 |
Copy มาจากวิกิพีเดียล้วน ๆ เห็นท่านเจไดมาเองน่าจะเป็นข้อมูลตัวเลขวันเดือนปี มากกว่าคำบอกเล่า ส่วนตัวผมว่าผลงานไม่ดีแล้วแนวทางการให้สัมภาษณ์ของท่านที่ทำให้แฟนบอลขาดความศรัทธา ด้วยตำแหน่งบอร์ดฟีฟ่าและนายกฯ กฎ กติกา น่าจะประมาณหนึ่ง แต่ท่านชอบพูดแสดงความคิดแนวนี้ละครับ จัดการได้ เคลียร์ได้
เช่นกรณีไทยถูกปรับแพ้ปาเลสไตน์บอลคัดไปโอลิมปิค แฟนบอลก็โมโหพอแรงอยู่แล้ว มันไม่ได้แพ้ในสนามแต่ตกรอบเพราะส่งผู้เล่นติดโทษแบนแล้วท่านยังมาให้สัมภาษณ์อีกว่าจะส่งเรื่องฟ้องศาลโลก ผมยังเห็นกระทู้ทวงถามอยู่เลยว่าโอลิมปิคจบแล้ว เรื่องในศาลโลกล่ะไปถึงไหนแล้ว
................................................................................................... Wikipedia
พ.ศ. 2555 7 มีนาคม - ทำให้อันดับ FIFA ของไทยร่วงลงมาอยู่ที่ 139 ของโลก ถือว่าต่ำสุดในรอบ 19 ปีนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536 และยังต่ำกว่าเวียดนามอันดับที่ 98 ซึ่งอยู่ในละแวกอาเซียนอีกด้วย[2] 29 กุมภาพันธ์ - ทำทีมชาติไทยตกรอบฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก โดยนัดสุดท้ายในรอบคัดเลือกทีมชาติไทยมีโอกาสเข้ารอบ 10 ทีมสุดท้ายโซนเอเชีย แต่ทำไม่สำเร็จ ภายหลังการแข่งขัน วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือชาวเยอรมนีของไทย เปิดใจหมดเปลือกว่า ฟุตบอลไทย ถ้าหากว่า อยากจะประสบความสำเร็จก็คือ การเตรียมทีมและการบริหารจัดการ ก่อนการมาเตะที่โอมาน เราทราบกันดีแล้วว่า เราไม่พร้อมและนักเตะมาซ้อมกันน้อยมาก ผลจึงออกมาเป็นแบบนี้ มองเห็นศักยภาพอยู่ว่า เราจะก้าวขึ้นไปสุดยอดแห่งเอเชียได้ แต่ต้องแก้ไขที่ระบบการบริหารจัดการทั้งหมด วินนี่ กล่าว นอกจากนี้ ยังมีการปูดข่าวการทำงานอีกด้วยว่าสมาคมฟุตบอลไม่ได้ส่งชื่อของ สมภพ นิลวงศ์ ให้กับฝ่ายจัดการแข่งขัน ทำให้เดินทางไปฟรี ไม่สามารถที่จะลงช่วยทีมได้[3] อนึ่ง วรวีร์ได้เคยให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเงื่อนไขการดำรงตำแหน่งและการตกรอบฟุตบอลโลก 2014 ไว้ เมื่อดำรงตำแหน่งครบสามเดือน ความส่วนหนึ่งว่า "จริงๆแล้วผมไม่ใช่คนที่ยึดติดกับตำแหน่ง และไม่เคยคิดจะอยู่ตรงนี้ยาว แต่มีความมุ่งมั่นและเป้าหมายที่วางไว้ในฟุตบอลโลกซึ่งถือเป็นความฝันสูงสุด และหากถึงปี 2014 ยังไม่สามารถจะพาทีมไทยไปบอลโลกได้ ก็จะขอลงจากเก้าอี้เพื่อเปิดทางให้คนอื่นที่มีความสามารถเข้ามาทำงานแทน" [4] แต่ก็ได้ปฏิเสธการลาออกในเวลาต่อมา [5] พ.ศ. 2554 3 กุมภาพันธ์ - นายกสมาคมฯ สั่งแก้ตารางไทยพรีเมียร์ลีกให้เตะเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ ห้ามมีกลางสัปดาห์ ทำให้เกินกำหนดส่งรายชื่อเพื่อเข้าแข่งบอลถ้วยเอเชีย (นายกสมาคมฯ ไม่ทราบว่ากำหนดส่งรายชื่อเมื่อไร) เลยแก้เก้อว่าจะไปขอส่งทีหลังแต่สุดท้ายเหลว ต้องแก้ตารางไทยพรีเมียร์ลีกให้กลับไปเตะกลางสัปดาห์อีกรอบ[6] [7] 23 กุมภาพันธ์ - ทีมฟุตบอลโอลิมปิกทีมชาติไทย ถูกปรับแพ้ปาเลสไตน์ 0-3 เพราะส่งผู้เล่นติดโทษแบนลงสนาม[8][9][10] 6 พฤษภาคม - นายกสมาคมฯ ล้มการประชุมเพื่อเลือกตั้งนายกสมาคมคนใหม่โดยไม่มีการลงมติจากที่ประชุม (ถือว่าผิดกฎของ กกท.)[11] 10 พฤษภาคม - อดีต เอฟเอ อังกฤษ ออกมาแฉว่า วรวีร์ มะกูดี เป็น 1 ในบอร์ดฟีฟ่า ที่ทำการขายเสียงในการโหวตเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2018 โดยเบื้องหน้าคือให้อังกฤษมาเตะอุ่นเครื่องกับทีมชาติไทย แต่เบื้องหลังคือขอลิขสิทธิ์ในการถ่ายทอดเกมอุ่นเครื่องนัดนี้ไปทั่วโลก แลกกับการโหวตให้ประเทศอังกฤษเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก[12] พ.ศ. 2553 11 มกราคม - สตง.สั่งสอบสวนทีมชาติไทยชุดซีเกมส์มีการเบิกเบี้ยเลี้ยงเกินจริง (เบิกเบี้ยเลี้ยงเต็มปี แต่จริงๆ แล้วเก็บตัว 3 เดือน แต่หลังจากตกรอบซีเกมส์ เลยออกมาอ้างว่าเก็บตัวแค่วันเดียวเลยโดนสั่งสอบ)[13] 25 กุมภาพันธ์ - ชาตรี ฉิมทะเล ตกเครื่องบินเมื่อตอนทีมชาติไทยจะบินไปเก็บตัวที่กาตาร์ ซึ่งไม่มีตั๋วสำหรับ ชาตรี แต่ สตีฟ ดาร์บี้ ที่ถูกสมาคมฯ พักงาน กลับได้นั่งเครื่องไปแทน ก่อนที่ชาตรีจะต้องตามไปทีหลัง 2 มีนาคม - สมาคมฟุตบอลไทยฯ ลืมทำวีซ่าเข้าอิหร่านให้นักเตะและสตาฟฟ์โค้ชทำให้เสียเวลา 3 ชม.ที่สนามบินตอนขาเข้าประเทศ[14] 1 ตุลาคม - ทีมชาติไทยชุด U-19 ออกเดินทางไปแข่ง U-19 ชิงแชมป์เอเชียรอบสุดท้ายที่ประเทศจีนในวันที่ 3 ตุลาคม ทำให้นักเตะมีเวลาปรับตัวกับสภาพอากาศเพียง 1 วันก่อนแข่งกับซีเรียและแพ้ไป 0-1[15] 15 พฤศจิกายน - ทีมชาติไทยชุดเอเชียนเกมส์ต้องเหลือผู้รักษาประตูคนเดียว เพราะ กวิน ผู้รักษาประตูมือ 1 บาดเจ็บ แต่ทีมชาติไทยดันส่งรายชื่อตัวสำรองเป็นผู้เล่นอายุเกิน 23 ทว่าโควตาอายุเกินเต็ม ทำให้ไม่สามารถเรียกมาเสริมได้ จึงต้องเล่นโดยไม่มีผู้รักษาประตูสำรองในนัดที่เหลือ[16] 25 พฤศจิกายน - ประกาศเรียกตัวนักเตะชุดเอเชียนคัพ ที่จะแข่งในวันที่ 1 ธันวาคม ให้มารายงานตัววันที่ 26 พฤศจิกายน แต่เนื่องด้วยติดการแข่งขัน เอฟเอคัพ นัดชิงในวันที่ 28 พฤศจิกายน จึงให้มารวมตัวและเดินทางในวันที่ 29 และได้ซ้อมวันที่ 30 เพียงวันเดียวก่อนการแข่งกับลาว ทั้งๆ ที่วิธีแก้ง่ายๆ คือระหว่างที่ U-23 แข่งเอเชียนเกมส์ ทีมชาติชุดใหญ่ที่เหลือที่ไม่ติดอะไร ก็สามารถเรียกตัวมาซ้อมร่วมกันก่อนก็ได้[17] พ.ศ. 2552 2 กรกฎาคม - ทีมชาติไทยชุดใหญ่ต้องตระเวนหาสนามซ้อม แต่ไม่มีสนามให้ซ้อม ต้องงดซ้อม 1 วัน[18] 4 กันยายน - สมาคมฟุตบอลฯ ยกเลิกการไปเก็บตัวที่ประเทศคูเวต และปฏิเสธคำขออุ่นเครื่องของทีมชาติจีนชุดใหญ่ แต่เลือกที่จะเตะฟุตบอล 4 เส้าที่ภูเก็ต เจอกับ เมืองทอง ยูไนเต็ด, ฮองอัน ยาลาย จากเวียดนาม และยาดานาบอน จากเมียนมาร์ เพื่อเป็นการเตรียมทีมแข่ง เอเชียนคัพ รอบคัดเลือกแทนโดยอ้างว่าไม่มีงบประมาณ[19] พ.ศ. 2551 6 กุมภาพันธ์ - ทีมชาติไทยชุดใหญ่ นำผู้เล่นติดโทษแบน 2 คนเดินทางไปแข่งนัดเจอกับญี่ปุ่นในนัดเยือน (จุดกำเนิดตกรอบปรีโอลิมปิก)[20] 14 มิถุนายน - ทีมชาติไทยชุดใหญ่ไม่มีสนามซ้อม ทำให้ต้องวิ่งซ้อมที่พื้นปูนหน้าสนามราชมังคลาฯ ก่อนแข่งกับญี่ปุ่น ในอีก 2 วันถัดไป
จากคุณ |
:
หมาตามเกวียน
|
เขียนเมื่อ |
:
16 ส.ค. 55 18:18:44
|
|
|
|
 |