เอาง่ายๆครับ ปรัชญาโค้ชของดอร์ทมุนครับ
"ไม่มีใครคนใดเล่นฟุตบอลบนเกาะร้างได้ด้วย ตัวคนเดียว ที่เห็นว่าเล่นได้ อาทิ เดาะบอล เตะบอล เลี้ยงบอลคนเดียวได้นั้น เขาไม่ได้เรียกเล่นฟุตบอล แต่เรียกว่าอยู่กับฟุตบอล ฝึกทักษะกับลูกหนังทรงกลมที่มีลมอยู่ข้างใน แต่ไม่ใช่เล่นเกมฟุตบอล ซึ่งจะเห็นได้ว่าคนมีทักษะกับลูกฟุตบอลดีนั้นทำให้เล่นเกมฟุตบอลง่ายขึ้น แต่ไม่ได้ทำให้เขาจะมาเป็นศิลปิน หรือเป็นอัจฉริยะบนทุ่งหญ้าขนาด 150 หลาได้ทุกคน เพราะเกมฟุตบอลไม่สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวคนเดียว เพราะลำดับต่อมาทีมฟุตบอลที่มี 11 คนบนสนาม ต้องใช้ความสามัคคีทำให้ทั้ง 11 คน เล่นแบบเป็นเอกภาพเหมือนตัวคนเดียว เรียกง่ายๆ ว่า "ทีมเวิร์ก" นักฟุตบอลทั้งหมดต้องเรียนรู้ที่จะพัฒนาศักยภาพของตัวเองรวมถึง จุดอ่อน ของตัวเองและทีมไปพร้อมกับเพื่อนร่วมทีม นอกจากนั้นคุณจะต้องพยายามเก็บข้อโต้เถียงในสนามระหว่างคุณกับเพื่อนร่วมทีม แล้วนำความอัดอั้นดังกล่าวไประบายในห้องแต่งตัวของทีมเท่านั้น เพราะการก้าวร้าวกันและกันบนสนามด้วยอารมณ์ไม่ใช่เหตุผลจะส่งผลต่อ ผลงาน ในสนามทั้งของตัวเองและเพื่อนร่วมทีมทั้งหมด
เนื่องจากเกมฟุตบอลเป็นกีฬาที่ร่วมเล่นกันระหว่างคน 11 คน ปัญหาทางกายภาพก่อให้เกิดปัญหากับทีมเพียง 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เพราะปัญหาเหล่านั้นทั้งผู้เล่นคนนั้น หรือเพื่อนร่วมทีม รวมถึงทีมงานผู้ฝึกสอนจะรู้ตั้งแต่ก่อนลงสนาม การแก้ปัญหาจึงมีไว้แล้ว ส่วนที่เหลืออีก 90 เปอร์เซ็นต์ คือปัญหาที่มาจากการทะเลาะกันเอง หรือขัดแย้งกันด้วยอารมณ์ในทีมเดียวกันเอง
เมื่อควบคุมทั้งทักษะของฟุตบอลและอารมณ์ของตัวเองได้แล้ว ต่อมาจึงมาถึงการเรียนรู้ กลเม็ด ทั้งการครองบอล ยิงประตู และอื่นๆ เท่าที่เกมฟุตบอลจะต้องใช้พลังเหล่านั้น จากตัวคนเดียวขยายวงสู่ 11 คนในหนึ่งทีม และการเรียนรู้บวกกับประสบการณ์จะทำให้ผู้เล่นแต่ละคนรู้ว่า เวลาไหนที่สามารถเล่นฟุตบอลชายเดียวฉายเดี่ยว เวลาไหนคำว่าทีมเวิร์ก สำคัญยิ่งกว่าตัวผู้เล่น
นอกจากนั้นผู้เล่นแต่ละคนจำเป็นต้องรู้วิธีลดความกดดัน เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดระหว่างเกม อาทิ การฟังเพลงที่ชอบที่รักก่อนลงสนาม จะส่งผลต่อความเป็นธรรมชาติสำหรับการเล่นฟุตบอลเวลาเจอกับความกดดัน เพราะการเล่นฟุตบอลไม่เป็นธรรมชาติจะส่งผลต่อตัวเองและต่อทีม
และสิ่งที่ละเลยไม่ได้คือความแข็งแกร่งของร่างกายที่จะต้องยืนระยะให้ครบ 90 นาที หรือนานกว่านั้นอย่างน้อยอีกครึ่งชั่วโมง อาหารจำพวก คาร์โบไฮเดรท จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมากที่สุดสิ่งหนึ่งของผู้เล่นแต่ละคน อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องทำควบคู่กันไปสำหรับการสร้างความสมดุลคือการพักผ่อนนอน หลับให้ได้อย่างน้อย 8 ชั่วโมงขึ้นไปก่อนวันแข่ง เพราะสิ่งที่ทุกคนนึกไม่ถึงกันก็คือ การพักผ่อนที่มากพอจะทำให้สายตาและความรู้สึกในระบบการทำงานของร่างกาย สัมพันธ์กันชนิดเป็นหนึ่งเดียวกันมากเท่านั้น ดังนั้นการ รับส่งบอล จนถึงยิงประตูจะได้ประสิทธิภาพสูงสุด
สุดท้ายฟุตบอลเป็นกีฬาที่เล่นเป็นทีม ไม่ใช่เล่นคนเดียว ผู้ฝึกสอน จึงจำเป็นต่อทีมไม่ว่าในทีมจะมีผู้เล่นอัจฉริยะเพียงใดก็ตาม เพราะโค้ชจะทำหน้าที่ลดช่องว่างระหว่างผู้เล่นแต่ละคนให้มาเล่นร่วมกันได้ดี ที่สุด
ที่สำคัญคำว่าชัยชนะ ต้องให้ความดีความชอบต่อทีม เพราะชัยชนะที่ได้มานั้นมาจากผลรวมทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น แม้จะมีใครคนหนึ่งเป็นผู้ยิงประตูหรือมีส่วนกับเกมสูงมากเพียงใดก็ตาม แต่ทุกคนเล่นเพื่อทีมชนะด้วยกัน แพ้ด้วยกัน สู้ด้วยกัน"
เครดิต
เคล็ดลับโค้ชคลอปป์ : สกู๊ปฟุตบอลต่างประเทศ : โดย ... พันโชค ธัญญเจริญ จาก คมชัดลึก ครับ
1. นักเตะที่เล่นกับทีมที่มีโค้ชแนวคิดแบบนี้ ป๋าแพนด้าคงมองเห็นเป้นอีก 1 จุดที่ควรดึงมารวมทีมเพราะแมนยูคือ 1 ในทีมที่เล่นฟุตบอลด้วยระบบ
2. การที่นักเตะเอเชียผลิตประตูได้ในลีคสูงสุดของเยอรมันทั้งยิงทั้งจ่ายมากกว่า 20 ลูกแสดงว่าเข้าขั้นเกรด B รอการเจียรไนแน่ๆ
3. วันนั้นที่ป๋าไปดู ผมว่าป๋าต้องสะดุดตาในฟอร์มที่คากาวะเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมกับในการขับเคี่ยวกับกองกลางทีมชาติเยอรมันอย่าง ชไวน์สไตเกอร์ แน่นอนทั้งการครองบอลบังบอล ไม่ให้ชไวนี่เข้ามาทำลายเกม รวมถึงสายตาในการจ่ายบอลที่แม่นยำครับ ลูกที่จ่ายให้ เลวานดอฟกี้ยิงขึ้นนำเป็น 3-1 ใครได้ดุจะเห็นว่าเป็นจังหวะ คากาวะกำลังเซถลา แต่ตาเหลือบไปเห็น เลวานดอฟกี้วิ่งหลุดขึ้นมาเลยจ่ายทะลุช่องให้หลุดเข้าไปยิงครับ ถ้าเซ้นส์ไม่เข้าขั้น ก็แค่รอป๋าเอาไปเจียรไนให้ดียิ่งขึ้นแน่ๆ ครับ
แก้ไขเมื่อ 16 พ.ค. 55 09:27:32