เรียนแฟนบอลไทย จากประธานสโมสรบุรีรัมย์ยูไนเต็ด เนวิน ชิดชอบ
|
 |
จากกระทู้ [url=http://www.buriramunited.com/th/content.php?lang=th&cat=3&id=304]http://www.buriramunited.com/th/content.php?lang=th&cat=3&id=304[/url]
[img]http://www.buriramunited.com/th/images_content/userfiles/images/BURIRAM%20UTD%20copy(1).jpg[/img]
21 เมษายน 2555 เรื่อง รายงานผลการประชุมร่วมกับ สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ บริษัทไทยพรีเมียร์ลีกจำกัด เรียน แฟนฟุตบอลชาวไทย ตามที่สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และบริษัทไทยพรีเมียร์ลีกจำกัด ได้เชิญสโมสรสมาชิกในไทยพรีเมียร์ลีก เข้ารับฟังการชี้แจงของบริษัทสยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารสิทธิประโยชน์การแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก ซึ่งได้ประกาศถอนตัวจากการบริหารสิทธิประโยชน์การจัดการแข่งขันฟุตบอลอาชีพของประเทศไทย ไปแล้วนั้น ผมในฐานะประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และเป็นหนึ่งในผู้ร่วมการประชุมเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2555 ขอเรียนชี้แจงประเด็นการประชุมผลการประชุมและข้อสังเกตที่เกิดขึ้นจากการประชุมให้แฟนฟุตบอลชาวไทยที่สนใจติดตามค้นหาความจริงเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ และผลประโยชน์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการแข่งขันไทยพรีเมียร์ลีก ไปอยู่ในมือใครได้ทราบ ดังนี้ 1. ประเด็นการประชุมครั้งนี้มีวาระสำคัญ 3 เรื่องด้วยกัน คือ 1.1 วาระที่ 1 บริษัทสยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ได้รับมอบสิทธิจากสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ชี้แจงการดำเนินงานบริหารสิทธิประโยชน์ ของปี 2554 นำตัวเลขรายรับรายจ่ายมาแสดงต่อที่ประชุม ซึ่งมีผลสรุปว่า บริษัทสยามสปอร์ตฯ หารายได้มา 218,400,000 บาท ใช้จ่ายไปทั้งสิ้น 209,882,000 บาทมีกำไร 8,517,600 บาท โดยมีการแจกแจงค่าใช้จ่ายแต่ละด้านพอสังเขป ซึ่งบางรายการก็สมเหตุสมผล และตรวจสอบได้ ในขณะที่บางรายการยังคงมีข้อสงสัย จากผู้เข้าร่วมประชุม และยังไม่มีคำตอบเช่น... 1.1.1 สปอตโฆษณาสินค้าในการถ่ายทอดสดฟุตบอลไทยลีกดิวิชั่น 1 และดิวิชั่น 2 ซึ่งออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมของบริษัทในเครือสยามสปอร์ตฯ คิดเป็นเงินรายได้หรือไม่ รายได้ที่เกิดขึ้นตกอยู่กับใคร เนื่องจากการชี้แจงของบริษัทสยามสปอร์ตฯ ได้แจ้งว่าบริษัทสยามสปอร์ตฯ มีรายจ่ายจากการถ่ายทอดสดไทยลีกดิวิชั่น 1 และดิวิชั่น 2 แต่ไม่แจ้งว่ามีรายรับ หรือไม่จำนวนเท่าไร ในขณะที่ผู้ชมการถ่ายทอดสด และการถ่ายทอดเทปบันทึกภาพการแข่งขัน (Rerun) จะได้เห็นสปอตโฆษณาสินค้าทั้งสินค้าทั่วไปและสินค้าในเครือสยามสปอร์ตทุกครั้ง ซึ่งตัวแทนบริษัทสยามสปอร์ตฯ ยืนยันว่า "ไม่มีรายได้" เป็นโฆษณา "ฟรี" ทั้งหมด ประเด็นนี้ เป็นประเด็นที่ผมเห็นว่าบริษัทสยามสปอร์ตฯ ในฐานะผู้ได้รับประโยชน์ทั้งทางตรง และทางอ้อมจากการได้โฆษณาสินค้าในเครือสยามสปอร์ต "ฟรี" ควรจะชี้แจงมากกว่านี้ เช่น สปอตโฆษณาสินค้าทั้งหมดที่ออกอากาศไปแล้ว คำนวณเป็นมูลค่าเท่าไร และหากมีการซื้อขายจริงคิดเป็นเงินเท่าไร แม้บริษัทสยามสปอร์ตฯ จะเป็นผู้บริหารสิทธิประโยชน์ที่ถูกต้องชอบธรรมตามที่สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ชี้แจงแต่ก็ไม่ควรใช้สถานะผู้บริหารสิทธิประโยชน์ไปสร้างผลประโยชน์ที่คำนวณเป็นมูลค่าทางธุรกิจให้แก่ตนเอง เพราะเป็นการดำเนินการในลักษณะที่มีผลประโยชน์แอบแฝงอย่างชัดเจน ไม่ว่าผลประโยชน์นั้นจะมากหรือน้อยก็ตาม เนื่องจากในการถ่ายทอดสดไทยลีก ดิวิชั่น 1 และดิวิชั่น 2 บริษัทสยามสปอร์ตแจ้งว่ามีค่าใช้จ่ายมากถึง 18,620,000 บาทพฤติกรรมเช่นนี้จึงเข้าลักษณะที่เรียกได้ว่า "เสียส่วนรวม ได้ส่วนตัว" หรือ "ได้ฝากเมียเสียฝากเพื่อน" เพราะผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นบริษัทสยามสปอร์ตได้ไปเพียงฝ่ายเดียว โดยที่สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และบริษัทไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด ไม่ได้รับประโยชน์ใด ๆ เลย ประเด็นเล็ก ๆ แต่สำคัญอีกประเด็นหนึ่ง ก็คือค่าใช้จ่ายการจัดทำป้ายโฆษณาประชาสัมพันธ์รอบสนามหรือป้าย A บอร์ด ซึ่งบริษัทสยามสปอร์ตฯ แจ้งว่ามีค่าใช้จ่าย 15 ล้านบาท สำหรับ TPL / D1 / D 2 ซึ่งผู้ชี้แจงเองก็ยังรู้สึกว่า "ราคาสูง" แต่ก็พยายามหาเหตุผลว่า เพราะผลิต และติดตั้งทั่วประเทศจึงต้องมีค่าใช้จ่ายราคานี้ เรื่องนี้ตรวจสอบไม่ยาก เพราะทุกจังหวัดทุกสนามก็รู้ราคาดีอยู่แล้วว่าราคานี้เหมาะสมหรือไม่ และราคานี้ บริษัทใดรับจ้างผลิต และติดตั้งตรวจสอบได้ไม่ยาก 1.1.2 บริษัทสยามสปอร์ตฯ ชี้แจงว่ามีรายได้จากการขายลิขสิทธิ์น้อยกว่าที่ระบุไว้ในสัญญาขายลิขสิทธ์ เนื่องจากผู้ซื้อลิขสิทธิ์จ่ายเงินไม่ครบตามสัญญา ซึ่งประเด็นนี้ผมได้ทักท้วงในที่ประชุมว่า ไม่ว่าผู้ซื้อสิทธิ์จะจ่ายเงินครบ หรือไม่ครบก็ตาม บริษัทสยามสปอร์ตฯ ในฐานะผู้บริหารสิทธิประโยชน์จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบจ่ายเงินให้แก่สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในฐานะเจ้าของสิทธิให้ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในสัญญาซื้อขายสิทธิ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัญญานั้นมีนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ / หรือเลขาธิการสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยร่วมลงนามในฐานะเจ้าของสิทธิด้วย เพราะไม่มีใครล่วงรู้ได้เลยว่าแท้จริงแล้วผู้ซื้อสิทธิ์จ่ายเงินครบหรือไม่ครบจริงหรือไม่และจ่ายไปแล้วเท่าไร ยังไม่จ่ายเท่าไร เพราะเป็นเพียงการชี้แจงปากเปล่าไม่มีสัญญาหรือหลักฐานการชำระเงินมาแสดงคงจะพิสูจน์ได้ยาก คำชี้แจงเป็นจริงหรือไม่ หากบริษัทสยามสปอร์ตฯ สามารถจ่ายเงินที่ได้จากการบริหารสิทธิประโยชน์ให้สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยน้อยกว่าที่ระบุไว้ในสัญญา โดยอ้างเหตุว่าผู้ซื้อสิทธ์จ่ายเงินให้ไม่ครบได้ และสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในฐานะเจ้าของสิทธิไม่ทักท้วง ไม่เรียกร้องให้ปฏิบัติตามสัญญา อาจจะเป็นช่องทางหรือเหตุให้เกิดการทุจริตคอรัปชั่น และทำให้สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เสียประโยชน์ได้ ซึ่งพฤติกรรมการดำเนินงานของบริษัทสยามสปอร์ตฯ ในลักษณะนี้จัดได้ว่าเป็นการทำธุรกิจที่แทบจะไม่มีความเสี่ยงใด ๆ เลย จึงเป็นเหตุให้ต้องสงสัยว่าบริษัทสยามสปอร์ตฯ ขาดทุนจากการเป็นผู้บริหารสิทธิประโยชน์จริงหรือ? 1.1.3 บริษัทสยามสปอร์ตฯ ไม่ได้แสดงเอกสารหลักฐานหรือสัญญาใด ๆ ที่จะแสดงให้เห็นว่าเป็นผู้ได้รับมอบสิทธิให้เป็นผู้บริหารสิทธิประโยชน์แทนสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และบริษัทไทยพรีเมียร์ลีกจำกัด ตามที่บริษัทสยามสปอร์ตฯ ได้กล่าวอ้างในสัญญาขายสิทธิให้แก่ผู้ซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดการแข่งขัน ซึ่งผมได้สอบถามประเด็นนี้กับนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯว่ามีหนังสือหรือสัญญามอบสิทธิให้แก่บริษัทสยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) หรือไม่ก็ไม่ได้รับคำตอบนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ตอบเพียงว่า ขอให้ทำหนังสือมาสอบถามอย่างเป็นทางการ ซึ่งผมจะได้จัดทำหนังสือไปสอบถาม และขอสำเนาหนังสือหรือสัญญามอบสิทธิระหว่างสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ กับบริษัทสยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ที่ถูกต้องตามกฎหมายในเร็ว ๆ นี้ และจะแจ้งผลให้ทุกท่านทราบต่อไป 1.1.4 บริษัทสยามสปอร์ตฯ แจ้งต่อที่ประชุมว่า ส่งงานบริหารสิทธิประโยชน์คืนให้แก่สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยแล้ว และจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับการบริหารสิทธิประโยชน์ของการแข่งขันฟุตบอลอาชีพของประเทศไทยอีก ซึ่งเป็นประเด็นที่ผมสงสัย และตั้งคำถามต่อนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ในฐานะเจ้าของสิทธิ เช่นเดียวกับที่แฟนบอลทุกท่านสงสัยคือ การบอกเลิกสัญญา การบอกคืนสิทธิการสิ้นสุดสถานะผู้บริหารสิทธิ กระทำได้ง่ายดายเช่นนี้จริงหรือ ข้อกำหนดในสัญญาการทำธุรกิจปกติสามัญ ที่เราคุ้นเคยกันว่า การบอกเลิกสัญญาต้องเป็นความยินยอมของทั้งสองฝ่าย หรือฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดผิดสัญญาอีกฝ่ายหนึ่งมีสิทธิบอกเลิก และมักจะมีข้อกำหนดให้ผู้ละเมิดสัญญาชำระค่าเสียหายด้วย แต่ในกรณีนี้กลับไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ จากสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และหากพิจารณาแต่ต้นก็น่าเชื่อได้ว่า ทั้งสองฝ่ายยังอยากร่วมมือกันบริหารสิทธิประโยชนย์ต่อไป ไม่มีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดอยากเลิกสัญญาโดยเฉพาะสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ แถลงในห้องประชุมทันทีที่ได้รับสิทธิคืนมาว่าจะเชิญบริษัทสยามสปอร์ตฯมารับเป็นผู้บริหารสิทธิประโยชน์ต่อไป แต่เนื่องจากยังไม่ได้เห็นสัญญาอย่างเป็นทางการจึงไม่สามารถสอบถามได้มากกว่านี้ แต่ก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ต้องติดตามค้นหาความจริงกันต่อไป ในส่วนของบริษัทสยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด(มหาชน) ที่ผมสอบถามมีเพียงเท่านี้ และส่วนใหญ่ยังไม่ได้คำชี้แจงที่ทำให้สิ้นสงสัยแต่ผมได้แจ้งตั้งแต่ก่อนจะเริ่มประเด็นซักถามแล้วว่า ผมไม่ได้ติดใจการดำเนินงานของบริษัทสยามสปอร์ตฯ เพราะไม่มีสิทธิก้าวล่วงการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ และได้แจ้งต่อผู้บริหารบริษัทสยามสปอร์ตฯ ด้วยว่าหากผมสงสัยการดำเนินธุรกิจของบริษัทสยามสปอร์ตฯ ผมจะใช้สิทธิในฐานะผู้ถือหุ้นบริษัทสยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ยื่นหนังสือให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้ามาตรวจสอบ แล้วแจ้งผลให้ผมทราบ หลังการชี้แจงของผู้บริหารบริษัทสยามสปอร์ตฯ เสร็จสิ้นลง ผมเห็นว่ามีหลายประเด็นที่แฟนบอลยังคงสงสัย รวมทั้งผม ผมกำลังพิจารณาว่า อาจจะต้องใช้สิทธิในฐานะผู้ถือหุ้นบริษัทสยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ทำความจริงให้ปรากฎ เสียที ประเด็นหนึ่งที่มีความสำคัญมาก แต่ไม่มีใครสอบถามเลย รวมทั้งผม ก็หลงลืมไปด้วย คือ สิทธิประโยชน์ของปี 2555 หรือ ปีปัจจุบัน หรือ ฤดูกาล 2012 นี้ ยังไม่มีใครพูดถึงกันเลย เพราะมัวแต่หลงประเด็น ปี 2554 กันไปหมด ปีนี้ ไทยพรีเมียร์ลีก เตะกันไป 5 แมตช์ แล้ว ดิวิชั่น 1 เตะกันไป 5 แมตช์ แล้ว รายรับ รายจ่าย เป็นอย่างไร ยังไม่ได้เอาชี้แจงกันเลย แล้วจู่ ๆ สยามสปอร์ตฯ ก็บอกว่า ไม่เชื่อใจกันแบบนี้ ไม่เอาแล้ว ไปดีกว่า แล้วก็คืนทั้งรายรับ รายจ่าย ให้สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ไปทำกันเอง จึงยังไม่มีใครได้ทราบว่า ปีนี้ จะมีรายได้เท่าไร รายจ่ายเท่าไร จะกำไร ขาดทุน แล้วจะเดินหน้ากันอย่างไรต่อไป ลีกสำรองที่บอกว่าไม่มีเงินพอจัดการแข่งขัน จะมีไหม นี่เป็นประเด็นสำคัญที่ต้องค้นหากันต่อไป ว่าแต่ละสัญญา แต่ละรายได้ แต่ละรายจ่าย สมเหตุสมผล หรือไม่ และจะมีเงินกำไรมากกว่าปีที่แล้วหรือไม่ ในภาวะที่กระแสฟุตบอลไทย บูมสุดขีดในปีนี้ สำหรับประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และบริษัทไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด เป็นวาระที่ 2 และวาระที่3 ติดตามได้ในจดหมายชี้แจง ฉบับที่ 2 ครับ ขอแสดงความนับถือ
[img]http://www.buriramunited.com/th/images_content/userfiles/images/Navin/Newin_signature2.jpg[/img] (นายเนวิน ชิดชอบ)
ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
เอกสารชี้แจงจากบริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด(มหาชน) [img]http://www.buriramunited.com/th/images_content/userfiles/images/untitled1(1).png[/img]
[img]http://www.buriramunited.com/th/images_content/userfiles/images/untitled1(1).png[/img]
[img]http://www.buriramunited.com/th/images_content/userfiles/images/untitled2.png[/img]
[img]http://www.buriramunited.com/th/images_content/userfiles/images/untitled2.png[/img]
[img]http://www.buriramunited.com/th/images_content/userfiles/images/untitled%203.png[/img]
[img]http://www.buriramunited.com/th/images_content/userfiles/images/untitled%203.png[/img]
[img]http://www.buriramunited.com/th/images_content/userfiles/images/untitled4(1).png[/img]
[img]http://www.buriramunited.com/th/images_content/userfiles/images/untitled4(1).png[/img]
จากคุณ |
:
panumard
|
เขียนเมื่อ |
:
21 เม.ย. 55 18:13:46
|
|
|
|