 |
ขอเผ่นไปอ่าน DEA ก่อนครับ :)
จริงๆผมทำทั้งสองวิธี ทั้ง Average Cost/Pts และ Marginal Cost และผลที่ได้แตกต่างกันพอสมควรทีเดียวครับ :) เอากรณี Marginal Pts ก่อนก็แล้วกัน
แนวคิดคือเราไม่สามารถวัดผล อเล็ก เฟอร์กูสัน เทียบกับ อาแซนแวนเกอร์ ได้ตรงๆ เพราะคุณสมบัติของนักเตะ และงบประมาณต่างกันมาก ดังนั้น เราจึงตั้งสมมติฐานง่ายๆว่า ราคานักเตะ+เงินเดือนนักเตะ สะท้อนคุณภาพของผู้เล่น
Input ของ ผู้จัดการ คือ เงินซื้อขายรวม(Net Cost) และ Output คือ แต้ม (Point, Pts) ผลงาน ผจก ดี ก็ต่อเมื่อ ใช้ทรัพยากรน้อย แต่ได้ผลลัพธ์ ดี
แต่เมื่อลองพล็อต Cost/Pts ดู เราพบว่า ความสัมพันธ์ ระหว่าง ต้นทุน กับ แต้มที่ได้ ไม่เป็นเชิงเส้น หมายความว่า คุณอาจจ่าย 1 ล้าน เพื่อได้ 40 แต้ม แต่พอขยับขึ้นไป 50 แต้ม มันต้องจ่ายแบบก้าวกระโดดมากๆ เท่าที่ลอง ใส่ Trend Line ดู จะมี R= 0.97 นี่ต้องเป็นสมการ Order 6 ครับ
พอไปลองอ่านต่างประเทศดู พบว่า เขาใช้ Marginal Cost/Pts แทน คือ คำนวณว่า โดยเฉลี่ยต้องใช้ต้นทุนเท่าไหร่ ในการขยับแต้มไปอีก 1 แต้ม แล้วเอาค่าตัวนี้มาวัดกัน
จากคุณ |
:
panote_saechiew
|
เขียนเมื่อ |
:
26 พ.ค. 55 20:28:01
|
|
|
|
 |