 |
สำหรับผมเห็นด้วย เพราะมันสนุกดี ต้องรอจนแมตช์สุดท้ายที่เล่นกันในเวลาเดียวกัน ถึงจะชี้ขาดได้ว่าใครเข้ารอบ ถึงผ่านนัดที่ 2 ไปแล้ว ทีมจะแพ้ 2 นัดก็ตาม และก็ได้ลุ้นว่า ทีมใดจะเป็นแชมป์กลุ่มจนต่อเวลานาทีสุดท้าย ถึงจะดูบอลยากขึ้น (มาก) ก็ตาม
นอกจากนี้ ทีมที่เข้ารอบเมื่อรู้ผล 2 นัดแรก แล้วจะได้ไม่ส่งสำรองลงเล่นในนัดสุดท้าย เหมือนอย่างที่อิตาลีเคยตกรอบยูโร 2004 หรือ เยอรมันถูกกล่าวหาว่าซูเอี๋ยกับออสเตรีย ตอนบอลโลกปี 1982 ข้อไม่ดี คือ ทำให้เราต้องดูบอลกันดึกขึ้น เพราะแมตช์สุดท้ายของกลุ่มต้องมาเล่นพร้อมกัน จะได้ไม่มีทีมไหนที่เล่นหลังเลือกเล่นได้
อ้อ ไม่แน่ใจว่ากฏนี้เริ่มใช้ตั้งแต่เมื่อไหร่ น่าจะมาพร้อมกับยูโรหนแรกที่เพิ่มจำนวนทีมในรอบสุดท้ายเป็น 16 ชาติใปี 1996 เพราะครั้งนั้นยังนำมาซึ่งความเปลี่ยนแลงอีกหลายๆ อย่าง ทั้งการให้ 3 คะแนนกับทีมที่ชนะ การใช้ชื่อทัวร์นาเมนต์ว่า "ยูโร" (สมัยก่อนใช้คำว่า ยูฟ่า เช่น ยูฟ่า 84, ยูฟ่า 92 เป็นต้น) การไม่ล้างใบเหลือง-ใบแดง ที่ติดค้างมากกับรอบคัดเลือก การใช้กฏโกลดเด้นโกล์ที่ทำร้ายจิตใจผู้แพ้เป็นอย่างยิ่ง ฯลฯ
credit : จากนสพ.สตาร์ซอคเกอร์
จากคุณ |
:
เลขาลิขิต
|
เขียนเมื่อ |
:
20 มิ.ย. 55 13:17:26
|
|
|
|
 |