 |

ขอแสดงความยินดีด้วยครับ แฟนยูไนเต็ดอย่างผมก็นั่งลุ้นตัวเกร็งไปด้วย จริงๆ ก็ไม่ได้เทไปทาง เชลซี หมดในตอนแรก เพราะสงสาร สเปอร์ น่ะครับ T~T จริงๆ ก็ยังสงสารอยู่นะ
แต่พื้นฐานแล้วเชียร์เชลซีด้วยหลายๆ เหตุผล อันแรกเพราะ คราวก่อนที่ชิงกัน เห็นใจเชลซี เรียกว่าถ้วยตอนนั้นมันครึ่งๆ แล้ว ยิงจุดโทษเหมือนแบบนี้ มันจะเป็นของใครก็ได้ทั้งนั้น เชลซี โชคร้ายในครั้งที่แล้ว ผมเลยอยากให้ได้เสียที อีกอย่างคือจริงๆ ก็ค่อนข้างชอบ แลมพาร์ด, เทอรี่, ดร็อก, เช็ค เหล่านี้เป็นทุนเดิม อยากให้สมหวัง โดยเฉพาะ ดร็อกบา ที่อาจจะเป็นปีสุดท้ายในลีกอังกฤษก็เป็นได้
ส่วนตัวผม คิดว่าเค้าเป็น 1 ในกองหน้าที่ดีที่สุดคนนึงในพรีเมียร์ลีกเลยในช่วงที่ผ่านมา
เหนือสิ่งอื่นใด ในลีกเราแข่งกัน แต่ออกไปถ้วยยุโรป ผมก็เชียร์ตัวแทนจากอังกฤษหมด ขนาด ลิเวอร์พูล เจอมิลานคราวโน้น ผมยังเชียร์เลย
การที่ เชลซี ทั้งเข้าชิงและได้แชมป์ในปีนี้ ทำให้เกิดสถิติที่น่าสนใจเพิ่มขึ้นอีก อย่างเช่น นับตั้งแต่ปี 2004 จนถึง 2012 หรือกว่า 8 ปีเต็มที่ผ่านมา มีเพียงครั้งเดียวที่ รอบชิงชนะเลิศ ของถ้วย UCL ไม่มีตัวแทนจากอังกฤษ และ 1 ใน 8 สมัยนั้นก็เป็นอิงลิชไฟนั่ล (ยูไนเต็ด - เชลซี)
ตัวแทนจากอังกฤษ ยังขยับ คว้าแชมป์ UCL เท่ากับตัวแทนจาก อิตาลี ไปเรียบร้อยแล้วที่ 12 สมัย (ลิเวอร์พูล 5, ยูไนเต็ด 3, ฟอเรสต์ 2, วิลล่า 1, เชลซี 1)
อิตาลี (มิลาน 7, ยูเว่ 3, อินเตอร์ 2)
แต่ยังตามหลังตัวแทนจากลีก สเปน ที่คว้ารวมไป 13 สมัย (เรอัล 9, บาซ่า 4)
ส่วนคู่ชิง ตัวแทนจาก เยอรมัน อกหักอีกครั้ง คว้ารวมไป 6 สมัย (บาเยิร์น 4, ดอร์ทมุน 1, ฮัมบูร์ก 1)
สถิติที่น่าเศร้าของ บาเยิร์น มิวนิค ก็คือ พวกเค้าทาบสถิติการได้รองแชมป์ถ้วยนี้มากที่สุดที่ 5 ครั้ง เทียบเท่า เบนฟิก้า และ ยูเวนตุส เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ก็ต้องขอแสดงความยินดีด้วยอีกครั้งจริงๆ
เมื่อคืนผมก็ลุ้นแทบแย่ ตอนยิงจุดโทษลูกสุดท้าย ผมวิ่งไปเปิดประตูหลังห้องเอาไว้รอ เพราะไม่อยากตะโกนในห้อง มันจะก้องไปทั่วชั้น 555 พอยิงเข้าผมก็วิ่งไปตะโกนหลังห้องตามสคริปต์ 5555 เหนื่อยดี
บรรยากาศหลังจากนั้นสุดยอดมาก ดีใจด้วยจากใจจริงเลย แต่ก็อดสงสารผู้ผิดหวังไม่ได้เหมือนกัน แทบจะอยากร้องไห้ตาม โดยเฉพาะ ชไวนี่ คงเป็นฝันร้ายไปอีกนาน
จบนัดชิง UCL ผมคิดว่าได้ซึมซับอย่างหนึ่งคือ สัจธรรมพื้นฐานของโลกฟุตบอลที่ว่า ฟุตบอลลูกกลมๆ อะไรก็เกิดขึ้นได้ มันเป็นแบบนั้นจริงๆ
ก่อนเริ่มการแข่งขัน ผู้คนคาดหวังกันว่า บาซ่า จะเข้าไปรอในนัดชิงชนิดเกิน 60-70% ก็ว่าได้ ส่วน เรอัล ก็ถูกคาดหวังเหมือนกันว่าน่าจะเบียดเข้าไปได้ ส่วนตัวแทนจากอังกฤษอย่าง ยูไนเต็ด ก็คิดกันว่าน่าจะเข้ารอบลึกๆ ได้เป็นอย่างน้อย ตามมาตรฐานในรอบหลายปีที่ผ่านๆ มา
สุดท้าย ทุกอย่างกลับตาลปัตรไปหมด บาซ่า, เรอัล ตกรอบ ยูไนเต็ด จอดแค่รอบแบ่งกลุ่ม
เชลซี ที่กระท่อนกระแท่นจากผลงานของ AVB มาตลอด ก็ไม่ค่อยมีคนคิดว่าจะได้ถึงแชมป์ แค่ดูกันไปนัดต่อนัด
ถ้าจะพูดให้ชัด ย้อนกลับไปตอนรอบแบ่งกลุ่ม ถ้ามีคนบอกว่าคู่ชิงจะเป็น บาเยิร์น - เชลซี ก็คงถือว่าแปลกแล้ว
บาเยิร์นเอง ก็อกหักเละเทะในลีก แพ้ดอร์ทมุน 2 ปีไม่ว่า ยังโดนยำใหญ่ในถ้วยเดเอฟเบโพคาลอีก
เชลซี ก็อย่างที่เห็น ในลีกเกินจะกู่ในยุคของ AVB และแม้จะดึขึ้นในช่วงของ RDM แต่ก็ช้าเกินไป
พอจะพูดได้ว่า เป็นคู่ชิงที่ดูเผินๆ แล้วไม่ค่อยสมบูรณ์แบบ มีอะไรติดๆ ขัดๆ ไม่ได้มาแบบ "เหนือ" แบบเทพเจ้า ต่างดาว หรืออะไร เรียกว่ามาเหนือเมฆ มาแบบบ้านๆ นี่แหละ
ซึ่งตรงนี้แหละ.. ที่ผมชอบ เพราะมันสอนให้ลิ้มรสความมันที่คาดเดาไม่ได้ของ "ฟุตบอล"
จากคุณ |
:
art_sarawut
|
เขียนเมื่อ |
:
20 พ.ค. 55 21:27:49
|
|
|
|
 |