 |
นับถอยหลัง ทีมที่ทำผลงานได้เหนือความคาดหวังอันดับที่ 2 >>>"เทพนิยายสีน้ำเงิน" เชลซี(อังกฤษ)>>>พลิกสถานการณ์หมดหวัง มาคว้าแชมป์ UCL เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร
............"นี่คือฤดูกาลที่เลวร้ายที่สุดของเรา"...................... หลังจากที่หมดลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกตั้งแต่เดือนธันวาคม (อยู่อันดับ 5 โอกาสไปเล่นยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกฤดูกาลหน้ายังยาก) แล้วยังแพ้ลิเวอร์พูล 0-2 ตกรอบคาร์ลิ่งคัพในเดือนพศจิกายน ทั้งโดนนาโปลีถล่ม 3-1 ในถ้วยยุโรปใบใหญ่ และถ้วยเอฟเอคัพยังกล้าเสมอ เบอร์มิงแฮม ซิตี้ คาเดอะบริดจ์ แบบบอลไร้อนาคต ต้องไปรีเพลย์ที่ เซนต์แอนดรูว์ส
ถึงตรงนั้นไม่ว่า ดร็อกบา, แลมพาร์ด, เทอรี่ หรือแฟนบอลต่างเคยยอมรับชะตากรรมของทีมในปีนี้ว่า เป็นฤดูกาลที่ย่ำแย่ที่สุด เลวร้ายที่สุด น่าผิดหวังที่สุด และมีปัญหามากที่สุดทั้งภายในและภายนอกสนาม
การมีปัญหากับนักเตะซีเนียร์ของยอดกุนซือ 3 แชมป์กับปอร์โต้เมื่อฤดูกาลก่อน วิลลาช โบอาส มีผลให้นักเตะตัวเก๋า จอห์น เทอรี่,แลมพาร์ด,ดร็อกบา,แอชลี่ย์ โคล และโอบี มิเกล สร้างผลงานได้น่าผิดหวัง ความขัดแย้งจนน่าอึกอัดจนแลมพาร์ดต้องออกมายอมรับกับสื่อว่า"มีปัญหาขัดแย้งกันจริงๆ" แต่การแก้ปัญหาเรื่องนี้ของโค้ชที่แก่กว่าไม่กี่เดือนเลือกที่จะเติมน้ำมันใส่ไฟให้ร้อน กับคำว่า "แลมพาร์ดไม่ใช่เมียผม ผมไม่จำเป็นต้องง้อ"
ภายนอกสนามเรื่องคดีเหยียดผิวของกัปตัน เทอรี่ กับ เฟอร์ดินานด์คนน้อง ยิ่งเดือดระอุและน่าติดตามไม่แพ้กัน ข่าวคราวการไม่ยอมต่อสัญญาของดร็อกบา และการอยากย้ายทีมของตอเรสพัดกระหน่ำใส่สโมสรสิงห์โตจนแทบจะยืนไม่ติด
นอกจากนี้ยังมีข่าวเสี่ยหมีไม่ทุ่ม และอาจขายทีมได้ เปรียบเป็นเด็กเล่นของเล่นจนเบื่อแล้วไม่อยากเล่น ก็มีข่าวให้เห็น
นอกจากฟอร์มและผลงานในสนามที่ไม่ได้เรื่องแล้ว ปัญหาเหล่านี้สร้างน้ำหนักของความขัดแย้งภายในทุกระดับให้เห็นเด่นชัด ทีมไม่เป็นทีม ขาดความเชื่อมั่น ขาดแรงจูงใจ ขาดแรงบันดาลใจ ปัญหาทุกอย่างรุมเร้าเข้ามา ไม่ว่าจะมองมุมไหน ก็ไม่เห็นวี่แววที่โค้ชโปรตุกีสจะพาทีมกลับมาได้
คนอาจจะมองว่า โรมัน อบราโมวิช เจ้าของทีมฟอร์มดร็อปหรือไม่ใส่ใจและไม่ค่อยสนใจในการลงทุนให้กับทีมในปีที่ผ่านมา แท้จริงแล้ว หน้าร้อนปี 2011 เศรษฐีชาวรัสเชียใช้เงินจากการซื้อ ฆวน มาต้า (23.5) ราอูล เมยเรเรส (12) โรเมลู ลูกากู (13+5) โอริโอล โรเมอู (3.75) ติโบต์ กูร์กตัวส์ (7) ทั้งปลดโค้ชยกเลิกสัญญา คาร์โล อันเชลอตติ และซื้อสัญญาของ อังเดร วิลลาส-โบอาส จากปอร์โต้ รวมทั้งหมดเสี่ยทุ่มเงินมากกว่า 100 ล้านปอนด์ แต่เงินดังกล่าวไม่ได้ช่วยอะไร สิงห์โตเสียศูนย์ หัวทิ่มลงโคลน ลุกไม่ขึ้น
อะไรคือจุดเปลี่ยน....แล้วอะไรที่ทำให้กำลังใจ ความมุ่งมั่น ตลอดจนผลงานของทีมกลับคืนมา?
"อย่าเปลี่ยนม้ากลางลำธาร" สุภาษิตจีนโบราณคำนี้คงไม่ใช่สิ่งที่เสี่ยหมีท่องในจิตเป็นแน่ และเมื่อถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจในการแก้ปัญหา เหตุผลเรื่องเงินที่ใช้ ผลงานของทีม และความขัดแย้งกับนักเตะรุ่นเดอะ เป็นเหตุผลที่สั่งปลด วิลลาช โบอาส ยิ่งมีน้ำหนักและสร้างเหตุผลอันชอบธรรมให้กับ อบราโมวิช
นาทีนั้นไม่มีใครคาดคิดหรอกว่า ซีชั่นที่เลวร้ายจะพลิกกลับ กลายเป็นซีซั่นที่เลิศเลอ ซีซั่นแห่งเทพนิยาย ซีซั่นที่ถูกต่อเติมถ้วยรางวัลให้ทีมสมบูรณ์แบบ
โรแบร์โต้ ดิ มัตติโอ ขยับจากผู้ช่วยขึ้นไปทำทีมแทนนายเก่า ด้วยสัญญาระยะสั้นแค่จบฤดูกาล ตอนนั้นไม่มีแฟนเชลซีคนไหนสนใจผลงานในฤดูกาลนี้แล้ว หัวข้อที่คุยกันสนุกปากก็คือ "ใครคือโค้ชถาวรที่จะมาตอนซัมเมอร์" ฟาบิโอ คาเปลโล่, โชเซ่ มูรินโญ่, ราฟาเอล เบนิเตซ, ดิดิเยร์ เดส์ชองส์, โลร็องต์ บล็องก์ ไม่มีแฟนเชลซีคนไหนจะคาดคิดว่ากุนซือชั่วคราวชาวอิตาเลี่ยนคนนี้ จะทำทีมปลดล็อค ฝ่าดวง ฝ่าด่านอรหันต์ 12 ด่าน พาทีมคว้าดับเบิ้ลแชมป์ได้
ฝ่าด่านดวงที่ 1.6/3/2012 สะสางเวงกรรมที่ โบอาส ก่อใว้ในเอฟเอคัพ เป็นงานยากเมื่อเยือนเบอร์มิ่งแฮมซิตี้ที่กำลังห้าว ด้วยทีมที่กำลังหมดความมั่นใจด้วยปัญหาสารพัด แต่ไม่รู้ว่าดิมัตติโอเสกคาถาบทไหน ทีมสิงห์โตบุกขย้ำ 2-0 ด้วยผลงานของ มาต้า และ เมยราเรส คนละลูก นำทีมผ่านเข้ารอบรอง
ฝ่าด่านดวงที่ 2.14/3/2012 ดาบแรก หลังโบอาสพาทีมบุกไปพ่ายนาโปลี 1-3 หลายฝ่ายกาซื่อเชลซีทิ้งแล้ว ด้วยเงื่อนไขที่ต้องชนะคืนด้วยสกอร์เดิมกับนาโปลีที่กำลังดุดัน ด้วยขุมกำลังอย่าง เอดิสัน คาวานี่, เอเซเกล ลาเวซซี่, มาเร็ค ฮัมซิค และยังเกือบบุกมาเอาชนะแมนซิตี้ถึงถิ่นอีสต์แลนด์ส ในรอบแบ่งกลุ่ม (1-1) แต่คล้ายจะเป็นจุดเริ่มต้นของเวทย์มนต์หมอผี "ดิมัตติโอ้" เชลซีนำนาโปลี 2-1 ถ้าจบตรงนั้น ทีมจากอิตาลีเข้ารอบ สิงห์โหมบุกจนหลังรั่วเกือบเสียประตูเพิ่มหลายครั้ง เมื่อนาโปลีทำไม่ได้ บรานิสลาฟ อิวาโนวิช ได้โอกาสโขกที่เสาแรกแล้วไปโดนมือ อันเดรีย ดอสเซน่า ที่ยกขึ้นมาสูงผู้ตัดสินเป่าเป็นจุดโทษทันทีและเป็น แฟร้งค์ แลมพาร์ด รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาด สะกอร์รวม 3-3 ต่อลมหายใจให้ทีมจากอังกฤษไปเล่นช่วงต่อเวลา
ฝ่าด่านดวงที่ 3.14/3/2012 ดาบที่สอง เกมยังเปิดแลกกันสนุกนาโปลีได้โอกาสหลายครั้งแต่ทำไม่ได้ ช่วงต่อเวลานาที 105 เชลซีนำห่าง 4-1 จากจังหวะที่ ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ได้บอลทางฝั่งขวาแล้วเปิดเข้าไปหน้าประตู บรานิสลาฟ อิวาโนวิช(อีกแล้ว) ตวัดยิงตามน้ำโล่งๆตุงตาข่าย เชลซีถล่มนาโปลี 4-1 พลิกสถานการณ์ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศได้สำเร็จแบบหักปากกาเซียน
ฝ่าด่านดวงที่ 4.15/4/2012 เอฟเอคัพ เชลซี 5-1 สเปอร์ส ดูจากสกอร์แล้วคงคิดว่าเป็นเกมส์ที่ขาดมากๆ แท้จริงแล้วไม่ใช่ "ไก่เดือยทอง"พับสนามบุกด้วยเกมส์ริมเส้นตั้งแต่ครึ่งแรก แต่เพราะการยิงนกตกปลาหรือเพราะคาถาของ ดิมัตติโอ้ก็ไม่รู้ โอกาสยิงทั้งหลายเปลี่ยนเป็นสกอร์ไม่ได้ และเพราะการฉวยโอกาสแบบเจ็บแสบและใช้โอกาสไม่เปลือง ดร็อกบา วอลเล่ย์สุดคม นำทีมจบครึ่งแรก 1-0 เข้าต้นครึ่งหลัง ไก่ยังไม่ได้หายใจ นาที 49 มาต้า ก็เพิ่มสกอร์ให้ทีมจากประตู "ผีจับยัด" บอลก้ำกึ่งข้าม-ไม่ข้ามเส้น ภาพช้าแสดงให้เห็นว่าบอลไปติดขา เบอนัวต์ อัสซู เอก็อตโต้ แต่เมื่อกรรมการเป่าให้เป็นลูกเข้าประตู สกอร์จึงเป็น 2-0 ถึงแม้แกเร็ธ เบลจะตีไข่แตกไล่มา 1-2 แต่เมื่อจะหมดเวลาและไกล้จะตกรอบ การดันบุกทำให้เกมส์รับรั่ว ท้ายเกมส์จึงมีสกอร์ 3-1,4-1 และจบด้วย 5-1
ฝ่าด่านดวงที่ 5.18/4/2012 หลังเล่นเกมส์หนักแค่สามวันก็ต้องมาเจอของแข็งบาร์เซโลน่า แม้เล่นในบ้านแต่ก็ไม่มีใครคิดว่าทีมจะหยุดเหล่าแข้งต่างดาวได้ ราคาต่อรองใหลไปทางทีมจากสเปนด้วยอัตตราความน่าจะเป็นทางสถิติที่สูงกว่ามาก รูปเกมส์ไม่ต้องเดาเลย เชลซีตั้งรับแล้วรอสวนกลับ บาซ่าครองเกมส์บุกเข้าใส่ฝ่ายเดียวด้วยตัวขับเคลื่อนเกมส์รุกขั้นเทพ เมสซี่, อิเนียสต้า, ชาบี้, ฟาเบรกาส พร้อมสร้างโอกาสจบสกอร์นับครั้งไม่ถ้วน ทว่าถ้าไม่ติดปีเตอร์เช็ค ก็จูบเสาจูบคาน ยิงนกตกปลา พลาดกันไปเอง เมื่อทำไม่ได้ สุดท้ายก็โดนนักเตะสไตร์ช้าอย่างรามิเรส ใช้ความว่องใว ทะลุทะลวง สอดแทรกแผงรับต่างดาว ก่อนจะเปิดบอลให้ ดร็อกบา โป้งปิดบัญชีนำทีมชนะ 1-0 ไปแบบดื้อๆ
ฝ่าด่านดวงที่ 6.24/4/2012 ดาบแรก หลังพาทีมบุกไปยันเสมออาร์เชนอลในศึกพรีเมียร์ลีกได้เพียงสามวัน "พ่อมดโอ้" ดิมัตติโอ้ ก็ต้องหอบลูกทีมที่กรำศึกจนล้ากำลังกรอบน่ากิน ไปเยือนต่างดาวถึงคัมป์นู ประตู 1-0 มาอย่างรวดเร็วจาก เซร์กี้ บุสเก็ตส์ และดูเหมือนทุกอย่างจะเข้าทางบาร์ซ่าหมดแล้ว เมื่อเทอรี่นึกว่าตัวเองเป็น"บัวขาว ป.ประมุข" แทงเข่าใส่ต้นขาหลัง อเล็กซิส ซานเชซ ผลคือโดนแดงไล่ออกทันทีในนาที 37 และ อิเนียสต้าบวกสกอร์ให้ทีมหนีไปเป็น 2-0 ในนาที 43
ถึงตอนนั้นสาวกอาซูลกราน่าฝันไปถึงเกมส์ชิงดำ สาวกสิงห์โตหลายคนปิดทีวีนอนหลับไปแล้วฤดูกาลหน้าว่ากันใหม่ แต่แล้วพริบตาก่อนที่ผู้ตัดสินกำลังจะเป่านกหวีด ในช่วงทดเวลาครึ่งแรก ลูกเปิดตามช่องอย่างแม่นยำของแลมพาร์ด ส่งให้รามิเรสนักเตะสไตร์ช้าวิ่งปราดหลุดกับดักล้ำหน้า ชิปบอลข้ามหัว บิกตอร์ บัลเดส มุดเข้าประตูอย่างมหัสจรรย์ ไล่มาที่ 1-2 สกอร์รวมเท่ากัน 2-2 กฏประตูทีมเยือนเชลซียังได้เปรียบ แต่รูปเกมส์และจำนวนผู้เล่นสิงห์โตน้ำเงินครามยังเสียเปรียบหลายเท่านัก
ฝ่าด่านดวงที่ 7.ดาบที่สอง ความดราม่ายังมาต่อในครึ่งหลัง บาซ่าได้จุดโทษหลังจาก ดร็อกบา ลงไปช่วยเกมส์รับแล้วเสียบสกัด ฟาเบรกาส ด้วยจำนวนคนที่มากกว่า รูปเกมส์ที่ดีกว่า และการได้จุดโทษ สาวกอาซูลกราน่าชูป้ายเตรียมตัวไปมิวนิคกันแล้ว แต่อาจเพราะโดนอาคมของ "พ่อมดโอ้" หรือเปล่าไม่ทราบ ลิโอเนล เมสซี่ ชัดเต็มข้อลูกฟุ่งกระแทกคานเต็มใบ อาจเพราะดวงดี หรือปีเตอร์เช็ก"เล่นของ"ไม่ทราบ แต่เชลซียังยันสกอร์ได้เปรียบอยู่เหมือนเดิม
ฝ่าด่านดวงที่ 8.ดาบที่สาม ในสนามช่วงท้ายเกมส์ปรากฏรูปทรงในแบบที่หลับตายังคาดเดาได้ แต่ก็เหมือนกับเกมส์แรกที่พบกัน ถ้าปีเตอร์ เช็คไม่ลงอาคม หรือไม่จูบเสาจูบคาน หรือยิงนกตกปลา บาซ่าน่าจะใส่สกอร์เพิ่มไม่ต่ำกว่า 5-6 ลูก แต่เมื่อทำไม่ได้ก็ยิ่งกดดัน เมื่อเวลาจะหมดต้องดันเกมส์สุดชีวิตในช่วงท้าย และทำให้หลังมีช่องโหว่ และเป็นหัวหอกปืนผืน ตอร์เรส ที่ฉวยโอกาสลากหลบ บิกตอร์ บัลเดส ก่อนแปเข้าก้นตาข่ายง่ายๆ ในช่วงทดเจ็บนาทีที่ 2 เชลซีเขี่ยต่างดาวตกรอบ คว้าตั๋วไปมิวนิคด้วยสกอร์รวม 3-2 แบบหักปากกาเซียน(อีกครั้ง)
ฝ่าด่านดวงที่ 9.5/5/2012 ชิงถ้วยเอฟเอคัพกับ ลิเวอร์พูล สิงห์นำก่อน 2-0 จากสกอร์ของ รามิเรส นาที 11 และ ดร็อกบา นาที 52 ทิศทางของเกมส์เปลี่ยนเมื่อ เคนนี่ ดัลกลิช ส่ง แอนดี้ คาร์โรลล์ ลงมาป่วนเกมส์ และหัวหอกร่างยักษ์ก็สามารถโขกตีไข่แตกได้ในนาที 64 และเกือบจะขวิดเจ๊า 2-2 ในช่วงท้าย แต่เพราะความดวงดีและโชคดีของเชลซี ลูกโขกที่ก้ำกึ่งจะเข้า-ไม่เข้า โดนกรรมการปฏิเสธ และเมื่อกรรมการเป่านกหวีด เชลซีจึงเป็นแชมป์เอฟเอคัพสมัยที่ 7 ดร็อกบา เป็นคนแรกในฟุตบอลถ้วยเก่าแก่ที่สุดของโลกที่ยิงในนัดชิง 4 ครั้ง และแอชลี่ย์ โคล เป็นคนแรกที่ได้แชมป์เอฟเอคัพ 7 สมัย
ฝ่าด่านดวงที่ 10.19/5/2012 ดาบแรก เมื่อปิดฤดูกาลในลีกด้วยอันดับที่ 6 หนทางเดียวที่จะได้ไปเล่นถ้วยแชมเปี้ยนลีกปีหน้า คือต้องเป็นแชมป์ฤดูกาลนี้สถานเดียว คงเพราะด้วยกำลังพลที่เหนื่อยล้า หรือเพราะต้องไปเยือนถึงถิ่น หรือเพราะความเป็นทีมที่ยอดเยี่ยมของบาร์เยิน หรือเพราะเชลซีขาดกำลังหลักถึงสี่คน (ขาดทั้งรามิเรส, ราอูล เมยราเรส, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช และ เทอรี่ ป.ประมุข)ก็ไม่ทราบได้ ทำให้บรรดาเกจิเซียนและหมอเดาทั้งหลาย ต่างฟันธงว่า ทีมที่จะคว้าแชมป์คือ"เสือ"ไม่ใช่สิงห์ รูปเกมส์ในสนามไม่ต่างจากเกมส์เจอบาซ่า ปีเตอร์เช็กและเสาถูก"พ่อมดโอ้" ลงอาคมใว้
เหล่าขุนพล"เสื้อไต้"ยิงนกตกปลา ต้องแหงนบนฟ้าร้องขอพรจากพระเจ้าทุกที แล้วดูเหมือนคำขอของบาเยิร์นจะสัมฤทธิ์ผล เมื่อลูกคลอสบอลจากด้านซ้าย โดน โธมัส มุลเลอร์ โขกลงพื้นเด้งข้ามมือ ปีเตอร์ เช็ก ในนาที 83 เสียงเฮดังกระหึ่ม ทั้งเมืองเตรียมเปิดแชมเปญฉลอง แต่ก็อีกนั่นแหละ ดูเหมือนปีนี้เทพเจ้าแห่งฟุตบอลเชียร์เชลซี ลูกเตะมุมครั้งแรกและครั้งเดียวของสิงห์โตน้ำเงินคราม (บาเยิร์น 20 : เชลซี 1) จากปลายสตั๊ดของมาต้า ดันเป็นลูกที่แม่นยำ เหมาะเหม็ง ทั้งน้ำหนักและทิศทาง โดนโขกด้วยหัวของ ดร็อกบา เสียบตาช่าย ต่อลมหายใจให้ทีม ไปอีกเฮือก
ฝ่าด่านดวงที่ 11.19/5/2012 ดาบที่สอง เข้าช่วงต่อเวลาเพียง 4 นาทีเท่านั้น ดูเหมือนสิ่งที่เชลซีทำมาทั้งหมดจะพังคลืน และทั้งอัลลิอันซ์ อารีน่าก็เตรียมฉลองอีกครั้ง เมื่อการถอยต่ำมาช่วยเกมส์รับของดร็อกบากลายเป็นเสียจุดโทษ(อีกแล้ว) เมื่อหัวหอก ไอวอรี่ โคสต์ ไปเตะขา ฟร้อง ริเบรี่ ทว่าก็เป็นหนังม้วนเดิมที่แคมป์ นู ด้วยการลงอาคมของปีเตอร์ เช็ก ร็อบเบนยิงพลาด เชลซียังไม่เสียเปรียบ เล่นลากดึงเกมส์ไปจนถึงการยิงจุดโทษ
ฝ่าด่านดวงที่ 12.19/5/2012 ดาบที่สาม เกมส์รัสเซี่ยนรูเล็ตพาทีม เสือไต้ได้เปรียบจากการยิงนำ 3-1 นาทีนั้นความมั่นใจตกมาอยู่กับบาร์เยินหมดแล้ว เมื่อลูกยิงลูกที่สามเป็นประตูที่ฮือฮาเพราะมาจากผู้รักษาประตูนอยเออร์ ยิงปีเตอร์เช็ก สร้างความกดดันให้สิงห์โตน้ำเงินคราม แต่โชคดีที่เป็นนักเตะตัวเก๋าอย่างแลมพาร์ด คนที่สามของเชลซีจึงทำสกรอร์ตามอยู่ 3-2 จะเพราะดวงหรือเหตุผลกลใดก็ตาม คนที่ 4 ของบาเยิร์น อิวิก้า โอลิช ลูกยิงของหอกสำรองโครแอตโดน เซ็ก ปัดได้เต็มมือ และหลังจากคนที่ 4 ของเชลซี แอชลี่ย์ โคล ยิงตีเจ๊า 3-3 นั่นหมายถึง คนสุดท้ายของบาเยิร์นต้องเข้าใว้ก่อน คงเพราะโดนอาคม"พ่อมดโอ้" บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ ดูลังเล ลูกยิงของเขาโดน เซ็ก ปัดปลายมือแล้วกระแทกเสา สกอร์ยัง 3-3 ลูกสุดท้ายชี้เป็นชี้ตาย อา...สาวกสิงห์โตน้ำเงินครามนึกถึงสกอร์และเหตุการณ์คล้ายๆที่รัสเชีย อย่าให้เหมือนกันเลย ดร็อกบา กับสัมผัสสุดท้ายในเสื้อของเชลซีก็สร้างเกียรติประวัติแรกให้สโมสร ด้วยลูกแปเน้นๆ เสียบตาข่ายด้านซ้ายมือ.........เฮ นาทีนั้นเชลซีเป็นแชมป์ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก และได้ไปเล่นถ้วยนี้อีกครั้งในซีซั่นหน้าแน่นอนแล้ว
ไม่ว่าจะเพราะฝีมือหรือดวง ที่ทำให้เชลซีจบฤดูกาลแบบเทพนิยายแบบนี้ แต่เป็นความสำเร็จ"ดลับเบิ้ลแชมป์"ที่น่ายกย่อง เพราะการฝ่าด่านดวงทั้ง 12 ข้อที่ยกมานี้ หากพลาดข้อใดข้อหนึ่งแล้วไซร้ ข้อต่อๆมาก็จะมลายหายไปทันที หากมองจากจุด....."นี่คือฤดูกาลที่เลวร้ายที่สุดของเรา"......................มาถึงตรงนี้ คือความแตกต่างของคำว่า "หมดหวัง......กับ..........สมหวัง" ระหว่างทางของคำคือเรื่องราวของการผจญภัยที่น่าจดจำและตื่นเต้นยิ่งกว่าหนังฮอลลี่วู้ด หากคุณเคยดูหนังเรื่อง"โกงความตาย" นี่คือตัวอย่างของมันในโลกฟุตบอล
เป็นผลงานที่น่ายินดีที่เหนือความคาดหวัง รับคะแนนไป 9 อมยิ้ม เฮดังๆไปเล้ย....เฮๆ.......
จากคุณ |
:
MOOPIN
|
เขียนเมื่อ |
:
25 ก.ค. 55 18:44:30
|
|
|
|
 |