รายงานผล ยูธ คัพ นัดชิงชนะเลิศ: แบล็คเบิร์น 1 เชลซี 0 (ผลรวม 1-4)
โพสเมื่อ : พุธ 9 พฤษภาคม 2012 21:06
ประตูในช่วงครึ่งแรกทำให้ทีมชุดอายุตำ่กว่า 18 ปีของเราต้องพ่ายแพ้ในคืนนี้แต่ชัยชนะถล่มทลายในเกมแรกทำให้ เชลซี ได้กลายเป็นแชมป์เอฟเอ ยูธ คัพ ครั้งที่ 4 ในประวัติศาสตร์ของสโมสร
และนี่ยังเป็นการคว้าแชมป์ครั้งที่ 2 ในรอบ 3 ปีอีกด้วย โดยเกมรุกที่ป้อแป้ในครึ่งแรกไม่ได้ทำให้ทีมเสียโอกาสครั้งนี้ และถึงแบล็คเบิร์น จะมีโอกาสยิงประตูเพิ่มได้มากกว่า 1 ลูกในช่วงครึ่งแรก แต่ด้วยเกมรับที่ดีขึ้นและการคอนโทรลเกในครึ่งหลังทำให้ เชลซี คว้าโอกาสของพวกเขามาครองได้ในที่สุด
เกมนี้ทีมมีการเปลี่ยนแปลง 2 ตำแหน่งจากนัดแรก โดย นาธาน เอค ติดภารกิจรับใช้ทีมชาติฮอลแลนด์ชุดอายุต่ำกว่า 17 ปี ทำให้ อาร์เชนจ์ เอ็นคูมู ลงสนามแทนในตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ อีกคนคือ อลิสแตร์ กอร์ดอน ลงสนามแทน อดัม เอ็นดิติ ในตำแหน่งแบ็กซ้าย
แบล็คเบิร์น เองก็มีการเปลี่ยนแปลงถึง 4 ตำแหน่งรวมถึงในแดนหน้า 2 คนได้แก่ โอซายาเมน โอซาวี ที่บาดเจ็บและเคอร์ติส ฮาลีย์ ที่ลงเล่นไม่ได้เนื่องจากมีอาการเจ็บที่กล้ามเนื้อโคนขาหนีบ ต้องนั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน
สำหรับเกมนี้ดูเหมือนจะเป็นวันที่อากาศแห้งอีกวันในแคว้นชาวแลงคาเชียร์ เหมือนในวันที่ทีมชุดใหญ่ของพวกเขาเพิ่งจะตกชั้นเมื่อวันจันทร์ แต่สุดท้ายความชื้นในอากาศก็กลับมาพร้อมกับการแก้แค้นในวันนี้
ฝนที่ตกลงมาในช่วงก่อนเริ่มเกมเปรียบได้กับการวอร์มอัพ ซึ่งทำให้สนามเปียกแฉะและยากที่ลูกฟุตบอลจะเคลื่อนที่ได้ ทำให้มีโอกาสของ จอห์น สวิฟท์ ที่จ่ายขึ้นหน้าและ เฟรุซ ชิงจังหวะเอาบอลได้ก่อน แต่สุดท้ายโดน แจ็ค โอคอนเนลล์ กลับมาสกัดได้
เปียซอน และเฟรุซ ประสานงานกันในแดนของแบล็คเบิร์น แต่ยังไม่สามารถหาจังหวะยิงประตูได้ สุดท้ายเป็นเจ้าบ้านที่ได้ทดสอบความหนึบประตูอขงเรา จามาน แบล็คแบน ต้องพุ่งปัดบอลเรียดของ จอห์น โอซุลลิแวน ที่ซัดจากระยะไกลได้ในช่วงที่เกมผ่านไป 15 นาที
มาถึงครึ่งทางของครึ่งแรก อาดี วีเวียช จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นหลังจากที่ อามิน อาฟฟาน ต้องรับการปฐมพยาบาลเป็นครั้งที่ 2 ต่อเนื่องกัน อเล็กซ์ คิวอมยา ต้องลงสนามแทนในตำแหน่งปีกขวา คิวอมย่า ได้สัมบอลก่อนที่ แบล็คเบิร์น จะได้ยิงประตูเบิกร่อง
ลูกนี้ต้องบอกว่า เอ็นคูมู โชคร้ายที่ลื่นเพราะพื้นสนามที่แฉะ เหมือนเห็นภาพฉายซ้ำของ จอห์น เทอร์รี่ เมื่อ 24 ชั่วโมงก่อน ทำให้แบล็คเบิร์น ได้โอกาสทอง โดยฮูโก้ เฟอร์นันเดซ ได้เปิดเรียดเข้ามาถึง ทิม เพย์น จบสกอร์จากระยะ 10 หลาเข้าไป
เปียซอน พยายามอย่างมากที่จะพลิกสถานการณ์ให้ทีมเชลซี โดยหาจังหวะให้ จอห์น สวิฟท์ ตรงมุมกรอบเขตโทษได้ลองตั้งป้อมซัดให้ แมตธิว เออร์วิน ต้องผวาปัดบอลออกไป
แบล็คเบิร์น พยายามครองเกมกดดันในช่วงครึ่งแรกแต่ว่าไม่สามารถทำประตูเพิ่มได้ ขณะที่เชลซี ก็ป้อแป้อย่างมากในครค่งแรก พวกเขาพยายามขึ้นเกมจากกลางสนามโดย ร็อบบี้ ค็อตตอน ที่พยายามจะเอาชนะแบล็คแมนให้ได้ แต่ว่ายังมี ทอดด์ เคน สไลด์บอลสกัดได้จากเส้นประตูพอดี
แบ็คขวาของเรายังแสดงให้เห็นว่านอกจากเกมรับเขายังเล่นเกมรุกได้ดีอีกด้วยในช่วงก่อนหมดครึ่งแรก 6 นาที เมื่อเติมเกมขึ้นไปรับบอลจ่ายจาก เปียซอน ก่อนจะทะลุขึ้นหน้าเข้ากลางประตูและซัดเต็มข้อไปที่เสาแรก แต่โดนเซฟเอาไว้อย่างยอดเยี่ยม
เคน ยังได้โอกาสซัดหลุดกรอบอีกครั้งในช่วงทดเวลาบาดเจ็บแต่ก่อนหน้านั้น คิวอมย่า ก็หาจังหวะตัดเข้าในจากการจ่ายบอลโดยสวิฟท์ แต่ไรอัน เอ็ดเวิร์ดส ตามมาสกัดเอาไว้ได้
กลับมาใหม่ในครึ่งหลังได้ไม่ทันไร แบล็คเบิร์น ต้องอกแรงเซฟทันทีเมื่อ วิเวียช ทำการเปลี่ยนตัวเอา อดัม เอ็นดิติ ลงแทนกอร์แทน ในตำแหน่งแบ็กซ้าย
ทีมของวิเชียช เกือบตีเสมอได้ก่อนครึ่งทางของครึ่งหลังเมื่อ เปียซอน ไหลบอลห้ คิวอมย่า ที่พยายามงัดบอลข้ามหัวผู้รักษาประตูซึ่งทำได้แล้วแต่บอลก็หลุดกรอบออกไปอีก
ราฮีม แฮนลีย์ มิดฟิลด์ของแบล็คเบิร์น ได้โอกาสยิงซึ่งสามารถเลือกเป้าได้เลยแต่ก็ซัดหลุดกรอบออกไปอย่างน่าเสียดายและยังมาโดนใบเหลืองอีกด้วย
จากนั้นก่อนที่เกมจะครบชั่วโมง เชลซี ต้องเสียนักเตะไปอีกคนเมื่อ เอ็นคูมู มีอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อโคนขาด้านหลังทำให้ นาธาเนียล ชาโลบาห์ ต้องลงมาคุมเกมรับกับรูเบน ลอฟตัส-ชีค เด็กเยาวชนอีกคนที่เคยบาดเจ็บร้ายแรงตลอดฤดูกาลนี้ ได้โอกาสลงสนามในแดนกลาง
เชลซี ยังถือความได้เปรียบอีก 3 ประตู โดยที่เวลาของแบล็คเบิร์นหมดลงไปเรื่อยๆ ซึ่งในช่วงตครบชั่วโมง ไรอัน เอ็ดเวิร์ส ก็เกือบจะยิงได้ที่เสาไกล หลังจากที่ แบล็คแมน ออกมาตัดลูกเตะมุมพลาด
ในแดนหน้า เฟรุซ แทบไม่ได้บอลจากเพื่อนเหมือนที่เคยได้ในเกมนัดแรกที่ทำให้เขายิงได้ 2 ประตูเลย แต่ก็ยังเรียกลูกเตะมุมให้ทีมได้ก่อนหมดเวลา 20 นาที ซึ่งสุดท้ายเป็นสวิฟท์ ที่ได้โขกที่เสาไกลแต่ว่าบอลติดบล็อกไปก่อน
สิงห์บลูส์ตัวน้อยๆพยายามบุกเท่าที่จะทำได้ เฟรุซ โดนจับล้ำหน้าอีกครั้งจากการเปิดบอลของคิวอมย่า เคน ยิงหลุดกรอบ และเอ็นดิติ ได้โอกาสซัดบอลผ่านหน้าปากประตูจากระยะแค่ 6 หลา
ก่อนหมดเวลา 10 นาที เดวีย์ โดนใบเหลืองไปโดยแบล็คเบิร์น ยิงทิ้งยิงขว้างไปเองจากฟรีคิกลูกนี้ ก่อนที่ เชลซี เกือบจะได้ประตูอีกครั้งเมื่อสวิฟท์ เปิดบอลเข้ามาให้ ลอฟตัส-ชีค วอลเล่ย์บอลถากเสาออกไปเพียงไม่กี่นิ้วเท่านั้น
ลอฟตัส-ชีค มาโดนใบเหลืองบ้างในช่วงท้ายเกมเมื่อพยายามพุ่งล้มจะเอาฟรีคิกแต่ไม่ได้ โดยช่วงสุดท้ายเชลซี ต้องหวาดเสียวกับการจู่โจมเข้าเขตโทษแต่สุดทา้ยก็สามารถตรึงกำลังได้จนดหมดเวลาและในที่สุดก็ได้ฉลองกันอีกครั้ง
เชลซี (4-3-3): จามาล แบล็คแมน; ทอดด์ เคน, อเล็กซ์ เดวีย์, อาร์เชนจ์ เอ็นคูมู (รูเบน ลอฟตัส-ชีค 59), อลิสแตร์ กอร์ดอน (อดัม เอ็นดิติ พักครึ่ง); จอห์น สวิฟท์, นาธาเนียล ชาโลบาห์ (กัปตัน), ลูอิส เบเกอร์, อามิน อาฟฟาน (อเล็กซ์ คิวอมย่า 23), อิสลาม เฟรุซ,ลูคัส เปียซอน
สำรองไม่ได้ใช้ : มิตเชลล์ บีนีย์, นอร์เท นอร์ตี้
แบล็คเบิร์น (4-3-3): แมตธิว เออร์วิน; เคลเลน ดาลีย์, ไรอัน เอ็ดเวิร์ดส (กัปตัน), แจ็ค โอคอนเนลล์, ปีเตอร์ วิลลีย์; แบรดลีย์ เมน (ดาเนี่ยล เลเวอร์ตี 82), ร็อบบี้ ค็อตอน (แอนโทนี โบแลนด์ 61), ราฮีม ฮานลีย์;ฮูโก้ เฟอร์นันเดซ, ทิม เพย์น (เคอร์ติส ฮาลีย์ 70), จอห์น โอ ซุลลิแวน
สำรองไม่ได้ใช้: คริสโตเฟอร์ ดิโล, วิลล์ บีสลีย์
http://thai.chelseafc.com/news/latest/1127