 |
อันดับ 4
เจสซี โอเวน ผู้ตบหน้าฮิตเลอร์กลางกรุงเบอร์ลิน
เจสซี โอเวน ผู้ตบหน้าฮิตเลอร์กลางกรุงเบอร์ลิน โอลิมปิกครั้งที่ 11 เบอร์ลิน เยอรมนี 1936 โอลิมปิก 1936 ที่เบอร์ลิน กลายเป็นโอลิมปิกที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อทางการเมือง ของจอมเผด็จการ อด็อฟ ฮิตเลอร์ จนได้รับการกล่าวขานนามว่า "นาซีเกมส์"
ทุกสนามการแข่งขัน ถูกประดับประดาด้วยผืนผ้าสีแดงตราสวัสดิกะ เพื่อแสดงความยิ่งใหญ่ของลัทธินาซีและชนเผ่าอารยัน ถือเป็นโอลิมปิกที่มีเรื่องการเมือง และการเหยียดผิว หยามชาติพันธุ์ มาเกี่ยวข้อง มากที่สุดในประวัติศาสตร์โอลิมปิก โดยเฉพาะความเชื่อของฮิตเลอร์ ที่ว่าชนชาวผิวขาว ชนเผ่าอารยัน เท่านั้น ที่แข็งแรง เก่งกาจ ฉลาดปราดเปรื่อง ในทุก ๆ ด้าน เหนือกว่าชนเผ่าอื่น ๆ
แต่นักกีฬาผิวสีชาวสหรัฐนามว่า เจสซี โอเวน ทำให้ฮิตเลอร์เสียหน้าอย่างแรง เมื่อสามารถคว้ามาได้ถึง 4 เหรียญทอง จากการ วิ่ง 100 เมตร, 200 เมตร, วิ่งผลัด 4 คูณ 100 เมตร และกระโดดไกล โดยเฉพาะในการแข่งขันกระโดดไกลนั้น นักกีฬาเจ้าภาพเยอรมัน กระโดดทำสถิติเป็นผู้นำ โอกาสคว้าเหรียญทองอยู่แค่เอื้อม ขณะที่ เจสซี โอเวน กระโดดฟาวล์ติดต่อกัน 2 ครั้ง เหลือการโดดครั้งสุดท้าย
นักกีฬาเยอรมัน ได้เข้ามากระซิบบอกเคล็ดลับ เจสซี โอเวน ว่าควรจะกระโดดอย่างไร ถึงจะไม่เหยียบเส้นฟาวล์ ซึ่งเจสซี โอเวนทำตามคำแนะนำ และกลายเป็นผู้โดดแซงสถิติของนักกีฬาเยอรมันไปทันที หลังจบการแข่งขัน ทั้งคู่ก็กลายเป็นเพื่อนรักกัน หลังจากเบอร์ลินเกมส์อีก 3 ปี ฮิตเลอร์ก็พาประเทศเข้าสู่สงคราม ก่อความหายนะให้คนทั้งโลก ทำให้โลกที่สิ้นไร้สันติภาพ ไม่มีการจัดกีฬาโอลิมปิกยาวนานถึง 12 ปี
จากคุณ |
:
จขกท (เอะอะก็แบน)
|
เขียนเมื่อ |
:
28 ก.ค. 55 09:30:05
|
|
|
|
 |