 |
แมนฯ ซิตี้ จ่าฝูง พรีเมียร์ลีก ยังทำสถิติน่าทึ่งในสนามเอติฮัด สเตเดี้ยม ของพวกเขา หลังจากที่เปิดรังไล่ถล่ม แบล็คเบิร์น ไปอย่างขาดลอย 3-0 คว้าชัยในบ้านในเกมลีกเป็นนัดที่ 18 ติดต่อกัน และเป็นนัดที่ 13 นับตั้งแต่ออกสตาร์ตในฤดูกาลนี้ ''โกลเด้นโจ''
และด้วยฟอร์มการเล่นในบ้านอันยอดเยี่ยมแบบนี้ ทำให้พวกเขามีโอกาสสูงที่จะคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก เนื่องจากมีโปรแกรมที่จะได้รอรับทีมคู่ปรับร่วมเมืองอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ที่เป็นทีมเดียวที่มีโอกาสแย่งแชมป์กับพวกเขามากที่สุด ในวันจันทร์ที่ 30 เมษายนนี้
ครั้งสุดท้ายที่ แมนฯ ซิตี้ ไม่สามารถเอาชนะคู่แข่งในพรีเมียร์ลีก ที่สนามเอติฮัด สเตเดี้ยม ของพวกเขาคือเกมที่เสมอกับ ฟูแล่ม 1-1 เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ปี 2011 หลังจากนั้นเป็นต้นมา พวกเขาทำสถิติชนะมา 18 นัดรวด รวมทั้งเกมล่าสุดที่เปิดรังถล่ม แบล็คเบิร์น 3-0 โดยได้ประตูจาก มาริโอ บาโลเตลลี่ ในนาทีที่ 30, เซร์คิโอ อเกวโร่ ในนาทีที่ 52 และ เอดิน เชโก้ ผู้เล่นสำรองในนาทีที่ 81 นอกจากนั้นพวกเขายังทำสถิติชนะในบ้าน นับตั้งแต่ออกสตาร์ตฤดูกาลใหม่ เท่ากับที่ นิวคาสเซิ่ล เคยทำเอาไว้
ซิตี้ เริ่มต้นผลงานมหัศจรรย์ในบ้าน ด้วยการเอาชนะ วีแกน 1-0 เมื่อวันเสาร์ที่ 5 มีนาคม หลังจากนั้นพวกเขาก็เดินหน้าชนะติดต่อกัน 18 นัด โดยยิงไปถึง 52 ประตู และเสียไปแค่ 7 ลูก ซึ่งแน่นอนว่าฟอร์มอันแข็งแกร่งในรังของ ''เรือใบสีฟ้า'' เป็นเรื่องยากที่ทีมกลุ่มท้ายตารางอย่าง แบล็คเบิร์น จะบุกมาสร้างปาฏิหาริย์ เหมือนอย่างที่พวกเขาเคยบุกไปเอาชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด โดยเมื่อดูจากสถิติในเกมนี้แล้ว เจ้าบ้าน มีโอกาสยิงประตูถึง 28 ครั้ง และได้เตะมุม 10 หน รวมทั้งครองบอลถึง 78 เปอร์เซ็นต์
ทางด้าน โรแบร์โต้ มันชินี่ ผู้จัดการทีมซิตี้ ยืนยันว่า เขายังไม่คิดไปไกลถึงตำแหน่งแชมป์ แม้ว่าจะทำผลงานได้อย่างสวยหรู เพราะต้องการเห็นลูกทีมทำผลงานได้สุดยอดอีกครั้งในเดือนหน้าก่อนเป็นอันดับแรก พร้อมชี้ว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยกับการเก็บชัยชนะในแมตช์นี้ เนื่องจากคู่แข่งมาแบบเน้นเกมรับเป็นหลัก
''เรามีผลงานยอดเยี่ยมในเดือนกุมภาพันธ์ (ชนะ 5 จาก 5 นัด) แต่ตอนนี้เราจำเป็นต้องทำให้ดีเช่นกันในเดือนมีนาคม ซึ่งมันสำคัญมากๆ เมื่อถึงช่วงปลายเดือนพฤษภาคม''
''มันเป็นเกมที่ยากทีเดียว เพราะพวกเขาเล่นตั้งรับกันถึง 10 คน ดังนั้นถ้าหากคุณทำประตูไม่ได้ละก็ คุณจะต้องพบกับปัญหาแน่ๆ อย่างไรก็ตาม เกมนี้เราสร้างโอกาสทำประตูได้อย่างมากมาย และท้ายที่สุดเราก็ได้รับชัยชนะที่สำคัญมากๆ''
ขณะที่ แว็งซ็องต์ ก็องปานี กัปตันทีม ''เรือใบ'' ก็กระตุ้นบรรดาเพื่อนร่วมทีมให้มีสมาธิอยู่กับการไล่ล่าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ต่อไป
''สำหรับเรา มันไม่มีเกมไหนง่ายอยู่แล้ว การจะคว้าแชมป์ลีกนั้น เราจำเป็นต้องทำให้ได้แบบเดิมในทุกๆ สัปดาห์ หลายๆ คนมักจะพูดว่า การเป็นผู้นำจะถูกกดดันจากผู้ตาม แต่สำหรับผมแล้ว ผมคิดว่า น่าจะเป็นฝ่ายตรงข้ามมากกว่านะที่รู้สึกกดดัน เกมนี้เราได้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง เรามีอารมณ์ร่วมในเกม มีสมาธิดีเยี่ยม ผมคิดว่ามันเป็นผลการแข่งขันที่สมเหตุสมผลดีแล้ว''
ส่วน คาร์ลอส เตเวซ กองหน้าเจ้าปัญหาชาวอาร์เจนตินา ที่เพิ่งจะกลับมาร่วมทีมอีกครั้ง หลังจากที่เดินทางกลับบ้านไปนานร่วมสามเดือน จนทำให้เขาถูกสโมสรสั่งปรับเงินกว่า 1.2 ล้านปอนด์ หรือเกือบ 60 ล้านบาท ก่อนที่เจ้าตัวจะยอมขอโทษ ไม่มีชื่อแม้แต่ตัวสำรองในเกมนี้ และเชื่อว่าหากไม่จำเป็นจริงๆ มันชินี่ คงจะไม่ยอมใช้บริการของเขาอีก เนื่องจากไม่ต้องการให้มารบกวนการเดินหน้าล่าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ครั้งแรก นับตั้งแต่ปี 1968 ของทีม ''เรือใบสีฟ้า'' ทีมที่ทำสถิติชนะในบ้านติดต่อกันมากที่สุดในพรีเมียร์ลีก 1. แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 19 นัดติดต่อกันที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในปี 2011
2. นิวคาสเซิ่ล ชนะ 14 นัดติดต่อกันในช่วงปี 1995/96 ก่อนที่จะถูก แมนฯ ยูไนเต็ด หยุดสถิติด้วยการบุกไปชนะที่ เซนต์ เจมส์ พาร์ค 1-0
3. แบล็คเบิร์น ปี 1993/94, เชลซี ปี 2005 และ อาร์เซน่อล ปี 2005 ทำสถิติชนะ 13 นัดติดต่อกัน แถม เชลซี ยังเป็นเจ้าของสถิติทำประตูในบ้านได้มากที่สุดในฤดูกาล 2009/10 โดยยิงไป 68 ลูก และทำให้พวกเขาเป็น ดับเบิล-แชมป์ ของ อังกฤษ
4. ลิเวอร์พูล ทำสถิติชนะในบ้าน 10 นัดติดต่อกันในปี 2008 โดยเขาชนะนัดที่ 10 ในการเฉือน แมนฯ ยูไนเต็ด ทีมคู่ปรับไป 2-1 ที่แอนฟิลด์ ก่อนที่จะเสมอกับ สโต๊ค ในเกมในบ้านนัดต่อมา อย่างไรก็ตาม ฤดูกาล 2008/09 ''หงส์แดง'' ก็ทำสถิติไม่แพ้ใครในบ้าน
5. แมนฯ ซิตี้ เคยทำสถิติชนะในบ้าน 9 นัดติดต่อกันในปี 2007 และ 2011 อย่างไรก็ตาม ปีนี้พวกเขามีโอกาสทำลายสถิติทั้งของ ลิเวอร์พูล และ แมนฯ ยูไนเต็ด * ลิเวอร์พูล เป็นเจ้าของสถิติชนะในบ้านติดต่อกันในลีกสูงสุด หลังจากที่พวกเขาชนะ 21 นัดรวดที่ แอนฟิลด์ ในปี 1972 แต่ตอนนั้นลีกสูงสุดยังเป็นดิวิชั่นหนึ่ง
คะแนนจาก โกล ดอทคอม แมนฯ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท 6, ปาโบล ซาบาเลต้า 7, แว็งซ็องต์ ก็องปานี 6, โจลีออน เลสค็อตต์ 6, อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ 8, ยาย่า ตูเร่ 7, ไนเจล เด ยองก์ 6, อดัม จอห์นสัน 7, ดาบิด ซิลบา 7.5, มาริโอ บาโลเตลลี่ 7, เซร์คิโอ อเกวโร่ 7
แบล็คเบิร์น : พอล โรบินสัน 6.5, แบรดลี่ย์ ออร์ 5, สกอตต์ แดนน์ 4.5, แกรนท์ แฮนลี่ย์ 4, มาร์ติน โอลส์สัน 5, เมาโร ฟอร์มิก้า 5, ราโดสลาฟ เปโตรวิช 5.5, มอร์เตน กัมส์ท พีเดอร์เซ่น 5, เดวิด ฮอยเล็ตต์ 5.5, มาร์คุส โอลส์สัน 5, ยาคูบู ไอเย็กเบนี่ 5.5 แมน ออฟ เดอะ แมตช์ : อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ (แมนฯ ซิตี้)
http://www.siamsport.co.th/Column/120227_212.html
จากคุณ |
:
ทุ่งเกวียน
|
เขียนเมื่อ |
:
28 ก.พ. 55 06:21:53
|
|
|
|
 |