TIA Column : Will...อย่าให้ความกลัวขวางกั้นเส้นทางแห่งความฝันของคุณ
|
 |
คำเตือน : บางส่วนของบทความนี้เป็นการเผยแพร่เนื้อหาส่วนสำคัญของภาพยนตร์เรื่อง Will ดังนั้นหากยังไม่อยากทราบ กรุณาอย่าเพิ่งอ่าน เพราะเกรงว่าจะทำให้เสียอรรถรสในการชมภาพยนตร์
ก่อนอื่น ต้องขอออกตัวไว้ก่อนเลยว่า ไม่เคยเขียนถึงภาพยนตร์เรื่องใดมาก่อน นี่เป็นเรื่องแรก แต่หวังว่าจะไม่ใช่เรื่องเดียวที่จะสามารถเขียนได้
เชื่อว่าแฟนลิเวอร์พูลทุกคนน่าจะเคยได้ยินชื่อของภาพยนตร์เรื่อง Will เพราะมันเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับทีมรักของเรา เกี่ยวข้องกับการชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนลีก ปี 2005 ...นัดชิงแชมเปี้ยนลีกที่เป็นแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ของใครหลายคน ...นัดชิงที่จะต้องถูกพูดถึงไปอีกนานแสนนาน
ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องราวของ Will เด็กชายชาวอังกฤษ ผู้ซึ่งถูก Gareth ผู้เป็นพ่อทอดทิ้งไป อันเนื่องมาจากความโศกเศร้าที่ภรรยาเสียชีวิต ทำให้เขาหัวใจสลาย และไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่เพื่อดูแลลูกชายคนเดียวได้ เขาทิ้ง Will ไว้ที่โรงเรียนประจำและออกเดินทางท่องไปในทะเล ...3 ปีผ่านไป Gareth กลับมาอีกครั้ง กลับมาหาลูกชายคนเดียวของเขา และเขาตั้งใจที่จะชดเชยเวลาที่หายไปด้วยการดูแล Will ให้ดีที่สุด
Gareth เป็นชาวลิเวอร์พูล ซึ่งนั่นทำให้เขาเชียร์ทีมลิเวอร์พูล และ Will เองก็เป็นแฟนพันธุ์แท้ทีมลิเวอร์พูลเช่นเดียวกัน การกลับมาของ Gareth ครั้งนี้ ไม่ได้ทำให้ Will มีความสุขกับการได้พ่อคืนมาเท่านั้น แต่เขายังมีของขวัญชิ้นสำคัญกลับมาให้ลูกด้วย สิ่งนั้นคือ ตั๋วนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก ในวันที่ 25 พฤษภาคม 2005 ซึ่งในขณะนั้น ลิเวอร์พูลกำลังจะเล่นรอบรองชนะเลิศนัดที่ 2 ที่แอนฟิลด์กับเชลซี และความฝันครั้งแรกของ Will ก็เกิดขึ้น
Will บอกพ่อของเขาว่า ลิเวอร์พุลจะชนะ 1-0 ด้วยประตูของหลุยส์ การ์เซีย Gareth เลยพนันด้วยเงิน 100 ปอนด์ตามนั้น อัตราต่อรองอยู่ที่ 1 ต่อ 11 นั่นแปลว่าหากชนะพนัน พวกเขาจะมีเงินถึงพันปอนด์ไว้สำหรับเดินทางไปอสตันบูลทันที
แต่ชีวิตไม่ได้ง่ายอย่างนั้นสำหรับ Will เมื่อ Gareth ต้องมาเสียชีวิตไปอย่างกะทันหัน นอกจากสูญเสียพ่อ เขายังจะไม่ได้ไปดูนัดชิงแชมเปี้ยนลีกด้วย เพราะไม่มีใครสามารถพาเขาไปอิสตันบูลได้
Richard เพื่อนสนิทซึ่งเป็นแฟนเชลซีเสนอ Will ว่า ถ้าลิเวอร์พูลแพ้ ก็ไม่ต้องไป แต่ถ้าลิเวอร์พูลชนะ (ซึ่ง Richard บอกว่า ไม่มีทาง หุหุ) ก็ให้ไป ...แล้วก็อย่างที่ทุกคนรู้กันว่า ลิเวอร์พูลชนะ แถมยังชนะด้วยประตูของหลุยส์ การ์เซีย ตามที่ Will ฝันไว้ อีกต่างหาก
ดังนั้นเพื่อนๆจึงช่วยกันวางแผนให้ Will หนีออกจากโรงเรียนเพื่อเดินทางไปอิสตันบูล เขาข้ามช่องแคบอังกฤษไปฝรั่งเศส และได้พบกับ Alex (ไม่ใช่เมียเจอร์ราร์ดนะคะ อิอิ) อดีตนักฟุตบอลทีมซาราเจโวในบอสเนียที่หันหลังให้ฟุตบอลอย่างสิ้นเชิง
ชีวิตของ Will ไม่เคยง่าย เมื่อเขาถูกฉกกระเป๋าเงิน ทำให้ต้องไปอาศัยอยู่กับ Alex และ Mathieu รูมเมทของ Alex และทำให้ Alex ได้รู้ว่า Will หนีออกมาจากโรงเรียนเพื่อไปดูนัดชิงแชมเปี้ยนลีกที่อิสตันบูล
เมื่อ Alex ได้เห็นตั๋วในมือ Will เขาเอาตั๋วไปตรวจสอบกับเอเย่นต์ทำให้รู้ว่า ตั๋วของ Will เป็นตั๋วปลอม...
Will หมดอาลัย และยินยอมที่จะกลับไปโรงเรียน Alex จึงจัดการติดต่อให้โรงเรียนส่งคนมารับ ในเวลานั้น ความฝันครั้งที่สองของ Will ก็เกิดขึ้น เขาวาดรูป Alex ใส่เสื้อแข่งบนอัฒจันทร์ในสนามอลาเติร์ก ให้แก่ Alex เป็นของขวัญวันเกิด
Will บอก Alex ถึงเหตุผลที่วาดรูปแบบนี้ว่า เพราะผมคิดว่ามันจะเป็นอย่างนั้น
Alex ตัดสินใจในเสี้ยววินาทีนั้น พา Will ไปอิสตันบูล ด้วยเงินสะสม 9,000 ยูโร ที่ Mathieu เต็มใจมอบให้เพื่อเติมเต็มความฝันของ Will และเพื่อให้ Alex มีแรงบันดาลใจอีกครั้ง
ในขณะที่เรื่องราวของ Will ถูกเปิดเผยแก่สาธารณชน Alex พา Will ไปที่บ้านเกิดของเขา และได้เล่าเรื่องราวที่เป็นสาเหตุให้เขาหันหลังให้ฟุตบอลให้ Will ฟัง ...ขณะที่เขากำลังไปได้สวยกับทีมซาราเจโว และกำลังเป็นที่สนใจของทีมยักษ์ใหญ่ Alex กลับมาที่บ้านเกิด นำลูกฟุตบอลมาแจกเด็กๆ และเป็นคนคะยั้นคะยอให้ ...เซโน หลานชายแท้ๆ รับฟุตบอลจากเขาไปเล่น และลูกบอลนั้นกลิ้งไปตกในพื้นที่ที่อันตราย เซโนวิ่งเข้าไปเก็บและถูกระเบิดเสียชีวิต ...มันเป็นความเสียใจที่ Alex ไม่เคยลืมได้เลย
Alex มอบเสื้อที่ระลึกที่เคยได้รับจากการทดสอบฝีเท้าที่ลิเวอร์พูลให้แก่ Will ทั้งสองคนขับรถต่อไปจนถึงอิสตันบูล ปัญหาอย่างเดียวของพวกเขาคือ ไม่มีตั๋ว
และเมื่อได้พบคนขายตั๋ว ราคาตั๋วกลับสูงกว่าเงินที่พวกเขามีอยู่ แฟนลิเวอร์พูลบางคนจดจำ Will ได้ พวกเขา จึงช่วยกันเรี่ยไรเงินกันอยู่หน้าสนามเพื่อเป็นค่าตั๋วให้ Will
แต่ปัญหาไม่จบแค่นั้น เพราะพวกเขามีกัน 2 คน แต่ตั๋วที่ได้มามีแค่ใบเดียว และ Will ก็ยืนกรานว่าจะไม่เข้าไปในสนามถ้าหากไม่มี Alex ไปด้วย
แต่แล้ว ก็เหมือนเทวดามาโปรด ที่เสียงเสียงหนึ่ง ตะโกนถามมาว่า Will นั่นเธอใช่มั้ย
Will หันไป เบิกตาโตกับฝันที่สามของเขา คนที่ยืนตรงหน้า คือ...Kenny Dalglish
แล้ว King Kenny ก็ถอดป้าย VIP ยื่นให้ Will ได้เข้าไปเชียร์ทีมรัก ...ไม่แค่นั้น เขายังได้รับเกียรติให้วิ่งนำนักเตะลงสนามท่ามกลางเสียงตะโกนเรียกชื่อเขาอีกด้วย
เขาทำความฝันของตัวเขาเองและพ่อของเขาสำเร็จแล้ว...
ขอบอกว่า น้ำตาไหลหลายรอบทีเดียว หนังเรื่องนี้ถ่ายทอดความเป็นลิเวอร์พูลไว้อย่างครบถ้วน แต่ที่มันเป็นหนังที่ดี ไม่ได้เพราะว่าเป็นหนังเกี่ยวกับลิเวอร์พูลเท่านั้น แต่บางฉากบางตอนมันสะท้อนใจจริงๆ เช่น ฉากที่ Gareth พูดขอโทษ Will ที่เขาทิ้งลูกไป
Gareth พูดว่า เมื่อแม่ของลูกตาย พ่อไม่ได้อยู่ตรงนั้นเพื่อลูก พ่อขอโทษ ...Gareth ทำในสิ่งที่แฟนบอลลิเวอร์พูลไม่มีวันทำ นั่นคือ ทิ้งคนที่รักให้อยู่อย่างเดียวดาย และเขาเจ็บปวดกับสิ่งนี้มาก สีหน้าของเขาในฉากนี้ ทำให้เรารู้สึกเจ็บแปล็บขึ้นมาเลย ยิ่งเขาต้องตาย มันยิ่งทำให้รู้สึกเจ็บปวด เพราะเขาจะไม่มีโอกาสได้อยู่เพื่อดูแล และเฝ้ามองลูกชายเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ ...ขอกระซิบนิดนึงว่า ฉากนี้ แทบสะอื้นค่ะ
ความฝันของ Will
สำหรับเรา ฝันครั้งแรกของ Will คือ ลิเวอร์พูลชนะเชลซี 1-0 ด้วยประตูของหลุยส์ การ์เซีย ...Gareth ถาม Will ว่า ไม่ใช่เจอร์ราร์ด หรืออลอนโซ่หรือ การ์เซียห่วยจะตาย
Will ตอบว่า ไม่ เขายอดเยี่ยม ผมรู้ว่าต้องเป็นการ์เซีย
ฝันครั้งที่สองของ Will คือ รูปวาด Alex ที่ได้เข้าไปร่วมเป็นพยานในนัดชิง เขาวาดมันขึ้นมาในช่วงเวลาที่กำลังหมดอาลัย และแทบไม่มีหวังว่าจะได้ไปต่อ แม้กระทั่ง Alex ก็ยังถามว่า ทำไมถึงวาดรูปแบบนี้
Will แค่บอกว่า ผมแค่รู้สึกว่ามันจะเป็นแบบนั้น
และฝันที่สาม คือ Kenny Dalglish ...ที่จริงนี่อาจคาดไม่ถึงอย่างมาก และ Will เองก็คงจะไม่ได้หวัง หรือฝันว่าจะมีโอกาสได้เจอ King Kenny แต่เราคิดว่ามันคือฝันของ Gareth มากกว่า ...Kenny Dalglish คือ ไอดอลของเขา คือคนที่เขาศรัทธา และ Gareth คงจะดีใจที่ Will มีโอกาสได้บอกกับ King Kenny ว่า
คุณคือไอดอลของพ่อผม และเขาอยู่ในเกมที่คุณยิงประตูชัยให้เราชนะเชลซี และคว้าแชมป์ลีกที่สแตนฟอร์ด บริดจ์ ในปี 86 ด้วยครับ
ฝันทั้งหมดของ Will ไม่ใช่เรื่องที่จะเป็นไปได้ง่ายๆเลย แต่เขามีความเชื่อ แม้ว่าในห้วงเวลานั้น Will ก็อาจไม่ใส่ใจอีกแล้วว่าฝันของเขาจะเป็นจริงหรือเปล่า เพราะเมื่อลิเวอร์พูลได้ประตูจากการ์เซียและได้เข้าชิง เขาเพิ่งจะสูญเสียพ่อไป เมื่อเขาส่งรูปวาดให้ Alex เขาเพิ่งจะรู้ว่าตั๋วที่มีเป็นของปลอม และเมื่อเขาได้เงยหน้าขึ้นพบ King Kenny เขาก็เพิ่งสิ้นหวังว่าจะไม่ได้เข้าไปเชียร์ทีมรักในสนาม
แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ Will ก็มีคนช่วยให้ฝันของเขาเป็นจริง เมื่อลิเวอร์พูลชนะเชลซี เพื่อนๆช่วยกันผลักดันให้เขาไปอิสตันบูล เมื่อเขาส่งรูปวาดให้ Alex เป็นของขวัญ Alex ก็ตัดสินใจพาเขาไปอิสตันบูลทันที และเมื่อเขาได้พบ King Kenny ที่หน้าสนาม Kenny ก็ช่วยให้เขาได้เข้าไปเชียร์ทีม
และความช่วยเหลือทั้งหมดก็มาจาก ความศรัทธา ที่ต่างฝ่ายต่างมีให้แก่กัน
ขอพูดถึง ความเป็นลิเวอร์พูล ในหนังเรื่องนี้ซักเลยน้อย เพราะเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ประทับใจเอามากๆ
มันมีฉากที่แฟนบอลลิเวอร์พูลช่วยกันปกป้อง Will ไม่ให้โดนตำรวจจับระหว่างทางไปอิสตันบูล พวกเขาถูกสั่งให้จอดรถ และต้องลงมายืนให้ตำรวจซักถามอยู่ข้างถนนว่า Will อยู่ที่ไหน แต่พวกเขาทุกคนต่างพูดว่า Im Will Brennan
และอีกครั้งที่หน้าสนาม ที่พวกเขาช่วยกันเรี่ยไรเงินส่วนที่ขาดเพื่อให้ Will ซื้อตั๋วได้
เป็นสองฉากที่ไม่รู้จะบรรยายยังไง แต่เชื่อว่าถ้าได้เห็นภาพ ทุกคนจะต้องยิ้มแน่ๆ เพราะมันสามารถสื่อถึงคำว่า Youll never walk alone. ได้อย่างชัดเจนที่สุด
ประโยคสำคัญประโยคหนึ่งที่ Gareth ได้พูดกับ Will คือ Never let fear get in the way of your dream. อย่าให้ความกลัวมาขวางกั้นเส้นทางแห่งความฝันของเรา
เด็ก 11 ขวบที่หนีออกจากโรงเรียน เดินทางข้ามประเทศแล้วประเทศเล่าเพื่อไปให้ถึงอิสตันบูล จะให้บอกว่า เขาไม่กลัวเลย ...คงไม่ใช่ เขาต้องกลัวแน่ๆ โดยเฉพาะ เมื่อถูกฉกกระเป๋าเงิน เกือบถูกรถทับ โดนตำรวจไล่ล่า (เล็กน้อย) และที่สำคัญเกือบไปเสียเที่ยวซะด้วย
ตอนท้ายเรื่อง ก่อนจะวิ่งออกจากอุโมงค์ Will กระซิบบอก King Kenny ว่า ผมกลัวครับ
และ King Kenny ตอบเขาว่า เธอเก็บความลับได้มั้ย ฉันก็กลัวเหมือนกัน
เห็นมั้ยว่าจะเป็นเด็กตัวเล็กๆ หรือบุคคลผู้ยิ่งใหญ่ ต่างก็มีความกลัวในหัวใจเหมือนกัน
แต่ถ้าเราให้ความกลัวมายืนขวางทางฝันของเรา เราจะสามารถก้าวออกไปเพื่อทำตามความฝันนั้นได้อย่างไร ที่สุดแล้ว จะสำเร็จหรือไม่ มันไม่สำคัญเท่ากับที่เราได้ฝัน และพยายามที่จะทำตามฝันนั้นให้สุดกำลัง เหมือนกับสถานการณ์การลุ้น Top 4 ของเราในตอนนี้ที่มันแทบมองไม่เห็นทาง แต่ที่จริงแล้ว ทางมันยังมี ขอเพียงเรากล้าฝันต่อ กล้าสู้ต่อ อย่างที่นักเตะของเราทุกคนกล้าสู้ กล้าพูด ให้รู้ว่ายังไม่ยอมแพ้ เพียงแค่นี้ ผลจะเป็นอย่างไร ก็ไม่มีอะไรต้องเสียใจเลยซักนิดเดียว
ถ้าสามารถ ควรดูเป็นอย่างยิ่งค่ะ หนังไม่ยาว แค่ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น แต่ถ้าคุณเป็นแฟนพันธุ์แท้ลิเวอร์พูลแล้วล่ะก็ ถ้าไม่น้ำตาไหลซักฉาก ต่อมความรู้สึกของคุณคงมีปัญหาแล้วล่ะ อิอิ
แก้ไขเมื่อ 10 มี.ค. 55 12:09:42
จากคุณ |
:
howk_ky
|
เขียนเมื่อ |
:
10 มี.ค. 55 00:42:32
|
|
|
|