พูลแล้ว ต่อให้ยากเลือดตาแทบกระเด็น ถ้ายังไม่หมดหนทาง เราก็จะยังมีความหวังในหัวใจเสมอไป แต่นี่เป็นทีมที่ด้อยกว่า มันจะไม่ให้หวัง ยิ่งไม่ได้ใหญ่เลย กระนั้น ที่สำคัญ คือ เราต้องไม่ดูถูกคู่แข่ง เราเองก็เคยเอาชนะทีมที่ดีกว่าเรามาแล้ว คาร์ดีฟก็อาจทำอย่างนั้นกับเราได้เช่นกัน มันขึ้นอยู่กับตัวเราเองว่าจะควบคุมสถานการณ์ได้แค่ไหน

และนี่จะเป็นการนำทีมลงแข่งที่เวมบลีย์เป็นครั้งแรกของเจอร์ราร์ดในฐานะกัปตันทีมลิเวอร์พูล ความใฝ่ฝันในวัยเด็กที่กำลังจะเป็นจริง แน่นอนว่า เขาเคยเดินนำลูกทีมลงแข่งนัดชิงเอฟ เอ คัพ เมื่อปี 2006 มาแล้ว แต่นั่นเป็นที่สนามมิลเลเนียม ไม่ใช่เวมบลีย์ แต่วันอาทิตย์นี้ มันจะเป็นเวมบลีย์ อดตื่นเต้นแทนกัปตันไม่ได้จริงๆ แม้ว่าเขาจะได้แชมป์กับลิเวอร์พูลมาพอสมควรแล้ว แม้กระทั่งแชมป์ลีก คัพ ก็เคยได้มา 2 สมัย แต่ไม่มีครั้งไหนลงแข่งที่เวมบลีย์ ถ้าหากจะหาเหตุผลว่า มันสำคัญอะไรกับแค่เรื่องของสนาม สำหรับพวกเราที่อยู่ไกลจากเขาค่อนโลก และไม่ได้มีเชื้อสายอิงลิชชน คงไม่มีวันเข้าใจ แต่ที่แน่ๆ ในหัวใจของกัปตัน นี่คือความใฝ่ฝันในวัยเด็ก ที่จะได้เล่นฟุตบอลนัดชิงที่เวมบลีย์ (อารมณ์มันคงคล้ายๆ เด็กต่างจังหวัดได้มาเล่นบอลที่สนามศุภชลาศัยหรือราชมังฯ ล่ะมั้ง อิอิ) แต่นี่ไม่ใช่แค่ได้ลงเล่น ยังได้สวมปลอกแขนกัปตันเดินนำลูกทีมลงสนามกีฬาแห่งชาติ มันอาจดูเล็กน้อยในสายตาพวกเรา แต่มันมีความหมายต่อกัปตันมาก เรารู้ดี (เพราะเรารู้ใจกัปตัน 555+)

และการที่ คิง เคนนี่ พูดว่า “เกมนี้มีความหมายกับผมมาก แต่มันสำคัญยิ่งกว่าต่อผู้คนซึ่งต้องอดทนรอคอยเรามาอย่างยาวนานกว่าที่เราจะได้กลับไปที่เวมบลีย์อีกครั้ง”[b] ...คำพูดของ Boss มันบ่งบอกทุกอย่างแล้วว่า มันสำคัญขนาดไหนที่เราต้องสู้ให้ดีที่สุดเพื่อชัยชนะของเราทุกคน และเราอยากจะเติมไปอีกหนึ่งว่าเป็นชัยชนะของผู้ชายอีกคนที่สมควรได้สวมชุดสีแดงเพลิงลงสนามให้เราในนัดนี้เป็นอย่างยิ่ง แต่เขาไม่มีโอกาสนั้นแล้ว

[b]...ใช่แล้วค่ะ คนคนนั้นคือ ลูคัส เลว่า


ด้วยความสัตย์จริง เราไม่เคยคิดว่า การเล่นนัดชิงบอลถ้วยซักรายการของทีม จะต้องเล่นเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง มันควรเป็นการสู้เพื่อทีม เพื่อสโมสร และแฟนบอลทุกคน แต่นี่จะเป็นข้อยกเว้น อยากเหลือเกิน อยากให้นักเตะลิเวอร์พูล สต๊าฟโค้ช และแฟนบอลทุกคน พร้อมใจกันลงไปต่อสู้ในสนามเวมบลีย์เพื่อลูคัสด้วย ...สู้แทนเขา และสู้เพื่อเขา เพราะเขาสมควรที่จะได้รับเหรียญแชมป์เหรียญนี้คล้องคอเป็นที่สุด

เราเคยเสียน้ำตา ในวันที่รู้ข่าวว่าลูคัสเจ็บหนักถึงกับต้องผ่าตัด และจะต้องพักไปตลอดฤดูกาล ทั้งๆที่ไม่เคยเสียน้ำตาในเรื่องนี้ให้กับนักเตะคนไหนมาก่อน แม้กระทั่งกัปตันอันเป็นที่รัก เราก็ยังไม่เคยน้ำตาไหลให้กับการบาดเจ็บของเขาเลยซักครั้ง แต่วันนั้น น้ำตามันไหลอาบแก้มอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์โดยไม่รู้ตัว และมันรู้สึกเศร้าเอามากๆ อาจเป็นเพราะเขากำลังเล่นดี ทีมกำลังเล่นดี และที่สำคัญ เขาควรได้รางวัลตอบแทนความมุมานะ อดทน พยายามในสิ่งที่เขาทำให้ทีมมาโดยตลอด ไม่ว่าจะถูกวิพากษ์วิจารณ์มากมายขนาดไหน เขาก็ไม่เคยหยุดพยายาม และไม่เคยบ่น กลับตั้งหน้าตั้งตาทำงานของตัวเอง จนเราทุกคนได้ประจักษ์แก่ตากับสิ่งที่เขาทำในสนามในทุกๆนัด ซึ่งเราทุกคนต้องยอมรับว่ามันยอดเยี่ยมไร้ที่ติ ดังนั้น มันถึงเวลาที่พวกเราทุกคนต้องทำเพื่อเขาบ้างแล้ว

อยากเสียน้ำตาอีกครั้งให้กับลูคัส แต่ขอเป็นการเสียน้ำตาในนาทีที่เขาได้เหรียญแชมป์เหรียญนี้มาคล้องคอนะคะ

ไม่เคยคิดเหมือนกันว่า การเข้าชิงลีกคัพ จะมีความหมายมากมายขนาดนี้ เพราะก่อนหน้านี้ได้มีโอกาสคุยกับพี่ที่เป็นแฟนลิเวอร์พูลคนหนึ่ง ซึ่งถามเราว่า ได้แชมป์บอลถ้วย แต่ไม่ได้ที่ 4 กับ ได้ที่  4 แต่ไม่ได้แชมป์ จะเลือกอย่างไหน เชื่อมั้ยว่า ในวันที่ยังแข่งลีกคัพรอบสอง เราตอบไปว่า เอาที่ 4 เพราะหัวใจของเรามันเรียกร้องหาแต่แชมเปี้ยนลีกส์อยู่ทุกนาที อาจเป็นความเชื่อลึกๆว่า ถ้าได้ไปแชมเปี้ยนลีกส์ อะไรๆน่าจะง่ายขึ้น ทั้งเรื่องการซื้อตัวนักเตะ เงินทองของสโมสร และบรรยากาศในทีม เพราะมันคือที่ที่เราเคยอยู่ การต้องห่างหายจากมันมา มันทำให้รู้สึกโหยหาเอามากๆ แต่ถึงวันนี้ เรากลับรู้สึกว่า มันต้องการแชมป์อย่างเหลือเกิน แชมป์อะไรก็ได้ ขอให้ชนะได้แชมป์เป็นพอ ส่วนที่ 4 ถ้าจะไม่ได้ ก็ออกจะปลงๆเสียแล้วว่า ช่างมันเถอะ

อาจเป็นเพราะมันเป็นรางวัลที่เอื้อมมือไปหาได้ใกล้กว่าก็เป็นได้ และจะว่าไป แชมป์มันก็คือแชมป์ ไม่ว่าจะเป็นแชมป์อะไร มันหมายถึงผู้ชนะ ซึ่งเราคิดว่า ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับสโมสรลิเวอร์พูลกำลังรู้สึกโหยหามันราวกับกำลังลงแดงเลยทีเดียว เพราะงั้น มั่นใจได้เลยว่า คิง เคนนี่ จะทำทุกอย่าง กัปตันจะทำทุกทาง เพื่อทำให้เราเป็นผู้ชนะให้ได้ในวันอาทิตย์นี้ ซึ่งไม่ว่าจะสำเร็จหรือไม่ ก็ขอให้รู้เถอะว่า พวกเขาทุ่มสุดตัวอย่างแน่นอน

เพื่อ...แชมป์ที่ต้องอดทนรอกันมาถึง 6 ปี และอีกเสี้ยวหนึ่งของหัวใจ เพื่อ...ลูคัส คนที่สมควรได้รับรางวัลจากความพยายามอันน่ายกย่องอย่างเหลือเกิน

อีกก้าวเดียว ที่เวมบลีย์


ปล. ขออภัยที่ภาพประกอบไม่ค่อยเกี่ยวข้อง แค่อยากโพส 55555+

แก้ไขเมื่อ 23 ก.พ. 55 21:38:15

 
 

จากคุณ : howk_ky
เขียนเมื่อ : 22 ก.พ. 55 22:42:11




ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com