 |
เล่นผิดมาตรฐานไปเยอะเหมือนกันครับสำหรับเยอรมันนัดนี้ ผมมองว่า นอกจากจะเล่นกันเกร็งเกินไปเนื่องจากต้องเล่นให้รัดกุมเพื่อ 3 คะแนนแรกแล้ว อาการแฮงก์โอเวอร์ของนักเตะบาเยิร์นจากยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกและความไม่ฟิตสมบูรณ์ของนักเตะตัวหลัก ทำให้ทุกอย่างยังไม่เข้ารูปเข้ารอย
เรื่องอาการเกร็งจนเกินเหตุนั้นเป็นที่เข้าใจกันได้ เิพราะว่าความพ่ายแพ้ของเนเธอร์แลนด์ทำให้นัดที่สองเนเธอร์แลนด์ต้องใส่เกมรุกเต็มที่ไม่มีผ่อนแน่นอน หากเยอรมันไม่สามารถเก็บสามแต้มแรกได้ ความกดดันจะตกอยู่กับเยอรมันเยอะมาก และอาจจะมีมากกว่าดัทช์ด้วยซ้ำเพราะนักเตะเกมรุกของดัทช์มีความหลากหลายในการเข้าทำซึ่งเยอรมันอาจจะลำบากมากขึ้น ดังนั้น การเล่นที่รัดกุมมีวินัยในเกมรับจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดในนัดนี้
เรื่องของสภาพร่างกายของนักเตะตัวหลัก จะเห็นได้ว่าชไวน์สไตเกอร์ยังไม่เต็มร้อย การเล่นก็ยังไม่เป็นชิ้นเป็นอันเท่าไหร่ ยังกำหนดจังหวะเกมไม่ได้ ส่วนแมร์เตซัคเคอร์กับโคลเซ่ยังไม่ฟิตเต็มร้อยเช่นกันอีกทั้งเรื้อสนามไปนาน ทำให้ต้องส่งฮุมเมิ่ลส์และโกเมซลงสนาม ถามว่าฟอร์มของสองคนนี้เป็นยังไงต้องบอกว่า
- ฮุมเมิ่ลส์ตื่นสนามในช่วงต้นเกม ชอบจ่ายคืนหลังเสียว ๆ ให้เืพื่อนร่วมทีมตลอด และดูลน ๆ ในช่วงแรก มีจังหวะหนึ่งจ่ายคืนหลังเบาไปจนปอสติก้าเกือบจะฉกไปยิง ร้อนถึงนอยเออร์ต้องมาเคลียร์ทิ้งกะทันหันและโดนปอสติก้าย่ำข้อเท้าจนเจ็บในจังหวะบวกต่อเนื่อง หลังจากนั้นฮุมเมิ่ลส์เล่นเป็นพระเอกในเวลาต่อมา ทั้งการยืนตำแหน่งและการดันเกมรุก ผมถือว่าสอบผ่านฉิวเฉียด โชคดีที่เป็นโปรตุเกสที่หน้าทื่อ ๆ ถ้าเป็นเนเธอร์แลนด์ที่แนวรุกเป็นฉลามได้กลิ่นคาวเลือดและรู้ทางบอลเยอรมันดี (ฮุนเตลาร์ , ร็อบเบน) เยอรมันอาจเหนื่อยกว่านี้ หวังว่านัดถัดไปจะคลายความกดดันลงได้ - โกเมซไม่ค่อยได้บอลเท่าไหร่ แต่ก็ยิงได้ ผมถือว่าสอบผ่าน แต่ก็ฉิวเฉียดเช่นกัน เนื่องจากเล่นช้าและยังคงรอบอล การฉีกออกมาเล่นด้านข้างหรือล้วงลงต่ำเพื่อสร้างสรรค์โอกาสเองและเพิ่มมิติเกมรุกยังน้อยเกินไป ไม่เหมือนโคลเซ่ที่แม้ว่าในครึ่งหลังจะไม่ค่อยได้บอลเพราะทีมต้องอุดตามแท็กติกเพื่อรักษาสกอร์ แต่บางจังหวะที่โคลเซ่ได้บอลแกจะคล่องกว่าทั้ง ๆ ที่อายุ 34 เต็มเมื่อคืน (ผู้บรรยายบอกอายุ 33 แต่โคลเซ่เกิด 9 มิ.ย. 1978 จึงต้อง 34 ครับ) อีกทั้งมีความเก๋า ทำให้กองหลังฝอยทองหัวปั่นได้บ้าง อีกทั้งอาจทำทางให้เพื่อน การฉีกมาเล่นริมเส้น โคลเซ่ทำได้ดีกว่ามาก โกเมซต้องปรับสไตล์อีกพอสมควรให้มีความหลากหลาย มิฉะนั้นทีมต้องปรับสปีดเกมให้ช้าลงเพื่อให้เข้ากับความเฉื่อยของโกเมซ ไม่ไหวแน่
นอกจากนี้ สภาพจิตใจของนักเตะบล็อกบาเยิร์นยังไม่ดีนักจากความผิดหวังในฤดูกาลที่ผ่านมา ส่งผลให้ทั้งลาห์ม ชไวน์สไตเกอร์ บัวเต็ง มุลเลอร์ โกเมซ ยังห่างไกลจากฟอร์มมาตรฐาน เล่นกันเนือย ๆ หวังว่าเลิฟและสตาฟฟ์จะใช้จิตวิทยาช่วยกระตุ้นให้เกิดความฮึกเหิมมากขึ้น ซึ่งมีโอกาสที่ดีพอสมควรเนื่องจากการเก็บชัยชนะนัดแรกทำให้ความกดดันลดลง สภาพจิตใจก็ดีขึ้นตามมาด้วย
นัดต่อไปเจอเนเธอร์แลนด์จะประมาทไม่ได้ เพราะดัทช์เหมือนเสือจนตรอก ต้องสู้ตายสถานเดียว และจากที่เจอกัน (ผมไม่ทราบสถิติแน่ชัด) ก็กินกันไม่ค่อยจะลง จึงสูสีพอสมควร ระหว่างสองทีมสุดยอดเกมรุก คราวนี้ ต้องวัดใจเลิฟว่าจะส่งเพื่อนร็อบเบนคนไหนลงแบ๊กซ้ายดีระหว่างลาห์มกับบัวเต็ง แต่อาจจะเป็นลาห์ม ซึ่งผมมองว่าแท็กติกเลิฟที่ให้ลาห์มเล่นแบ๊กซ้ายมันเป็นการลดทอนประสิทธิภาพของลาห์มพอสมควร เนื่องจากลาห์มถนัดเท้าขวา การเล่นเกมรับทางซ้ายจะทำให้ใช้เท้าขวาไม่ถนัดเท่าไหร่ อีกทั้งการเปิดบอลในเกมรุกแบบฉาบฉวยก็ทำได้ยากเพราะลาห์มต้องล็อกหนึ่งจังหวะก่อนเปิดด้วยขวา แม้ว่ามิติการเปิดบอลจะกว้าง แต่คู่ต่อสู้ดักทางง่าย จุดนี้เลิฟน่าจะต้องใส่ใจซักหน่อย
ส่วนแดนกลางจะต้องต่อบอลให้ดีกว่านี้ เคดิร่าจะจ่ายเสียบ่อย ๆ ไม่ได้เพราะมันหมายถึงการเปิดโอกาสให้แนวรุกดัทช์เจาะทะลวงขึ้นมายิงได้ง่าย ๆ อีกทั้งชไวนี่จะต้องเรียกความฮึกเหิมกลับมาเพื่อกำกับเกมในแดนกลางในฐานะหมายเลขหก ส่วนแนวรุกสามตัวที่ฟอร์มไม่ดีนักโดยเฉพาะโพดอลสกี้ จะต้องเรียกฟอร์มเดิม ๆ กลับคืนมาให้ได้ อย่างน้อยต้องยิงให้คมกว่านี้ กล้าลุยกล้าเลี้ยงกว่านี้ เพื่อสร้างความดุดันให้เกมรุกของทีม และโอซิลกับมุลเลอร์จะต้องประสานงานกันให้ลงตัวกว่าเดิม เพราะเกมรับดัทช์หลวมมาก ถ้าต่อบอลกันดี ๆ มีโอกาสยิงได้เกินสองเม็ด
เยอรมันนัดหน้ามีโอกาสเลือกแท็กติกที่ตนต้องการเล่นได้ เพราะอย่างน้อยก็มีแต้มตุน 3 แต้มในกำมือ แต่อย่าประมาทครับ เพราะสถิติการคุมทีมของเลิฟในทัวร์นาเม้นท์ใหญ่ เยอรมันมักแพ้นัดที่สองของรอบแบ่งกลุ่ม (แพ้โครเอเชีย 1-2 ในยูโร 2008 และแพ้เซอร์เบีย 0-1 ในบอลโลก 2010) และเกมนี้ก็ยังคงออกได้หลายหน้า อีกทั้งสถานการณ์บีบให้เนเธอร์แลนด์ต้องสู้ตายสถานเดียว บอกได้เลยว่าเยอรมันนัดหน้าอาจจะเหนื่อยกว่านัดที่ผ่านมาก็ได้ครับ
สู้ ๆ
จากคุณ |
:
ดยุคแห่งออสเตรีย
|
เขียนเมื่อ |
:
11 มิ.ย. 55 00:40:45
|
|
|
|
 |