 |
คงต้องดูแล้วว่า ใครจะควบคุมประสาทของตัวเองได้ดีกว่ากัน ขนาดเราเป็นดู เห็นแล้วยังจะสั่นแทนเลย
สำหรับ ซิตี้ นี่จะเป็นโอกาสเดียวและโอกาสสุดท้ายแล้วที่จะได้กุมชะตาชีวิตของตัวเอง จบเกมนี้ไปก็ไม่เหลืออะไรนอกจากลุ้นดวงอย่างเดียว เพราะฉะนั้นเกมนี้ ไม่ว่าแลกด้วยอะไร ซิตี้ใส่แหลกสุดชีวิตแน่นอน
ยูไนเต็ด มีประสบการณ์ และด้วยปีนี้ที่แสดงถึงความ "ไม่นิ่ง" มาพอสมควร ตั้งแต่เกม 6-1 เรื่อยมาในหลายๆ เหตุการณ์ ตกรอบยุโรปเอย แพ้บ๊วยคาบ้านเอย มีพอสมควรที่เป็นเกมที่ปกติแล้ว ยูไนเต็ด จะไม่พลาดแบบนี้
ซึ่งคงเป็นอะไรที่ไม่ได้แก้กันได้ง่ายๆ ชนิดปรับแท็คติค เปลี่ยนตัวลง แล้วจะปร๋อเลย
ผมมองว่า ประสบกาณ์ มันมีประโยชน์แบบ long run คือเหมือนต่างคนต่างวิ่งแข่งกัน วิ่งไปยาวๆ ประสบการณ์มันจะช่วยสอนได้ว่า จังหวะไหนควรเร่ง ควรผ่อน ควรทำตัวแบบไหน
แต่ถ้าต้องขึ้นชกกันตรงๆ ให้มวยเก๋าแต่แก่ กับมวยหนุ่มแต่คึก งานนี้ถ้ามวยหนุ่มไม่ตื่นเต้นจนลนไปเอง ผมก็ยังมองว่าตัว-ตัวแล้ว มวยหนุ่มคึกคักมีภาษีดีกว่า
ประสบกาณ์แย่งแชมป์ มันโช่มีแล้ว เตเบซมีแล้ว ตูเร่ นาสรี่ ยาย่าตูเร่ หรือจะ มิลเนอร์ แบรี่ ก็ผ่านประสบการณ์มาเยอะ กุน บาโล เซโก้ ก็ผ่านเวทียุโรปมาแล้ว บางคนก็เคยเจอเกมระดับ เรอัล บาซ่า มาแล้ว
ไม่ใช่ว่าห่างกันระดับ นิวคาสเซิล หรือ สเปอร์ แน่นอน
แต่ก็มีข้อสังเกตุว่า เดิมที ตอนที่แต้มยังสูสีๆ กันอยู่ เป็นฝั่งซิตี้ทีออกอาการรวน เกร็ง จนจากที่นำ กลายเป็นโดนแซงนำสุดกู่ 8 แต้ม แล้วจนตอนนั้น ที่ซิตี้ผ่อนคลายความกดดัน (เพราะโดนนำห่าง) ก็เลยกลับมาสบายๆ และเล่นดีขึ้นอีกครั้ง
มันโช่ก็คงเห็น ว่าซิตี้เกร็งเกินไป จึงได้พร่ำบอกมาตลอดว่า ไม่ลุ้นแล้วๆ ยกแชมป์ให้ไปเลยๆ ทั้งที่สถานการณ์มันชัดเจนว่าเรือใบยังพลิกสถานการณ์ได้
ผมว่า สภาพจิตใจ ความนิ่ง การควบคุมประสาท เป็นปัจจัยสำคัญที่จะชี้วัดผลในเกมนี้
ซึ่งถ้า ซิตี้ ชนะยูไนเต็ดได้ โมเมนตัมเอย กำลังใจ ฯลฯ ผมว่า ซิตี้ใกล้แชมป์ชนิดถือไว้ข้างนึงเลยก็ว่าได้ เกมกับ นิวคาสเซิล จะหนักแน่ (แม้เพิ่งโดน วีแกน กดยับ 4-0) แต่เกมกับ สวอนซี และ ซัน'แลนด์ ของผีแดงก็ไม่ง่าย 2 ทีมนี้ตบทีมใหญ่ให้เห็นมาแล้ว
ตอนนี้เอง จริงๆ แล้วหลังจากเสมอ เอฟฯ 4-4 ผมยังห่วงว่าสภาพจิตใจของแค้มป์ผีท่าทางจะแย่มาก แพ้วีแกนก็ว่าอาจจะแค่อุบัติเหตุ แต่เสมอในบ้านอีก มันเหมือนทำลายความมั่นใจที่เคยมีตอน 8 แต้มไปหมด
ถ้า SAF เคี่ยวมาไม่ดี เด็กผีก็อาจจะมาแบบกล้าๆ กลัวๆ เกร็งๆ เพราะรู้ว่าประตูที่เกิดในเกมดาร์บี้นี้มันส่งผลได้ร้ายแรงแค่ไหน
สโคลส์ กิ๊กส์ เฟอร์ดินานด์ อาจจะไม่เกร็ง แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีสิทธิ์เล่นไม่ดี เพราะถ้าแท็คติคแพ้ คุณภาพผู้เล่นแพ้ ถึงไม่เกร็งก็พลาดกันได้ ดวลกับ ยาย่า, เดอยอง, ซิลบา ไม่ใช่งานง่ายแต่แรกอยู่แล้ว
ดูแล้ว SAF เองก็น่าจะมองไปถึงเกมหลังซิตี้แล้ว ที่เห็นไปดูเกม สวอนซี - วูลฟส์อยู่
ถามว่าเป้าหมายของ SAF หวังถึงขนาดว่าเผื่อแพ้ซิตี้แล้วจะไปถล่ม 2 เกมที่เหลือไล่ประตูได้เสีย(ที่ถ้าแพ้ซิตี้ จะตามอย่างน้อย 8 ลูก)ให้ทันซิตี้หรือไม่ คิดว่าคงไม่ขนาดนั้น แต่น่าจะหวังแค่ไม่พลาดอีกแล้ว ส่วนลูกได้เสียคงแล้วแต่โอกาส
เพราะลึกๆ ก็คงหวังให้ซิตี้ไปสะดุดกับ นิวคาสเซิล หรือ คิวพีอาร์ ในกรณีที่เกิดพลาดท่าแพ้ซิตี้อีกจริงๆ
นั่นก็คือที่สุดของที่สุดแล้ว
น่าเสียดายก็คือว่า ที่ผ่านๆ มา ยูไนเต็ด จะเหมือนรถที่วิ่งเรื่อยๆ เอื่อยๆ เป๋บ้างอะไรบ้างมาระหว่างทาง ก่อนจะมานิ่งสุดๆ ในช่วงท้ายฤดูกาล แต่มาปีนี้กลับมาเป๋เอาในตอนนี้ ก็ไม่รู้ว่านายช่างใหญ่แกจะจูนเครื่องไหวไหม
ก็ยังลุ้นกันยาวๆ ครับ
อีกเรื่อง เห็นได้ชัดอีกอย่างว่า มันโช่ ต้องการพาซิตี้ถึงแชมป์มากแค่ไหน ด้วยการที่เห็นมันโช่ลดระเบียบหรือความสำคัญของสโมสรลงไปมาก กับหลายๆ สโมสรแล้ว กรณีของ บาโลเตลลี่ หรือ เตเบซ ต่อให้เก่งแค่ไหน แต่วีรกรรมขนาดนั้น ก็แทบหมดอนาคตทั้งนั้น เปรียบเทียบชัดๆ ก็ถ้าเป็น SAF เอง ก็เคยเฉดหัวนักเตะนอกแถวออกไปไม่เว้น ถึงแม้จะส่งผลถึงขนาดทีมต้องฟอร์มเป๋ก็ยอม
แต่มันโช่ ยอมทุกอย่าง ซึ่งก็คงค่อนข้างชัดเจนว่าเขาคาดหวังกับการคว้าแชมป์ครั้งนี้มากแค่ไหน
ไม่ว่ายังไง ก็คิดว่า ปีหน้า ยิ่งสนุกขึ้นแน่ เชลซี น่าจะกลับมาอีกครั้ง สเปอร์และนิวคาสเซิลอาจจะหายไปหรือยังแรงอยู่ ต้องดูหลายๆ ปัจจัย
จากคุณ |
:
art_sarawut
|
เขียนเมื่อ |
:
29 เม.ย. 55 20:23:10
|
|
|
|
 |