 |
ประวัติของระบบการเรียงหมายเลขเสื้อแบบบริติช
ก่อนหน้าสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ฟุตบอลในบริติชมีแนวทางการเล่นเป็นของตัวเอง ทุกทีมใช้ระบบการเล่นเดียวกัน คือระบบพีระมิด (2-3-5) เป็นแนวทางในการวางตัวผู้เล่น โดยจะแบ่งออกเป็นสามแนว ได้แก่ กองหลัง กองกลาง และกองหน้า
กองหลัง จะประกอบด้วยฟูลแบ็ค 2 คน คือแบ็คขวาและแบ็คซ้าย พวกเขาจะไม่เสี่ยงดันขึ้นสูง และมีหน้าที่ในการเข้าสกัดกองหน้าฝ่ายตรงข้าม
กองกลาง (ฮาล์ฟแบ็ค) จะประกอบด้วยผู้เล่น 3 คน คือฮาล์ฟขวา เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ และฮาล์ฟซ้าย มีหน้าที่คอยช่วยในเกมป้องกันอีกชั้น แต่หน้าที่หลักก็คือการเอาบอลลงพื้นเพื่อส่งให้กองหน้า
กองหน้า จะมีหน้าที่ในการทำประตูคู่แข่ง ประกอบด้วยผู้เล่น 5 คน แบ่งเป็นผู้เล่นตำแหน่งปีก 2 คน ซึ่งจะทำหน้าที่วิ่งขึ้นลงตามริมเส้น โดยมากเพื่อเลี้ยงบอลผ่านกองหลัง และพยายามโยนบอลเข้ามาตรงกลาง กองหน้าตัวกลางจะมีหน้าที่ในการยิงประตู ขณะที่ผู้เล่นตำแหน่งกองหน้าตัวใน 2 คน จะเป็นตัวสร้างสรรค์เกมเพื่อส่งบอลให้กองหน้าตัวกลางทำประตู
ตามปกติเวลาทีมประกาศรายชื่อผู้เล่นในโปรแกรมการแข่งขันก็จะเรียงลำดับจากแนวหลังไปหน้า โดยชื่อผู้รักษาประตูจะอยู่บนสุด และกองหน้าจะอยู่ด้านล่าง จากรูปแบบดังกล่าว เมื่อมีการนำหมายเลขเสื้อมาใช้ จึงไม่น่าแปลกที่แต่ละทีมจะเรียงหมายเลขเสื้อตามลำดับรายชื่อผู้เล่นที่ระบุไว้ คือ หมายเลข 1 เป็นผู้รักษาประตู หมายเลข 2 และ 3 เป็นกองหลัง หมายเลข 4, 5 และ 6 เป็นกองกลาง และหมายเลข 7, 8, 9, 10 และ 11 เป็นกองหน้า การเรียงอย่างง่าย ๆ แบบนี้ทำให้ทุกคนทราบทันทีว่าผู้เล่นแต่ละคนเล่นตำแหน่งใด และใครมีหน้าที่ประกบใคร
อย่างไรก็ตาม ในยุคปัจจุบันซึ่งหมายเลขเสื้อที่ใช้ไม่ได้จำกัดเพียงแค่หมายเลข 1 ถึง 11 เหมือนแต่ก่อน รวมถึงการที่มีรูปแบบการเล่นหลากหลายอย่างในปัจจุบัน หมายเลขเสื้อจึงหมดความหมายในฐานะตัวบอกตำแหน่งการเล่น เช่น วิลเลี่ยม กัลลาส เคยใส่เสื้อหมายเลข 10 ในทีมอาร์เซน่อล แต่ผู้เล่นคนนี้ก็มิได้เล่นตำแหน่ง ในซ้าย ในทีมของเวนเกอร์แต่อย่างใด
แต่สำหรับเกมในระดับที่ต่ำกว่าลีกบลูสแควร์คอนเฟอเรนซ์ (ลีกระดับ 5 ของฟุตบอลอังกฤษ) คุณอาจจะยังได้เห็นการเรียงหมายเลขเสื้อตามระบบที่คุ้นเคยอยู่บ้าง
(รูปภาพแสดงการเรียงหมายเลขเสื้อตามระบบการเล่น 2-3-5)
แก้ไขเมื่อ 27 มี.ค. 55 22:57:53
แก้ไขเมื่อ 27 มี.ค. 55 17:26:03
จากคุณ |
:
เกียรตินำ
|
เขียนเมื่อ |
:
27 มี.ค. 55 16:14:48
|
|
|
|
 |