 |
จริงๆที่เป็นอยู่อย่างในปัจจุบันนี้ ต้องถือว่าโปรแกรมอัดแน่นพอสมควรนะครับ ช่วงเวลานึงนี่บางทีแข่งพร้อมกัน 10 กว่าชนิดกีฬา แล้วกีฬาแต่ละประเภทก็ใช้เวลาแข่งไม่เท่ากัน เลิกไม่พร้อมกัน การจัดโปรแกรมดูกีฬาก็ต้องจัดไว้หลวมๆพอสมควร อย่างถ้าผมดูบาสคู่แรกจบ 10.45 อยากจะไปดูวอลเล่ย์ต่อตอน 11.30 นี่ เดินทางไม่ทันนะครับ เพราะสนามอยู่กันคนละมุมเมืองเลย ช่วงนี้คนเยอะด้วย ทาง London ยังบอกให้เผื่อเวลาเดินทางเลยว่ารอ tube อย่างน้อยๆ 15 นาทีช่วง peak time
ไม่แน่ใจเหตุผลทีโอลิมปิกจัดให้ event จบภายใน 2 อาทิตย์ แพ็คให้ตารางแข่งแน่นๆ ทำไมไม่เป็น 3 หรือ 4 อาทิตย์ แล้วทำตารางแข่งหลวมๆแทน ช่วงเวลานึงแข่งแค่ 4-5 ชนิดกีฬา (ประมาณว่าจบกีฬาบางชนิดแล้วอีกบางชนิดค่อยแข่งต่อ ไม่ใช่กีฬาชนิดเดียวลากยาวแข่งทั้งเดือน) ให้โอกาสคนได้ดูกีฬาหลายๆชนิดทั้งในสนามและการถ่ายทอดสด เพราะถ้าแข่งพร้อมๆกัน ยกตัวอย่างบาสกับฟันดาบ แข่งพร้อมกัน ใครมันจะไปดูฟันดาบครับ
ส่วนนึงผมว่ามันก็เป็นความไม่สะดวกของทางเมืองเจ้าภาพเมืองเดียวด้วยที่จะต้องดูแลอะไรหลายๆอย่างในช่วงเวลายาวนานขนาดนั้น ความเครียดมันสูง อีกเรื่องก็อาจจะเป็นเรื่องของการที่อยากให้นักกีฬาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันในพิธีเปิดและปิด เพราะถ้าลากยาวไป กีฬาบางประเภทก็อาจจะมีตารางแข่งทัวร์นาเมนต์อื่นๆอีก นักกีฬาก็อาจจะอยู่ได้ไม่ตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ เพราะยังไงๆเรตติ้งโอลิมปิคมันก็ขึ้นกับพิธีเปิด-ปิดมากกว่าอยู่แล้ว
ส่วนตัวคิดว่าถ้าลองกระจายมีเมือง Host ซัก 4-5 เมืองทั่วประเทศ แล้วเพิ่มระยะเวลาแข่งเป็น 3-4 อาทิตย์ อาจจะดีกว่าและได้ประโยชน์ในหลายๆด้านพร้อมๆกันด้วยก็ได้
ส่วนเรื่องนักกีฬาถ้าได้อยู่รวมกันได้รู้จักเป็นเพื่อนกันไว้ก็ดี (หรือจะเป็นกิ๊กกันข้ามคืนแบบที่โฮป โซโลบอก ) แต่จะมีนักยูโดซักกี่คนที่อยากรู้จักนักขี่ม้า? นอกจากซุปตาร์ของกีฬาบางประเภทที่ดังๆที่ใครๆก็อยากรู้จัก อย่างโบลท์, เฟลป์, เฟดเดอเรอร์ อะไรพวกนี้ ส่วนใหญ่คนที่อยากรู้จัก เจอหน้ากันก็น่าจะเป็นพวกที่เล่นกีฬาประเภทเดียวกันมากกว่า (ถึงจะเคยเจอกันมาแล้วในทัวร์นาเมนต์อื่นก็เหอะ)
จากคุณ |
:
นักมายากลแห่งรัสเซีย
|
เขียนเมื่อ |
:
26 ก.ค. 55 14:07:09
|
|
|
|
 |