 |
มาแล้วค่ะ ช้าไปนิด
*********************
ย้อนอดีต ท่านเซอร์เฟอร์กี้ ในวันประสบมรสุมชีวิต ณ โรงละครแห่งความฝัน
เมื่อ 13 ปีก่อน ปีศาจแดง แมนฯยูไนเต็ดส่อแววที่จะถอยหลังเข้าคลอง ด้วยผลการแข่งขันที่ย่ำแย่ติดต่อกันหลายนัด จนร่วงไปอยู่ก้นตารางของศึกดิวิชั่น 1 (เดิม) และการเล่นอย่างไร้หัวใจของนักเตะหลายคน ทำเอาเหล่า เร้ด เดวิลล์ทั้งหลายสุดทน จนต้องการจะเห็นหัวของ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กระเด็นหลุดออกจากบ่าเลยทีเดียว แต่มันเกิดอะไรขึ้น? ถึงทำให้ทุกอย่างในปัจจุบันแตกต่างราวฟ้ากับดิน
เดือน ธ.ค. 1989 โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เงียบกริบลงอีกครั้ง หลังจาก มาร์ค ไบรท์ ยิงประตูชัยให้ ปราสาทเรือนแก้ว คริสตัล พาเลส ทีมน้องใหม่ของดิวิชั่น 1 บุกมาชนะแมนฯยูไนเต็ด ถึงโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ซึ่งมีความยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์วงการฟุตบอลแบบคนละชั้น ทำเอาสาวกปีศาจแดงพันธุ์แท้บนอัฒจันทร์ฝั่งสกอร์บอร์ด เอนด์ ส่งเสียงโห่ผู้จัดการทีมชาวสกอตติช พร้อมกับคำด่าประชดประชันมากมาย ที่ลอยแหวกอากาศไปกระทบหูกุนซือรายนี้ ไม่ว่าจะเป็น 3 ปีที่เต็มไปด้วยคำแก้ตัว , ไปตายซะเฟอร์กี้ หรือ ไล่! เฟอร์กี้ออกไป จากฝั่งหนึ่งแพร่กระจายไปจนทั่วทั้งสนามในที่สุด
เกมนั้นถือเป็นแค่ช่วงกลางของวิกฤต 11 นัดที่ลงสนามโดยปราศจากชัยชนะ และตกมาสู่อันดับที่ 17 ของตารางลีก อาจจะเรียกได้ว่า เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้เปลี่ยนให้นักเตะยูไนเต็ด กลายเป็น อั๊กลี่ฟุตบอล หากนำไปเปรียบกับคู่แข่งบารมีของพวกเขาทุกยุคทุกสมัยอย่าง หงส์แดง ลิเวอร์พูล ที่มีจอห์น บาร์นส จับคู่ทำเกมรุกอันสวยงามกับ เบียร์ดสลี่ย์ ยูไนเต็ดที่ยิ่งใหญ่กลับมีแค่ราล์ฟ ไมล์น และมัล โดนากี้
ช่วงเวลาที่แมนฯยูไนเต็ด กำลังตกอยู่ในวิกฤตเป็นเวลาที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ยังปราศจากเมก้า สโตร์,พรีเมียร์ชีพยังเป็นหัวข้อที่ถกเถียงกันไม่เสร็จ รวมทั้งการถ่ายทอดผ่านทางสกาย สปอร์ตก็ยังไม่มี แต่สโมสรก็ดูกำลังเดินไปอย่างไร้ทิศทางภายใต้ผู้จัดการทีมรายนี้
ตอนนั้นผมคิดว่ามันน่าจะพอได้แล้ว ทิม แบมฟอร์ด แฟนบอลทีมแมนฯยูไนเต็ดเข้าเส้นรายหนึ่งกล่าว ฟุตบอลของเราหมดความร้ายกาจ มันกลายเป็นความเลวร้าย เมื่อเห็นนักเตะไม่อาจทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี จนทำให้มีความคิดว่าแล้วตัวเองจะเข้าสู่สนามเพื่ออะไร? เพราะคุณรู้ดีว่านี่มันคือสนามห่วย ๆ พอๆกับทีม
อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ฉลองการคุมแมนฯยูไนเต็ด ปีที่ 3 ในเดือนพ.ย. 1989 แต่มันดูเหมือนจะเป็นช่วงเวลาที่ไม่น่ายินดีซักเท่าไรนัก คำสรรเสริญที่เขาได้รับในช่วงแรกซึ่งก้าวเข้ามา หลังจากผลงานอันยอดเยี่ยมที่ฝากเอาไว้กับอเบอร์ดีน เกมกับพาเลสดูเหมือนหลายคนคิดว่า มันกลายเป็นความคิดที่ผิดกับดึงตัวเขามารับหน้าที่นายใหญ่ของทีมเสียแล้ว
หลังภายใต้การคุมทีมของกุนซือคนก่อน รอน แอ๊ตกินสัน ยูไนเต็ดไม่เคยจบฤดูกาลต่ำกว่า 4 อันดับแรก แต่ในฤดูกาลแรกของเฟอร์กูสัน ทีมหลุดไปอยู่อันดับที่ 11 และย่ำแย่จนห่างโซนตกชั้นเพียงไม่กี่อันดับในปี 1989
เฟอร์กูสัน ใช้เวลาในช่วงซัมเมอร์ปฏิวัติโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ด้วยการเขี่ยนักเตะที่ไร้วินัยออกไป ไม่ว่าจะเป็น นอร์แมน ไวท์ไซด์ มิดฟิลด์ทีมชาติไอร์แลนด์เหนือ, พอล แม็คกรัธ เซนเตอร์ฮาล์ฟชาวไอริช และ มะพร้าวห้าว กอร์ดอร์น สตรั๊คครั่น มิลฟิลด์จอมดีเดือดของทีมชาติสกอตแลนด์ พร้อมกับเซ็นเช็คจ่ายเงินออกไปรวม 7.5 ล้านปอนด์ ซึ่งถือว่าสูงมากในเวลานั้น เพื่อแลก นีล เวบบ์, ไมค์ ฟีแลน, พอล อินซ์, แกรี่ พัลลิสเตอร์ และแดนนี่ วัลเลซ เข้ามาแทนที่เป็นการเริ่มต้นสร้างทีมในแบบฉบับของเขาเอง
แน่นอนว่าในปัจจุบันเงิน 7.5 ล้านปอนด์สามารถซื้อได้เพียงนักเตะฝีเท้าระดับพอใช้คนหนึ่งเท่านั้น แต่หากเป็นเมื่อ 13 ปีก่อน มันถือว่าเป็นงบในการทำทีมที่มากพอจะประสบความสำเร็จในระดับสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเฟอร์กี้ ซึ่งมีโอกาสปรับทีมมาแล้ว 2 ฤดูกาล เมื่อเรามองไปรอบห้องแต่งตัว ก็มักจะคิดว่าทีมจะต้องคว้าแชมป์ซักรายการได้อย่างแน่นอนด้วยนักเตะใหม่ที่เข้ามา โคลิน กิ๊บสัน หนึ่งในขุนพลปีศาจแดงในช่วงทศวรรษที่ 80 ให้ความเห็น ในยุคนั้น นีล เวบบ์ ถูกยกให้เป็นหนึ่งในมิดฟิลด์ที่ดีที่สุดของประเทศ และพอล อินซ์ ก็ถือว่ามีฝีเท้าไม่ต่างกันเท่าไรนัก รวมทั้งเรายังได้ แกรี่ พัลลิสเตอร์ เซนเตอร์ฮาล์ฟดาวรุ่งที่ได้รับการจับตามองเข้ามาเสริมในแผงหลัง การที่ยูไนเต็ดยอมจ่ายเงินจำนวนมากออกไปเพื่อเสริมให้แนวรับแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม
ยูไนเต็ดเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ด้วยความสดใส แฟนบนอัฒจันทร์ฝั่งสเตรทฟอร์ด เอนด์ ได้ต้อนรับว่าที่ประธานสโมสรคนใหม่ ไมเคิล ไนท์ตัน ผู้ให้สัญญาว่า จะพาเหล่า เร้ด เดวิลล์ กลับคืนสู่คืนวันอันยิ่งใหญ่เหมือนกับในยุค 60 อีกครั้ง โดยหลังการลงมาโชว์ตัวบนสนามของว่าที่บิ๊กบอสคนใหม่ ขุนพลปีศาจแดงระเบิดฟอร์มไล่อัด ปืนใหญ่ อาร์เซนอลกระบอกแตก 4 1 ด้วยฟอร์มอันสุดยอดจนทำให้แฟนบอลทุกคนเริ่มมั่นใจว่าการรอคอยแชมป์ลีกอันยาวนานร่วม 23 ปี น่าจะจบสิ้นลงเสียที
หลังจากเราเอาชนะอาร์เซนอล ผมเดินออกจากสนามท่ามกลางเสียงตบมือขอบคุณของแฟนบอลที่ต่างพอใจกับการเปลี่ยนแปลงทีม และหวังว่าจะเป็นปีที่ยิ่งใหญ่ของเราอย่างแน่นอน นีล เวบบ์ ย้อนความทรงจำในการเปิดตัวของเขากับทีมเป็นครั้งแรก แต่หลังจากนั้นผลงานของทีมกลับดำดิ่งลงเรื่อย
1 เดือนต่อมา ยูไนเต็ดไม่อาจจะควานหาชัยชนะได้อีกเลย โดยเป็นการพ่ายแพ้เสีย 3 นัดต่อดาร์บี้ เคาน์ตี้ , นอริช ซิตี้ และเอฟเวอร์ตัน ส่วน นีล เวบบ์ ต้องโชคร้ายบาดเจ็บเอ็นร้อยหวายจากการลงเล่นให้ทีมสิงโตคำราม ซึ่งทำให้ต้องพักยาว 7 เดือน ตามด้วยความอื้อฉาวในการเข้ามาเทคโอเวอร์สโมสรของไนท์ตัน
เข้าสู่เดือน ก.ย. สถานการณ์ยิ่งหนักเข้าอีก เมื่อเฟอร์กูสัน นำลูกทีมไปถูก เรือใบสีฟ้า แมนฯซิตี้ ถล่มคาถิ่น เมนโร้ด 5 1 วันนั้นถือเป็นความน่าละอายใจที่สุดาสำหรับทุกคนในทีม เวบบ์กล่าวอย่างกล้ำกลืน เราถูกคนทั้งเมืองแมนเชสเตอร์หัวเราะเยาะร่วมเดือน เช้าวันจันทร์ เสื้อยืดฉลองชัยชนะที่แฟนบอลซิตี้สั่งทำพิเศษก็ออกมาวางขาย มันยังส่งผลกระทบในด้านลบต่อทีม รวมทั้งต้องอาศัยเวลาอีกนานพอสมควรกว่าจะเรียกความมั่นคืนมา เรารู้สึกหวาดกลัวทุกครั้งที่ต้องไปเล่นที่สนามของพวกเขา
กล้องโทรทัศน์อยู่ล้อมรอบซุ้มม้านั่งสำรองของฝั่งเรา เหมือนกับเกิดเหตุฆาตกรรม แต่อย่างน้อยมันก็ใกล้เคียงล่ะ อเล็กซ์กล่าวถึงเกมที่เมนโร้ด ปี 1989 มันอาจจะเป็นเพราะการแข่งขันที่เร็วเกินไป พอกลับถึงบ้าน แคทธี่ ภรรยาของผมถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น ซึ่งผมเองก็ไม่รู้จะตอบอย่างไรดี เพราะกำลังช็อคกับผลการแข่งขัน จากนั้นก็ตรงขึ้นห้องนอนและก็เอาหน้าซุกลงไปอยู่ใต้หมอน
เกมต่อมาเฟอร์กูสัน ก็ยังไม่อาจกระตุ้นให้ลูกทีมกลับมาได้ จนถูกสเปอร์สบุกมาชนะ 3 - 0 ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในศึกลิตเติ้ลวู้ด คัพ ซึ่งแน่นอนว่ามันยิ่งเพิ่มความไม่พอใจให้กับแฟนบอลเลือดร้อนของทีมยิ่งขึ้นไปอีก ที่ต้องเห็นความเละเทะของทีมในบ้านของตัวเองอีกครั้ง
ตัวเลขผู้ชม 47,000 คนในเกมนัดเปิดฤดูกาล ที่ แมนฯยูไนเต็ด ไล่ถล่มอาร์เซนอล ชั่วเวลาเพียง 3 เดือน กลับลดลงมาเหลือแฟนบอลเพียง 34,000 คน เท่านั้น ที่เต็มใจจะมานั่งให้กำลังใจทีมรักในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด
มันไม่มีอะไรที่น่ายินดีสำหรับแฟนของยูไนเต็ดสำหรับการไปดูเกมที่สนาม โรบิน เมอร์เรย์ หนึ่งในผู้อยู่ในเหตุการณ์กล่าว
เราถูกอัดจนย่ำแย่กันทุกคน จนแทบไม่มีใครจะกลับสู่การเล่นเดิมได้เลย เวบบ์ ซึ่งได้เดวิด เบ๊คแฮม กัปตันทีมชาติอังกฤษคนปัจจุบันเป็นเด็กขัดรองเท้า ยอมรับตามตรง เราไม่เคยพบประสบการณ์แบบนี้มาก่อน ช่วงเวลาที่อยู่กับฟอเรสต์มันก็ไม่ได้แย่ขนาดนี้ แต่ผู้จัดการทีมก็มุ่งมั่นอย่างเต็มที่ตลอดเวลาเพื่อพาเราผ่านไปให้ได้
ขณะที่กิ๊บสัน เสริมคำให้สัมภาษณ์ของเวบบ์หนักแน่นขึ้นอีก เรารู้ว่าสโมสรมีความพร้อมที่จะประสบความสำเร็จ แต่เจ้านายรู้ว่าเรายังไม่ได้ทำมันอย่างเต็มที่ เขายังไม่อาจพาทีมเป็นแชมป์ได้เลยสักรายการเดียว เรารู้ว่าเขามีสถิติที่ยิ่งใหญ่กับอเบอร์ดีน แต่ 3 ปีกับยูไนเต็ดผ่านไปพร้อมความว่างเปล่า ทั้งที่เขามีนักเตะชั้นยอดมากมายอยู่ในทีม เวลานั้นหากมีการสำรวจความคิดเห็นของกองเชียร์ยูไนเต็ด มั่นใจได้เลยว่าอเล็กซ์จะต้องถูกเลือกให้เป็นผู้จัดการทีมที่พวกเขาเกลียดขี้หน้าที่สุด และอยากให้ถูกไล่ออกไปเร็ว ๆ
ความรู้สึกผิดไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการทำงานของผม ซึ่งพยายามจะใช้นักเตะที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพที่สุด เฟอร์กูสันซึ่งถูกมองว่าความสำเร็จในลีกสกอตแลนด์เป็นเพียงความฉาบฉวย เมื่อต้องมาเจอของจริงในลีกเมืองผู้ดี ผมทำอะไรผิดพลาดไป? สิ่งเดียวที่ทำได้คือ การสงบนิ่งเอาไว้ให้มากที่สุด และพยายามหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า
ช่วงนั้นอเล็กซ์ดูสบายดีและสนุกกับสิ่งต่าง ๆ ที่ตัวเองทำ ทอม ไทร์เรลล์ ดีเจประจำสถานีวิทยุพิคาเดลลี่ เรดิโอ กล่าว พวกสื่อมวลชนไม่เคยรู้ว่าเขามีความกดดันขนาดไหน แต่ก็ยังสามารถอารมณ์ดี จิบน้ำชาพร้อมทานขนมปังในตอนเช้าได้อย่างปกติ จนพวกนักข่าวดูแทบไม่ออกว่าภายในของเขาร้อนระอุแค่ไหน
ขณะที่ไมเคิล ดักซ์บิวรี่ อดีตนักเตะทีมชาติอังกฤษกล่าวว่า อาจจะเรียกได้ว่าภายในของเขาเจ็บมาก แต่ก็ยังพยายามต่อสู้กับความกดดันและปกป้องลูกทีมทุกคนอย่างเต็มที่ ผมไม่คิดว่าความเชื่อมั่นที่นักเตะในทีมมีต่อเขาจะลดน้อยลง ผมเองก็คนหนึ่งล่ะ เขาไม่ใช่คนที่ยอมแพ้ง่าย ๆ และจะต้องให้ทุกคนเดินหน้าไปข้างหน้าพร้อมกัน
กิ๊บสันเล่าถึงช่วงที่ทีมเริ่มหลุดพ้นฟอร์มอันเลวร้ายว่า สถานการณ์ภายในทีมค่อนข้างย่ำแย่ จนอาจจะเรียกว่ากำลังเข้าสู่ช่วงต่ำถึงขีดสุด ทุกคนรู้ดีว่าไม่อาจจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปได้ ไม่อยากนั้นเฟอร์กูสันจะต้องถูกไล่ออกแน่นอน เขาไม่ได้ทำให้เป็นที่รักของลูกทีมคนใดคนหนึ่ง แต่เขาเป็นที่รักของทุกคนในทีม
เฟอร์กูสันไม่พอใจกับผลงานของทีมมาก ครั้งหนึ่งเขาบอกกับเราว่า พวกนายคือนักเตะชั้นยอด ทำไมถึงทำไมถึงไม่ยอมแสดงฝีเท้าออกมาเต็มที่ให้ฉันเห็น เราไม่ได้ทำสิ่งที่ควรทำในสนาม เขาได้ทำทุกอย่างเต็มความสามารถแล้ว แต่หากปราศจากฟอร์มการเล่นอันยอดเยี่ยมของเราก็ไม่มีทางที่จะเกิดขึ้น
เท่านั้นยังไม่พอระหว่างทางกลับบ้านหลังความพ่ายแพ้ต่อ คริสตัล พาเลส ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียด แผ่นป้ายไล่เฟอร์กี้มีให้เห็นอยู่ทั่วทั้งโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ความรู้สึกของกุนซือเลือดขี้เมาย่ำแย่ลงไปอีก เมื่อรู้ผลประกบคู่เอฟเอ คัพ รอบ 3 ทางวิทยุ ผมได้ฟังข่าวร้ายว่าเราต้องออกไปเยือนน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ในเอฟเอ คัพ มันเป็นวันบ้าอะไรกัน!! เฟอร์กี้พูดเหมือนกับเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ผมคิดว่าเรากำลังแย่จริง ๆ แล้ว ทั้งๆที่เพิ่งแพ้คริสตัล พาเลส 2 1 ในบ้านของตัวเอง ท่ามกลางเสียงโห่ของแฟนบอลซึ่งไม่พอใจ ที่ผมดร๊อบสปาร์กี้ (มาร์ค ฮิวจ์ส) ขวัญใจของพวกเขา หลังจากนั้นผมต้องมาพบทีมของคลัฟฟี่ ซึ่งได้รับการยกย่องอย่างมากในเวลานั้น และยังเป็นทีมที่ช่ำชองเรื่องการเล่นฟุตบอลถ้วยเป็นอันดับหนึ่งของประเทศอีกด้วย พอกลับเข้าไปถึงบ้านนักข่าวคนหนึ่ง โทรมาขอความเห็น ผมคิดในใจว่าคงต้องปล่อยไปเลยตามเลย และตอบไปว่ามันเป็นผลการจับฉลากที่ยอดเยี่ยม
8 ม.ค. 1990 หนึ่งวันหลังจบเกมส์ที่ซิตี้ กราวน์ สถานการณ์ของเฟอร์กูสันเริ่มคลี่คลาย หลังพาทีมบุกไปเฉือนชนะนักเตะเจ้าป่าได้อย่างพลิกความคาดหมาย ลดกระแสกดดันจากแฟนบอลที่ต้องการให้บอร์ดของสโมสรตะเพิดกุนซือรายนี้ออกจากโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด
เฟอร์กูสันซื้อนักเตะผิดพลาด รวมทั้งการเลือกทีมที่ดูเหมือนจะไม่สนใจผลการแข่งขัน และยังเป็นการทำให้สโมสรตกต่ำ วันนี้เส้นทางการทำงานของเขากำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย ไบรอัน แกรนวิลล์ คอลัมนิสต์ฟุตบอลอันดับหนึ่งของเกาะอังกฤษ ให้ทรรศนะเอาไว้ในนสพ. เดอะ ซันเดย์ ไทมส์ ฉบับเช้าก่อนวันแข่งขันเอฟเอ คัพ รอบ 3
อย่างไรก็ตามแฟนบอลปีศาจแดงบางส่วนก็ยังไม่พอใจเท่าไรนัก บวกกับแรงเชียร์ของนักข่าวทำให้เฟอร์กูสัน รู้ดีว่าเขาไม่อาจจะทำสิ่งที่ผิดพลาดได้อีกแล้ว แม้ผู้บริหารของทีมยังคงให้การสนับสนุนเป็นอย่างดีก็ตาม
ช่วงเวลานั้นเราไม่เคยพูดเรื่องตำแหน่งของอเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เลยแม้แต่ครั้งเดียว เพราะรู้ดีว่าเขากำลังทำในสิ่งที่ถูกต้อง บ็อบบี้ ชาร์ลตัน ตำนานของทีมปีศาจแดงเผยความจริงถึงความสัมพันธ์อันเหนียวแน่นระหว่างมาร์ติน เอ็ดเวิร์ดส ประธานสโมสรกับเฟอร์กูสัน
เรามีการพูดคุยกันอยู่ตลอดเวลา ท่านประธานโทรมาเรียกไปพบที่ห้องทำงานของเขาหลังจบเกมกับฟอเรสต์หนึ่งวัน เฟอร์กูสันกล่าว เรากำลังอยู่ในช่วงวิกฤต และพวกนักข่าวก็พยายามให้เขาแสดงจุดยืนที่ชัดเจนเกี่ยวกับอนาคตกับสโมสร และต้องการให้เขาเรียกประชุมบอร์ด เพื่อโหวตว่าผมสมควรจะทำหน้าที่ต่อไปหรือไม่ ก่อนหน้าจะลงเตะฟุตบอลถ้วย พวกเขาหวังว่ามันจะเกิดขึ้นทันที หากผมพาทีมตกรอบก่อนจะโดนไล่ออก
ท่านประธานยอมรับว่า คงไม่มีผู้บริหารคนไหน ออกมาสนับสนุนผมต่อสาธารณะ เพราะนั่นคือการนำตัวเองไปสู่เสียงวิจารณ์ เขาบอกกับผมเป็นการส่วนตัวว่าหากเราตกรอบเอฟเอ คัพ ผมก็จะไม่ถูกไล่ออกอย่างแน่นอน ประธานและบอร์ดทุกคนยอดเยี่ยมมาก ตลอดการทำงานหลายสิบปีไม่เคยมีคำถามเกิดขึ้นเลยสักครั้งว่า ผมกำลังนำทีมไปสู่ทิศทางใด
13 ปีที่ผ่านมา การตัดสินใจของผู้บริหารทีมปีศาจแดงในเวลานั้น ก็ได้รับการพิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้อง เมื่อเทียบกับความสำเร็จอันมากมาย ที่เข้ามาสู่ถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดตลอดทศวรรษที่ 90 ทั้งการคว้าแชมป์พรีเมียร์ชิพ 7 สมัยในรอบ 9 ปี , ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ ลีก , เอฟเอ คัพอีก 2 ครั้ง รวมทั้งแชมป์คัพวินเนอร์ส คัพ กับรัมเบลโลว์ส คัพ อีกอย่างละ 1 สมัย
ผมรู้จักมาร์ติน เอ็ดเวิร์ดส มานานหลายสิบปีและเขาก็ไม่เคยพูดเรื่องที่ไม่เป็นจริง ไทร์เรล ดีเจคนเดิมยืนยันคำพูดของเฟอร์กูสัน
หากเขาไม่ต้องการตอบคำถามข้อไหน ก็จะไม่มีทางพูดอะไรออกมา ถ้าเขาพร้อมที่จะตอบทุกอย่าง ที่ออกมาก็คือความจริงทั้งหมด บ่อยครั้งที่เรื่องราวในวงการฟุตบอลเต็มไปด้วยความหลอกลวง และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมเฟอร์กูสัน ถึงเชื่อมั่นคำพูดของประธานสโมสรมากขนาดนี้
เอ็ดเวิร์ดสได้เปิดเผยที่ไม่ไล่เฟอร์กูสัน ออกไปในปี 1989 ว่า อเล็กซ์ทำงานอย่างหนักอยู่เบื้องหลัง เขานำนักเตะใหม่เข้ามา 5 คน และต้องการโอกาสเพื่อปรับตัวให้เข้ากับทีม เงินจำนวนมากไม่ได้ทำให้ผลงานของทีมดีขึ้นในทันที งานของเขายังไม่ได้อยู่แค่ในทีมชุดใหญ่เท่านั้น อเล็กซ์ลงไปดูแลทีมสำรองและเยาวชนในทุกระดับของสโมสร เรารู้ดีถึงความทุ่มเท ของเขาที่มีต่อสโมสร และมั่นใจว่าจะต้องพาทีมกลับไปสู่เส้นทางอันยิ่งใหญ่ได้อย่างแน่นอน
ผู้บริหารทุกคนเข้าใจดีว่า ระหว่างผลงานของทีมชุดใหญ่กำลังย่ำแย่ เฟอร์กูสันกำลังยุ่งขนาดไหนกับการปรับโครงสร้างระบบเยาวชนของสโมสร รวมทั้งการทำงานของแมวมองเพื่อเป็นการวางรากฐานความสำเร็จไปสู่อนาคต
คำพูดมากมายที่เกิดขึ้นยุติลง หลังจากได้เห็นความสำเร็จของนักเตะเยาวชนที่เลื่อนชั้นขึ้นมา กิ๊บสันกล่าวชมเชยอดีตเจ้านาย บางทีพวกเขาอาจจะทำได้ไม่ดีนักในช่วง 2 ปีแรก แต่ทุกคนรู้สึกตื่นเต้นที่ทำให้สโมสรประสบความสำเร็จ ผมได้ร่วมกับไรอัน กิ๊กส์ ในทีมสำรอง และเขาสามารถเล่นทดแทนตำแหน่งของผมได้ทันที เช่นเดียวกับ พอล สโคลส์ และนิกกี้ บัตต์ ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม
เรารู้ว่าแฟนบอลเริ่มลดความกดดันลง แต่สถานการณ์ของเจ้านายก็ยังหมิ่นเหม่เหลือเกิน ทุกคนตั้งใจที่จะคว้าแชมป์ให้สำเร็จ เพื่อเปลี่ยนสถานการณ์ให้กลับมาสู่ปกติ จนทำให้เราลงแข่งด้วยความคิดว่า หากเราไม่ชนะแค่เกมเดียว ก็อาจจะทำให้เขาถูกไล่ออกได้ทันที
ประตูชัยของมาร์ค โรบินส์ ในเกมที่ซิตี้ กราวน์ ทำให้สายเชือกกิโยตินไม่ถูกตัดลงบั่นคอของเฟอร์กี้ และจากนั้นหลายสิ่งหลายอย่างก็เริ่มเปลี่ยนมาสู่ถิ่นทางที่ดีขึ้น
วันที่เราชนะฟอเรสต์ มันส่งผลให้ความกดดันที่อยู่บนบ่าของเราถูกทิ้งไปหมด บ่ายวันนั้นคือจุดเปลี่ยนของฤดูกาลและการทำหน้าที่ของผู้จัดการทีมของเซอร์อเล็กซ์เช่นเดียวกัน
จากนั้นขุนพลปีศาจแดงก็ระเบิดฟอร์มกรุยทางสู่เวมบลีย์ ด้วยการสยบเฮเรฟอร์ต , นิวคาสเซิ่ล, เซฟฟิลด์ ยูไนเต็ด และโอลด์แฮม ซึ่งต้องเสียเวลาเล่นนัดรีเพลย์ก่อนจะได้เข้าชิงในที่สุด รวมทั้งเขยิบขึ้นมาจบฤดูกาลด้วยการเป็นอันดับที่ 13 ในตารางลีก
แม้การโคจรมาพบคริสตัล พาเลส จะต้องยืดเยื้อไปเตะกันใหม่ หลังจากเสมอกันอย่างดุเดือดในนัดแรก 3 3 ก่อนลูกยิงในนาทีที่ 59 ของ ลี มาร์ติน จะกลายเป็นการนำถ้วยแชมป์ใบแรกมาสู่ถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ได้สำเร็จภายใต้การคุมทีมของเฟอร์กูสัน
ผมจำสีหน้าแห่งความยินดีของเฟอร์กูสัน ได้อย่างแม่นยำระหว่างนั่งรถไฟเดินทางกลับไปที่แมนเชสเตอร์พร้อมกับทุกคนในทีม เว็บบ์ซึ่งหายเจ็บกลับมาร่วมทีมได้ทันท่วงที มันเป็นความรู้สึกที่เราสามารถผ่านช่วงเวลาที่เลวร้ายไปได้สำเร็จ พร้อมกับมีถ้วยแชมป์อยู่ในมือและทุกคนในสโมสรก็รู้ดีว่า ช่วงเวลาแห่งความสำเร็จกำลังจะกลับคืนมาในอีกไม่ช้า
หากเวลานี้กองเชียร์ยูไนเต็ดคนไหนยังเก็บแผ่นผ้า ที่มีข้อความไล่เฟอร์กี้ออกจากตำแหน่งอยู่ใต้เตียงที่บ้าน น่าจะรู้ตัวได้ว่า มันคือความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่เขาได้ทำต่อสโมสร ยิ่งเมื่อเราได้เห็นว่าภายในตู้โชว์ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด มีถ้วยแชมป์ 14 ใบ ที่เราได้รับเพิ่มขึ้นภายใต้การนำทีมของชายที่ชื่อว่า อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
เฟอร์กูสัน เอฟเอ คัพ ไฟนั่ล 1990 เริ่มต้นสู่เส้นทางแห่งเกียรติยศ
ช่วงเวลาที่เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เดินนำลูกทีมลงสู่สนามเวมบลีย์ ในเกมนัดชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ กับคริสตัล พาเลส เขารู้ดีว่าชัยชนะเท่านั้นที่จะทำให้การทำงานกับสโมสรยืดยาวออกไปอีก หลังจากทุ่มเงินไป 7.5 ล้านปอนด์ เพื่อปรับปรุงทีมในช่วงปิดฤดูกาล แต่กลับทำอันดับในลีกได้ดีที่สุดแค่ที่ 13 เท่านั้น
และแฟนบอลก็จะต้องไม่พอใจอย่างแน่นอน หากเขาไม่อาจนำถ้วยแชมป์กลับโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดได้สำเร็จ
ยูไนเต็ดเริ่มต้นได้ไม่ดีนัก เมื่อถูกพาเลสขึ้นนำไปก่อนอย่างรวดเร็ว จากนั้น ไบรอัน ร็อบสัน กัปตันกระดูกเหล็กก็ยิงตีเสมอเรียกความเชื่อมั่นของทีมคืน ตามด้วยมาร์ค ฮิวจส์ ที่ซัดพาทีมออกนำหลังเกมส์ผ่านไป 1 ชั่วโมง
ช่วงต่อเวลาพิเศษ เอียนไรท์ กองหน้าตัวแสบถูกเปลี่ยนลงมาเสริมเกมรุกของพาเลส และก็เห็นผลเมื่อไรท์ ยิงให้พาเลสขึ้นนำอีกครั้ง ขณะเหลืออีกเพียง 7 นาที แต่สปาร์กี้ก็ยังช่วยต่อลมหายใจของทีมให้ไปลุ้นกันใหม่ในนัดรีเพลย์ได้สำเร็จ
เกมนัดเตะใหม่มาตัดสินกันที่ ลี มาร์ติน แบ็คซ้ายเด็กปั้นของสโมสรจะเป็นผู้ยิงประตูหนึ่งเดียวของเกมในนัดเตะใหม่ในอีก 1 สัปดาห์ถัดมา
การคว้าแชมป์เอฟเอ คัพคราวนั้นคือวันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของผม
เฟอร์กูสันให้นิยามถึงเอฟเอ คัพ ไฟนั่ล 1990 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในวันนี้ก็ว่าได้
***********************
จากคุณ |
:
ข้าวเรียงเม็ด
|
เขียนเมื่อ |
:
9 เม.ย. 55 09:38:18
|
|
|
|
 |