 |
เรื่อง "แชมป์เก่าสมควรได้ป้องกันแชมป์" ผมคิดว่ามันต้องมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องต้องดูด้วย อย่างฟุตบอลโลก 4 ปีมีครั้ง ผมไม่เห็นด้วยโดยสิ้นเชิงเรื่องแชมป์เก่าควรได้ไป เพราะระยะเวลา 4 ปีมันเปลี่ยนแปลงอะไรได้มาก ทีมจะเปลี่ยนไปมาก
แชมป์เก่า มีศักดิ์ศรีอะไรต้องไป มันเป็นเรื่องของการวัดฝีมือ วัดวันนี้ ไม่ใช่เมื่อวาน เอาปัจจุบัน ไม่เอาประวัติศาสตร์ ถ้า 4 ปีที่แล้วคุณได้แชมป์ก็ถือว่าคุณได้ผลรางวัลของความสามารถในตอนนั้นไปแล้ว จะมาเกาะกินบุญเก่าอีกผมว่าไม่ถูก
แต่โอเค กับ UCL มันเตะกันทุกปี สภาพทีมไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปนัก แชมป์เก่า จึงอาจจะพอกล้อมแกล้มได้ว่ายังเป็นทีมที่ (ตามทฤษฏี) น่าจะมีคุณภาพพอผ่านเกณฑ์เข้าร่วมแข่งขัน
เรื่องจำนวนโควต้า ต้องดูที่ ไอเดีย ของการ "คัดเลือก" ตัวแทนเข้าไปเตะ ชปล. คืออะไร คือการคัดทีมที่ดีที่สุดจากแต่ละลีก มาร่วมแข่งขัน ผลงานของตัวแทนจากแต่ละชาติก็นำมาซึ่งโควต้าอีกที หรือ seeding เองก็วัดจากผลงานในแต่ละปี
ซึ่ง 4 ทีมใน 1 ลีกผมว่าไม่มากไปเลย เพราะถ้าลีกเล็กๆ มีฝีมือจริงคุณก็ย่อมได้โควต้าเพิ่มเอง ไม่ใช่เล่นรอบคัดเลือกหรือรอบแบ่งกลุ่มก็เละเทะเสียแล้ว
มันจะกลายเป็นบอลปาหี่ ดูไม่สนุกเอา เหมือนบอลโลกบางปี ที่เห็นทีมต่างชั้นเข้าไปโดนขยี้เละเทะเกือบ 10 ลูก
Champions League ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าคือ ลีคของเหล่าแชมป์เปี้ยนส์ (จุดเริ่มต้นรายการนี้เคยเอาแต่เฉพาะ แชมป์ จากแต่ละชาติมาเตะกันจริงๆ ด้วย แต่หลังๆ เพื่อความเข้มข้นก็เพิ่มทีมเข้ามาภายหลัง)
ผมมองว่าที่ พลาตินี่ คิดแบบนี้คงไม่ใช่เพื่อ สเปอร์ เพราะ พลาตินี่ ก็เคยแสดงความเห็นจวกอะไรๆ ที่เป็นอังกฤษมาเยอะแยะแล้วนะ เพียงแต่คงมองที่ "ระบบ" ว่าระบบที่ใช้อยู่ดีหรือไม่
เป็นเรื่องที่ "ถ้าเปลี่ยน" ก็ใช้กันต่อไปยาวๆ ไม่ใช่แค่ทำเพื่อ สเปอร์ อย่ามองอะไรสั้นๆ เลยครับ
ส่วนเรื่องว่าระบบใหม่จะเป็นอย่างไร และจะดีกว่าเก่าหรือไม่ อันนี้ต้องดูต่อไป เพราะยังไม่เห็นพิมพ์เขียวอะไรเลย
ถามว่า แชมป์เก่า UCL ที่ได้อันดับต่ำกว่าที่ 4 กับ ทีมอันดับ 4 ในลีก มีใครกล้าฟันธงมั้ยครับว่าถ้าดวลกันแล้วทีมแชมป์เก่าจะเทพกว่าชัวร์ๆ ในปีหน้า?
มันไม่มีใครกล้าตอบ มันจึงเป็นเรื่องก้ำกึ่ง เพราะต้องย้อนกลับไปว่า เป้าหมายของการคัดตัวแทนเข้า UCL คือยอดทีม ยอดฝีมือ จากแต่ละลีก ดังนั้นถ้ามันก้ำกึ่ง กำกวม ว่าทีมไหนคือ "ทีมที่ดีกว่ากัน" (และ จึง สมควรได้เข้าไปเล่น UCL) ก็จึงควรต้องพิจารณากฏเกณฑ์ให้รอบคอบ
มีหลายบอลถ้วยหลายรายการมากครับในโลก ที่ไม่ว่า แชมป์เก่าหรือรองแชมป์เก่า ต้องตกรอบแรก, ไม่ผ่านรอบคัดเลือก, ตกรอบแบ่งกลุ่ม ฯลฯ
แชมป์เก่า แทบไม่ได้การันตีอะไรเลยครับในเรื่องฝีมือ
แชมป์เก่า UCL หลายครั้งครับที่ปีถัดมาทำผลงานได้ย่ำแย่หรือถึงขั้นห่วยแตก
*อย่างล่าสุด แมนฯยูไนเต็ด ทีมเชียร์ผมแท้ๆ ปี 2011 เข้ารอบชิง ปีถัดมา ตกรอบคัดเลือก
สรุปคือ
1. จำนวนโควต้า มันมีระบบอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าทุกลีกได้เท่ากัน วัดที่ฝีมือ ไม่ได้แบ่งเท่าๆ กันตามจำนวนลีก ชาติไหนได้ 4 ทีมก็แปลว่าเก่ง สมควรได้แล้ว อย่างพรีเมียร์ลีก รอบ 10 ปีหลังสุดมีทีมจากพรีเมียร์เข้าชิงไป 7 ครั้ง ทำได้ขนาดนี้จะได้โควต้า 4 ที่นั่งก็ไม่แปลก
2. แชมป์เก่า vs อันดับ 4 คิดว่าต้องดูว่าถ้าจะมีกฏใหม่จริงๆ พิมพ์เขียวเป็นอย่างไร ต้องดูก่อน ตอนนี้เป็นแบบนี้ก็ได้ แต่ถ้าเป็นอับดับ 4 ได้ไป ก็ไม่น่าเกลียด
*อย่าลืมที่บอกว่า สเปอร์เองก็รู้ดี ว่าควรต้องเอาที่ 3 ไว้ก่อน เช่นเดียวกันกับที่ เชลซี ก็ควรต้องรู้ดี ว่าควรต้องเอาที่ 4 ให้ได้ก่อนตั้งแต่เริ่มฤดูกาลแล้ว
ในเมื่อออกมาแบบนี้ก็เหมือนโยนหัวก้อย ใครได้ไป ใครอด ก็ไม่ต่างกันมาก เพราะส่วนตัวผมไม่ได้ให้เครดิตแชมป์เก่าที่ทำอับดับในลีกไม่ถึงโควต้ามากไปกว่าทีมอับดับ 4 เลย
เอาประเด็นของการคัดสรรหาตัวแทนดีกว่าครับ อย่าเอาอารมณ์ จะว่าควรต้องมีแชมป์เก่า ไม่งั้นกร่อย ผมว่าไม่กร่อยเลย ถ้าแชมป์เก่าห่วยมันก็เท่านั้น เหมือนควรต้องมีเจ้าบ้าน ไม่งั้นกร่อย ผมก็ว่าไม่จำเป็น การแข่งขันวัดกันที่ฝีมือในตอนนั้นๆ
ดังนั้น ก็นั่นล่ะครับ คงต้องหาข้อสรุปให้ได้ว่า จะมองอย่างไร มุมไหน ว่าระหว่าง ทีมแชมป์เก่าที่ทำอันดับในลีกไม่ถึงโควต้า กับ ทีมที่ทำอันดับได้สูงกว่าจนได้โควต้า ทีมไหนเก่ง แข็งแกร่ง กว่ากัน แล้วจึงสมควรได้เข้าร่วมการแข่งขัน นั่นล่ะครับ
แก้ไขเมื่อ 24 พ.ค. 55 23:11:04
จากคุณ |
:
art_sarawut
|
เขียนเมื่อ |
:
24 พ.ค. 55 23:04:02
|
|
|
|
 |